KEY
POINTS
*** คอลัมน์ฐานโซไซตี “ลึก ตรงประเด็น เห็นโอกาส” หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4,166 ระหว่างวันที่ 15-17 ม.ค. 2569 โดย...กาแฟขม
*** โลกป่วนไม่หยุดพัก จากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เจ้าพ่อใหญ่แห่งสหรัฐอเมริกา ฟาดงวงฟาดงาสะเทือนไปทั่วโลก บุกยึดเวเนซุเอลาเข้าบริหารแหล่งนํ้ามันสำรองอันดับแรกๆ ของโลก และไม่ปฎิเสธการหมายตากรีนแลนด์พื้นที่ของเดนมาร์ก อันกระทบกระทั่งกับยุโรป แต่ไม่สนใจใครตามสไตล์ และเป็นไปตามคำประกาศอเมริกาต้องมาก่อน และเพื่อปกป้องผลประโยชน์อมเริกาเท่านั้น พร้อมฉีกทุกกติกา ล่าสุดประกาศขึ้นภาษี 25% สำหรับประเทศที่ค้าขายกับอิหร่าน จากการที่อิหร่านปราบปรามผู้ประท้วง คาบนี้ “ทรัมป์” เป็นปัจจัยเสี่ยงและความผันผวนของโลก เศรษฐกิจ สังคมโลกที่สูงยิ่งไปแล้ว
*** ทรัมป์ประกาศถอนตัวออกจากภาคี องค์กรหรือความร่วมมือระหว่างประเทศ 66 ข้อตกลง รายการที่ถอนตัวส่วนใหญ่องค์กรที่เน้น สภาพภูมิอากาศ การพัฒนา การค้า การพลังงาน การศึกษา และนโยบายสากลต่างๆ ที่ทรัมป์มองว่าขัดกับ “ผลประโยชน์แห่งชาติ” ผลจากการถอนตัว กระทบกับงบประมาณในการช่วยเหลือประเทศด้อยพัฒนาหลายแห่ง มาตรฐานการค้า การลงทุน ขาดการคุมตามกรอบจากกลไกระหว่างประเทศ บริษัทสหรัฐต้องรับมือกับมาตรฐานต่างประเทศ โดยไม่มีอิทธิพลต่อการกำหนดเอง ตลาดทุน ตลาดเงินระสํ่า และนักลงทุนหวาดผวาในการเข้าลงทุนในสหรัฐจากความไม่แน่นอนของกฎการค้าระหว่างประเทศและมาตรฐานธุรกิจ
*** ผลกระทบอย่างจังเรื่องโลกร้อน ที่หลายฝ่ายมีความพยายามกำหนดเป้าหมายและแสวงหาความร่วมมือในการลดก๊าซเรือนกระจก เมื่อถอนตัวจาก UNFCCC และ IPCC ซึ่งเป็นรากฐานของความร่วมมือด้านสภาพภูมิอากาศทั่วโลก การต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทำให้ข้อตกลงสากลอ่อนแอลงมาก และอาจเป็นตัวอย่างให้ประเทศอื่น ชะลอความพยายามลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อันมีผลกระทบต่อเนื่องมากมายอย่างมีนัยยะสำคัญ จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีต่อเศรษฐกิจ สังคมโลก
*** การถอนตัวของสหรัฐในภาคีต่างๆ หรือการบุกไปยึดครองตามใจฉันของ ทรัมป์ จะทำให้ภูมิรัฐศาสตร์โลกแปรเปลี่ยน และเต็มไปด้วยไม่แน่นอนและความหวาดระแวง ซึ่งอเมริกามักใช้ท่าทีเช่นนี้เสมอเมื่อเศรษฐกิจภายในของตัวเองมีปัญหา นโยบายเจ้าพ่อมาเฟียแบบ ทรัมป์ แห่งอเมริกา จะเป็นผู้ยื่นมือเข้าไปกำหนดชะตากรรมของโลก แน่นอนโลกไม่อาจยินยอมให้มาเฟียทรัมป์ทำตามใจฉัน จีน รัสเซีย ต้องหาทางสู้ กระทั่งการรวมกลุ่มของหลายๆ ภาคี กลุ่มจี 20 กลุ่มCPTPP กลุ่ม BRICS (บริกส์) บราซิล รัสเซีย อินเดีย, จีน แอฟริกาใต้และกำลังขยายสมาชิก พวกนี้จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น
*** ประเทศไทยได้รับผลกระทบโดยตรง จากการถอนตัวจาก UNCTAD และ ESCAP ที่เป็นเวทีวิเคราะห์นโยบายการค้า การพัฒนา และเศรษฐกิจในภูมิภาค ความร่วมมือด้าน การค้าเสรี การพัฒนาแรงงาน และมาตรฐานสินค้า อาจต้องกลับมาทบทวนกลไกระดับภูมิภาค ขณะที่ด้านสภาพภูมิอากาศและพลังงานสะอาด เมื่อยักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐถอน กลุ่มธุรกิจยักษ์ใหญ่สัญชาติอเมริกา อาจจะชะลอการช่วยเหลือทางเทคโนโลยี การระดมทุน กระทบการขับเคลื่อนพลังงานสะอาด พลังงานสีเขียว ต้องหาทางเสริมสร้างความร่วมมือใหม่หรือภูมิภาคอื่นให้ทันท่วงที
*** ไทยกำลังสู่โหมดการเลือกตั้งเพื่อให้ได้ผู้นำคนใหม่ มากำหนดนโยบาย ทิศทางและบริหารประเทศ แต่ละพรรค หรือแคนดิเดตที่เสนอตัว ยังไม่มีใครโดดเด่นเพียงพอในการนำพาประเทศฝ่าคลื่นลมกระแสโลก ส่วนใหญ่เป็นนโยบายประเภท “เสือคล้อย” มากกว่า การสร้างหรือนำให้ไทยยืนหยัดได้ในเวทีโลก ...แต่ยังเป็นช่วงกลางๆ ของการหาสียงเสนอนโยบาย ช่วงโค้งท้ายอาจมีหมัดเด็ดของแต่ละค่ายออกมา คงต้องรอดู ใครจะเป็นผู้นำในการเปลี่ยนประเทศ
*** ตบท้ายฉบับนี้ นโยบายไทยในห้วงอวกาศ เป็นฝันค้างคา เมื่อดาวเทียม THEOS-2A เกิดเหตุขัดข้องและเกิดความผิดปกติของการควบคุม การทรงตัว ไม่สามรถเข้าสู่วงโคจรได้ตามแผน จะแตกระเบิดในชั้นบรรยากาศและตกสู่โลกตามมา มูลค่าดาวเทียมก็หลายพันล้านบาท ซึ่งการจัดการดาวเทียม การสร้างฝันไทยไปอวกาศ อยู่ภายใต้ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) GISTDA ผู้อำนวยการ ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ คงต้องตอบหลายๆ คำถามให้เคลียร์ๆ ชัดๆ ทั้งด้านเทคโนโลยีการสร้าง การเลือกฐานยิงจรวดนำส่ง มีอายุการใช้งานกี่ครั้ง มาตรฐานแต่ละประเทศเป็นอย่างไร การจัดซื้อ จัดจ้างอย่างไร ระบบการประกันภัย การเคลมประกันอย่างไรให้ประชาชนผู้เสียภาษีได้สบายใจ นโยบายอวกาศไทยไม่ฝันค้าง...