แก้หนี้ครัวเรือน ‘วิกฤตซ้อนวิกฤต’ นโยบายหาเสียงทุกพรรคห้ามมองข้าม

11 ม.ค. 2569 | 08:31 น.
อัปเดตล่าสุด :11 ม.ค. 2569 | 08:39 น.

แก้หนี้ครัวเรือน ‘วิกฤตซ้อนวิกฤต’ นโยบายหาเสียงทุกพรรคห้ามมองข้าม : บทบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,165

KEY

POINTS

  • ปัญหาหนี้ครัวเรือนเข้าขั้นวิกฤตซ้อนวิกฤต แต่นโยบายแก้ปัญหายังเป็นเพียงมาตรการระยะสั้น เช่น การพักและยืดหนี้ ซึ่งไม่สามารถแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างด้านรายได้ได้
  • บทความเตือนพรรคการเมืองให้หลีกเลี่ยงนโยบายหาเสียงแบบประชานิยมที่มุ่งแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และควรเสนอนโยบายที่แก้ปัญหาอย่างยั่งยืน เช่น การปรับโครงสร้างหนี้และเพิ่มรายได้
  • คุณภาพสินเชื่อที่แย่ลงทำให้สถาบันการเงินเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อใหม่ ส่งผลกระทบซ้ำเติมสภาพคล่อง

ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการเมือง นโยบายเศรษฐกิจขาดความชัดเจนและต่อเนื่อง มาตรการแก้หนี้ยังคงวนอยู่กับการพัก ยืด และ ประคอง โดยไม่แตะโครงสร้างรายได้ และความสามารถในการชำระหนี้ที่แท้จริง สถาบันการเงินเริ่มเผชิญแรงกดดันจากคุณภาพสินเชื่อหนี้เสียและหนี้ที่ต้องเฝ้าระวังเพิ่มขึ้นอย่างมีนัย การปล่อยสินเชื่อใหม่จึงตึงตัวซํ้าเติมสภาพคล่องของภาคครัวเรือนและธุรกิจรายย่อย

บทบาทของธนาคารแห่งประเทศไทยในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อนี้ จึงไม่ใช่เพียงการรักษาเสถียรภาพการเงินตามกรอบเดิม แต่ต้องชั่งนํ้าหนักระหว่างวินัยทางการเงินกับความเสี่ยงที่หนี้ครัวเรือนจะฉุดเศรษฐกิจทั้งระบบ การแก้ปัญหานี้ต้องก้าวพ้นมาตรการระยะสั้นสู่ การปรับโครงสร้างหนี้อย่างจริงจังและตรงจุด ควบคู่กับนโยบายเพิ่มรายได้ และยกระดับศักยภาพแรงงาน หากการเมืองยังไร้เสถียรภาพและนโยบายยังเดินแบบต่างคนต่างทำ หนี้ครัวเรือนอาจไม่ใช่เพียงปัญหาเรื้อรังแต่จะกลายเป็นวิกฤตที่ฉุดเศรษฐกิจไทยให้ถอยหลังทั้งระบบ

พรรคการเมืองที่กำลังหาเสียง ควรลดประชานิยมและหาแนวทาง หรือ เน้นบทบาท ดอกเบี้ยนโยบายและมาตรการกำกับแบงก์เพราะนี่คือเรื่องใหญ่ หากใครเข้ามาเป็นรัฐบาลต้องฟังสัญญาณเตือน หนี้ครัวเรือนกำลังลํ้าเส้นอันตราย ที่ทุกรัฐบาลมักเผชิญบททดสอบสำคัญทางเศรษฐกิจ เมื่อปัญหาหนี้ครัวเรือนไทยขยับเข้าใกล้จุดเสี่ยงเชิงระบบรายได้ประชาชนฟื้นตัวช้า แต่ภาระดอกเบี้ยและค่าครองชีพยังเร่งตัวไม่หยุด

การแก้ปัญหาที่ผ่านมา ยังเป็นเพียงการประคองสถานการณ์ระยะสั้นพักหนี้ ยืดหนี้ แจกสภาพคล่องโดยไม่แตะโครงสร้างรายได้และความสามารถชำระหนี้ที่แท้จริง

ขณะเดียวกัน ความไม่แน่นอนทางการเมือง และความล่าช้าในการขับเคลื่อนนโยบายกำลังบั่นทอนความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจและสถาบันการเงิน จนระบบสินเชื่อตึงตัวมากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สถาบันการเงินต้องเพิ่มความระมัดระวังท่ามกลางสัญญาณหนี้เสียที่ขยายวง การปล่อยกู้ใหม่ จึงไม่อาจเดินหน้าได้เต็มที่ยิ่งซํ้าเติมกำลังซื้อและการลงทุนในระบบเศรษฐกิจ

รัฐบาลไม่อาจผลักภาระทั้งหมดไปให้ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือหวังให้มาตรการการเงินแก้ปัญหาแทนนโยบายโครงสร้าง ถึงเวลาที่ฝ่ายบริหารต้องแสดงความชัดเจนทั้งการปรับโครงสร้างหนี้ การเพิ่มรายได้ และการลดต้นทุนชีวิต หากรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามายังลังเลและเดินนโยบายแบบเฉพาะหน้า หนี้ครัวเรือนอาจไม่ใช่เพียงปัญหาเศรษฐกิจ แต่จะกลายเป็นชนวนความเปราะบางทางสังคมที่กระทบเสถียรภาพประเทศในระยะยาว

บทบรรณาธิการ หน้า 4  หนังสือพิมพ์ฐานเศราฐกิจ ปีที่ 45  ฉบับที่ 4,165 วันที่ 11 -14 มกราคม พ.ศ. 2569