
จาก“แลนด์บริดจ์” สู่ “Missing Link” ดีต่อเศรษฐกิจไทยจริงหรือ
จาก“แลนด์บริดจ์” สู่ “Missing Link” ดีต่อเศรษฐกิจไทยจริงหรือ : บทบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,222
KEY
POINTS
- รัฐบาลประกาศยกเลิกโครงการแลนด์บริดจ์ หลังจากผลการศึกษาชี้ว่า ไม่คุ้มค่าทางการเงินอย่างรุนแรงและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมสูง
- เปลี่ยนมาใช้ยุทธศาสตร์ “Missing Link” ที่มุ่งเน้นการเชื่อมต่อโครงข่ายคมนาคมเดิมที่ขาดหายไป เพื่อยกระดับเศรษฐกิจภาคใต้
- ภาคเอกชนมองว่า โครงการ “Missing Link” มีความจำเป็นเร่งด่วนกว่า โดยมีเป้าหมายเพื่อผลักดันไทยให้เป็นประตูการค้า (Gateway) ที่แท้จริง
- การปรับเปลี่ยนนี้ ถือเป็นการบริหารความเสี่ยงทางการคลังที่รอบคอบ ช่วยหลีกเลี่ยงภาระหนี้สาธารณะมหาศาล และมุ่งสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน
การประกาศพับแผน “แลนด์บริดจ์” โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงอ่าวไทย-อันดามัน ของรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล ด้วยเหตุผลว่า ไม่คุ้มค่าทางการเงินและส่งผลกระทบสิ่งแวดล้อมรุนแรง พร้อมเบนเข็มสู่ยุทธศาสตร์ “Missing Link” เชื่อมต่อโครงข่ายคมนาคมเดิมเพื่อยกระดับเศรษฐกิจภาคใต้ ถูกจับตาว่า จะเป็นจุดเปลี่ยนเศรษฐกิจไทยได้จริงหรือไม่
การตัดสินใจยุติอย่างเป็นทางการ รัฐบาลยํ้าว่า ไม่ใช่การถอยหลัง แต่เป็นการปรับยุทธศาสตร์บนพื้นฐานข้อมูลเชิงประจักษ์
ผลการศึกษาฉบับสมบูรณ์จากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชี้ชัดว่า โครงการนี้เผชิญกับ “ความไม่คุ้มค่าทางการเงินอย่างรุนแรง” เห็นได้จาก อัตราผลตอบแทนทางการเงินลดลงจาก 8% เหลือเพียง 4.8% ขณะที่มูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) ติดลบมหาศาลตั้งแต่ 1 หมื่นล้านบาทไปจนถึงกว่า 1.8 แสนล้านบาท หากรัฐดำเนินการเองทั้งหมด
อีกความเสี่ยงที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ คือ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากพื้นที่โครงการพาดผ่านป่าชายเลนที่ใหญ่ที่สุดของประเทศและแหล่งปะการังระดับโลก ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกระงับการขึ้นทะเบียนมรดกโลก
หากมองถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการยกเลิกโครงการยักษ์นี้คือ ช่วยให้ประเทศไทยหลีกเลี่ยงภาระหนี้สาธารณะมหาศาล ที่อาจกลายเป็นภาระงบประมาณในอนาคต รัฐบาลจึงเปลี่ยนเข็มทิศไปสู่การลงทุนในโครงการ “Missing Link” หรือ การเติมเต็มจุดเชื่อมต่อที่ขาดหายไปในระบบขนส่งเดิม ซึ่งเป็นสิ่งที่ภาคเอกชนทั้งสภาอุตสาหกรรมและหอการค้ามองว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนมากกว่า
การพัฒนาตามแนวระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (SEC) เพื่อยกระดับประเทศไทยให้เป็น “ประตูการค้า” (Gateway) อย่างแท้จริง ในระยะ 5-10 ปีข้างหน้า ความต่อเนื่องของการเชื่อมโยงทางรถไฟจากเชียงของไปยังจีน และการพัฒนาท่าเรือระนองเพื่อรองรับกลุ่มประเทศเอเชียใต้ (BIMSTEC) จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นในด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เข้มแข็ง
นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอให้พัฒนาพื้นที่ส่วนกลางอย่างอำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ให้เป็นศูนย์กลางกระจายสินค้าทางราง (ICD) เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างระบบราง ถนน และ ท่าเรืออย่างเป็นระบบ การมุ่งพัฒนาพื้นที่เพื่ออุตสาหกรรมเกษตรมูลค่าสูงและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน แทนที่จะพึ่งพาเพียงค่าธรรมเนียมผ่านทาง จะเป็นเครื่องยนต์หลักที่สร้างรายได้เข้าสู่พื้นที่ภาคใต้อย่างมั่นคง
ดังนั้น การยุติโครงการแลนด์บริดจ์และเร่งลงทุนใน Missing Link คือ การเลือกเส้นทางที่หลายฝ่ายมองว่า “เจ็บน้อยแต่ได้จริง” เป็นการบริหารภาษีประชาชนอย่างรอบคอบ เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ตอบโจทย์การแข่งขันในโลกยุคใหม่ พร้อมกับการรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่ต่อไป
บทบรรณาธิการ หน้า 4 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,222 วันที่ 30 กรกฎาคม - 1 สิงหาคม พ.ศ. 2569






