
ESG ในแบบของธุรกิจครอบครัว เมื่อความตั้งใจอย่างเดียวไม่พอ
ESG ในธุรกิจครอบครัวไม่ใช่สิ่งใหม่ เพราะความรับผิดชอบต่อพนักงานและชุมชนมักเป็นส่วนหนึ่งของวิถีการดำเนินธุรกิจมาโดยตลอด
ธุรกิจครอบครัวจำนวนไม่น้อยดูแลพนักงาน ชุมชน และสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่ ESG ซึ่งย่อมาจาก Environmental, Social and Governance หรือแนวทางการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล จะกลายเป็นประเด็นที่คู่ค้า นักลงทุน และสถาบันการเงินให้ความสนใจมากขึ้น พร้อมกับความต้องการข้อมูลที่ชัดเจน วัดผลได้ และตรวจสอบได้
สำหรับธุรกิจครอบครัวแล้วเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งใหม่ เพราะความรับผิดชอบต่อพนักงานและชุมชนมักเป็นส่วนหนึ่งของวิถีการดำเนินธุรกิจมาโดยตลอด แต่ในวันนี้ความตั้งใจที่ดีและผลงานในอดีตเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากองค์กรยังไม่สามารถแสดงหลักฐานที่ชัดเจนว่าตนดำเนินงานอย่างรับผิดชอบเพียงใด
ทำอยู่แล้ว จึงไม่เห็นว่าเป็นเรื่องเร่งด่วน
รายงานธุรกิจครอบครัวปี 2026 ของ KPMG พบว่า มีธุรกิจครอบครัวเพียงร้อยละ 11 ที่ระบุความคาดหวังและการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้าน ESG เป็นความท้าทายทางธุรกิจในระยะยาว และในกลุ่มกิจการที่มีอายุมากกว่า 100 ปี ความกังวลต่อประเด็น ESG ลดเหลือเพียงร้อยละ 6
ซึ่งตัวเลขนี้ไม่ได้หมายความว่า ธุรกิจครอบครัวไม่สนใจผลกระทบต่อพนักงาน ชุมชน หรือสิ่งแวดล้อม แต่สะท้อนว่า ESG ยังไม่ถูกจัดเป็นความท้าทายลำดับต้นๆในสายตาของผู้ตอบจำนวนมาก ในรายงานเดียวกัน ร้อยละ 89 เห็นว่าองค์กรสามารถนำค่านิยมและเป้าหมายร่วมกันมาใช้เป็นจุดแข็งในการสร้างคุณค่าให้ธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิผล
ขณะที่ร้อยละ 87 เห็นในลักษณะเดียวกันสำหรับชื่อเสียงของครอบครัวและคุณค่าของแบรนด์ ส่วนร้อยละ 66 ระบุว่าให้ความสำคัญกับความสามัคคีในครอบครัว แม้ต้องยอมรับผลตอบแทนที่ต่ำลง ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนว่าจุดแข็งของธุรกิจครอบครัวอยู่ที่ค่านิยม ชื่อเสียง และความสัมพันธ์ระยะยาว ดังนั้นสิ่งที่ยังขาดจึงอาจไม่ใช่ความรับผิดชอบ แต่เป็นการนำสิ่งที่ทำอยู่มาวางเป็นนโยบาย กำหนดผู้รับผิดชอบ และจัดเก็บข้อมูลให้วัดผลและตรวจสอบได้
จากความตั้งใจที่ดีสู่ระบบที่ตรวจสอบได้
สิ่งที่ธุรกิจครอบครัวมักมองข้ามคือ การคิดว่าคนนอกย่อมรับรู้สิ่งที่กิจการทำมาโดยตลอด แม้ความสัมพันธ์และผลงานในอดีตจะมีคุณค่า แต่ระบบการค้าปัจจุบันต้องการหลักฐานที่ชัดเจน โดยคู่ค้าและสถาบันการเงินมักมีคำถามในรายละเอียด เช่น ธุรกิจใช้พลังงานและทรัพยากรเท่าใด มีมาตรฐานแรงงานอย่างไร มีช่องทางรับข้อร้องเรียนหรือแนวทางป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ และใครเป็นผู้รับผิดชอบกำกับดูแลเรื่องเหล่านี้
สิ่งที่เคยทำตามความตั้งใจของเจ้าของจึงควรยกระดับขึ้นมาเป็นนโยบายขององค์กร ขณะที่การสนับสนุนชุมชนควรมีเป้าหมาย งบประมาณ และตัวชี้วัดที่ชัดเจน การดูแลพนักงานซึ่งเคยอาศัยความสัมพันธ์ส่วนบุคคล ควรเปลี่ยนเป็นหลักเกณฑ์ที่ใช้กับทุกคนอย่างเป็นธรรม ส่วนความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ควรได้รับการติดตามในระดับฝ่ายบริหารหรือคณะกรรมการ
อย่างไรก็ตามธุรกิจไม่จำเป็นต้องเริ่มด้วยการจัดทำรายงาน ESG เต็มรูปแบบ แต่อาจเริ่มจากการสำรวจสิ่งที่ทำอยู่แล้ว แยกเป็นประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม พนักงาน ชุมชน และธรรมาภิบาล จากนั้นกำหนดผู้รับผิดชอบและเลือกตัวชี้วัดที่เหมาะกับกิจการ ทั้งนี้การมีข้อมูลพื้นฐาน เช่น การใช้พลังงาน ปริมาณของเสีย อัตราการลาออก หรือข้อร้องเรียน จะช่วยให้ผู้บริหารเห็นผลการดำเนินงานจริงแทนการประเมินจากความรู้สึก
เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่วางระบบ
ข้อมูลจาก Deloitte Private ระบุว่า ในบรรดาสมาชิกครอบครัวที่มีบทบาทด้านการกุศลและการมีส่วนร่วมกับชุมชน ร้อยละ 51 เป็นสมาชิกครอบครัวรุ่นถัดไป งานเหล่านี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการนำมาต่อยอดเป็นระบบ ESG ขององค์กร คนรุ่นใหม่อาจเริ่มจากการรวบรวมข้อมูล ประเมินผลโครงการ หรือเชื่อมโยงงานชุมชนเข้ากับภารกิจของธุรกิจ เช่น การพัฒนาทักษะแรงงาน การจัดการของเสีย หรือการสนับสนุนผู้ประกอบการในท้องถิ่น
ในขณะที่คนรุ่นก่อนมีความเข้าใจชุมชนและได้รับความไว้วางใจจากความสัมพันธ์ที่สร้างสมมานาน คนรุ่นใหม่กลับคุ้นเคยกับการใช้ข้อมูล มาตรฐานสากล และการตอบสนองต่อความคาดหวังของตลาด หากครอบครัวแบ่งบทบาททั้งสองฝ่ายให้ชัดเจน คุณค่าที่เคยทำร่วมกันมาจะถูกยกระดับเป็นแนวปฏิบัติที่วัดผลและตรวจสอบได้
ธุรกิจครอบครัวอาจเริ่มจัดการเรื่อง ESG ด้วยคำถามพื้นฐานว่า องค์กรกำลังทำอะไร ใครเป็นผู้รับผิดชอบ วัดผลอย่างไร และมีข้อมูลยืนยันหรือไม่ เมื่อได้คำตอบชัดเจนแล้ว สิ่งที่ครอบครัวทำมานานจะไม่เป็นเพียงเรื่องเล่าภายในองค์กรเท่านั้น แต่จะเป็นหลักฐานที่ช่วยรักษาความน่าเชื่อถือและสร้างโอกาสทางธุรกิจในระยะยาวต่อไป
อ้างอิง : Deloitte Private. (2026). Family Business Succession Planning and the Next Generation, 2026. Deloitte.
KPMG. (2026). KPMG Global Family Business Report 2026. KPMG.







