ส่งออกไทยระทึก... เมื่อการค้าโลก แขวนอยู่บนคำวินิจฉัยศาลสูงสหรัฐ

16 ม.ค. 2569 | 23:00 น.

ส่งออกไทยระทึก... เมื่อการค้าโลก แขวนอยู่บนคำวินิจฉัยศาลสูงสหรัฐ : บทบรรณาธิการ หน้า 4 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,167

KEY

POINTS

  • การส่งออกของไทยและบรรยากาศการค้าโลก เผชิญความไม่แน่นอนสูง หลังศาลฎีกาสหรัฐฯ เลื่อนการตัดสินคดีอำนาจประธานาธิบดีทรัมป์ ในการขึ้นภาษีนำเข้ากับทุกประเทศ
  • ผลคำตัดสินมีผลกระทบสองทาง หาก ทรัมป์ ชนะจะทำให้สงครามการค้ารุนแรงขึ้น แต่หากแพ้ สหรัฐฯ อาจต้องยกเลิกภาษีและคืนเงิน ซึ่งเป็นผลดีต่อสินค้าไทย
  • ความไม่แน่นอนนี้ถูกมองว่า เป็นปัจจัยเสี่ยงอันดับหนึ่งที่อาจฉุดตัวเลขส่งออกไทยปี 2569 ให้หดตัวลงได้ถึง 1.5% กระทบต่ออุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์
  • ภาคส่งออกไทยต้องเตรียมแผนรับมือทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการเจรจาขอยกเว้นภาษี หรือเตรียมพร้อมหากสหรัฐฯ หันไปใช้กฎหมายการค้ามาตราอื่นแทน

บรรยากาศการค้าโลกยังเต็มไปด้วยความตึงเครียดและภาวะสุญญากาศของความไม่แน่นอน หลังจากศาลฎีกาสหรัฐฯ (Supreme Court) ยังคงสงวนท่าทีและเลื่อนการประกาศคำวินิจฉัยในคดีที่ชี้ชะตาอำนาจของ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ใช้อำนาจกฎหมายฉุกเฉินประกาศใช้การเก็บภาษีนำเข้าหรือภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariff) กับทุกประเทศคู่ค้าทั่วโลก

แก่นแท้ของคดีนี้ คือ การตั้งคำถามว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ ใช้อำนาจเกินขอบเขตภายใต้กฎหมายภาวะฉุกเฉินทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (IEEPA) หรือไม่ ในการประกาศภาวะฉุกเฉินจากการขาดดุลการค้า เพื่อจัดเก็บภาษีนำเข้าจากทั่วโลก รวมถึงไทยที่ปัจจุบันถูกเรียกเก็บในอัตรา 19% (ลดลงจากแผนเดิม 36%) ตั้งแต่สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา

หากศาลตัดสินให้ โดนัลด์ ทรัมป์ ชนะ จะเป็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่ ให้อำนาจประธานาธิบดี สามารถสั่งซ้ายหันขวาหัน นโยบายภาษีได้ โดยไม่ต้องผ่านสภาคองเกรส ส่งผลให้สงครามการค้าทวีความรุนแรงและคาดเดาไม่ได้ แต่หากศาลตัดสินให้แพ้ จะเกิดแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ รัฐบาลสหรัฐฯ อาจต้องระงับการเก็บภาษีนี้ทันที และอาจนำไปสู่การเรียกร้องเงินภาษีคืน (Refund) มหาศาล ซึ่งจะช่วยคืนขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับสินค้าไทย

การเลื่อนคำตัดสินออกไปอย่างไม่มีกำหนดแน่ชัด ยิ่งซํ้าเติมความกังวลให้กับผู้ส่งออกไทย ข้อมูลจากสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) และศูนย์วิจัยกสิกรไทย ต่างระบุไปในทิศทางเดียวกันว่า ภาษีโดนัลด์ ทรัมป์ คือ ปัจจัยเสี่ยงอันดับหนึ่งที่อาจฉุดตัวเลขส่งออกไทยปี 2569 ให้หดตัวลงได้ถึง -1.2% ถึง -1.5%

ขณะนี้สินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ อาหารสัตว์เลี้ยง และชิ้นส่วนยานยนต์ของไทย กำลังตกอยู่ในภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่นไม่กล้ารับออเดอร์ระยะยาว เพราะไม่รู้ว่าต้นทุนภาษีในวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร

ในช่วงสุญญากาศที่เกิดขึ้น ภาคการส่งออกของไทย คงต้องจับตา และเตรียมความพร้อมกับสถานการณ์ที่จะตามมา ไม่เพียงแต่รอฟังผลการพิจารณา แต่ต้องเตรียมแผนเผชิญเหตุที่เป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นการเร่งเจรจาทวิภาคีเพื่อขอยกเว้นภาษีรายสินค้า (Exclusion List) โดยอ้างอิงถึงห่วงโซ่อุปทานที่สหรัฐอเมริกา ยังจำเป็นต้องพึ่งพาไทย รวมถึงการเร่งอัดฉีดกิจกรรมส่งเสริมการขายเพื่อทวงคืนส่วนแบ่งตลาด

ที่สำคัญต้องมีแผนสำรอง โดยไม่ลืมว่า หาก โดนัลด์ ทรัมป์ แพ้คดี อาจเลี่ยงไปใช้กฎหมายมาตรา 232 แห่งกฎหมาย Trade Expansion Act of 1962 ให้อำนาจประธานาธิบดีขึ้นภาษี หรือจำกัดการนำเข้าสินค้าที่ถูกมองว่า กระทบต่อความมั่นคงแห่งชาติ หรือมาตรา 301 แห่ง Trade Act of 1974 เป็นกฎหมายที่ให้อำนาจรัฐบาลสหรัฐอเมริกาใช้มาตรการตอบโต้ประเทศคู่ค้า ที่ถูกมองว่าใช้การค้าที่ไม่เป็นธรรมต่อสหรัฐ ซึ่งไทยต้องมีข้อมูลพร้อมโต้แย้งทุกช่องทาง

ดังนั้น ส่งออกไทยในปี 2569 นี้ จึงเปรียบเสมือนเรือที่กำลังแล่นอยู่ท่ามกลางมรสุมกฎหมายสหรัฐอเมริกา คำตัดสินที่เลื่อนออกไป อาจเป็นความเงียบก่อนพายุใหญ่ หรือ โอกาสในการปรับตัว ขึ้นอยู่กับว่าเราจะใช้เวลานี้เตรียม “ชูชีพ” ให้ภาคธุรกิจได้พร้อมเพียงใด 

บทบรรณาธิการ หน้า 4 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 45  ฉบับที่ 4,167 วันที่ 18-21 มกราคม พ.ศ. 2569