thansettakij
thansettakij
เมื่อกวางสีก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงจีน-อาเซียน (4)

เมื่อกวางสีก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงจีน-อาเซียน (4)

เมื่อกวางสีก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงจีน-อาเซียน (4) : คอลัมน์มังกรกระพือปีก โดย...ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร อุปนายกและเลขาธิการสมาคมส่งเสริมการลงทุนและการค้าไทย-จีน หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 2437

KEY

POINTS

  • กวางสียกระดับโครงสร้างพื้นฐานทั้งทางบกและทางทะเล โดยพัฒนา “ด่านอัจฉริยะ” และรถไฟความเร็วสูงเชื่อมชายแดนเวียดนาม เพื่อเป็นประตูการค้าสู่จีนตะวันตก
  • ดำเนินยุทธศาสตร์ “เศรษฐกิจที่มุ่งเน้นด้านพาณิชยนาวี” ผ่านระเบียงการค้าทางบก-ทางทะเลระหว่างประเทศแห่งใหม่ (New International Land-Sea Trade Corridor) ที่เชื่อมมณฑลตอนในของจีนออกสู่ทะเลที่อ่าวเป่ยปู้เพื่อไปสู่อาเซียน
  • การสร้าง “คลองขุดผิงลู่” ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่เชื่อมแม่น้ำกับทะเล ช่วยลดระยะทางการขนส่งได้กว่า 560 กิโลเมตร และลดต้นทุนโลจิสติกส์มหาศาล เพื่อส่งเสริมการค้าระหว่างจีน-อาเซียน

ขณะเดียวกัน จีนก็ยกระดับการเปิด “ด่าน” ทางบกผ่านเวียดนามมาโดยลำดับ อาทิ ด่านโหย่วอี้กวาน (Youyiguan) และ ด่านรถไฟผิงเสียง (Pingxiang) และขยายเส้นทางรถไฟความเร็วสูงเชื่อมชายแดน ส่งผลให้กวางสีเป็นมณฑลแรกของจีน ที่มีรถไฟความเร็วสูงวิ่งตรงถึงเมืองชายแดนจีน-เวียดนาม (สายหนานหนิง-ตงซิง) 

นอกจากนี้ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา รัฐบาลจีนยัง “ต่อยอด” ด่านเหล่านี้ให้มี “ความอัจฉริยะ” โดยนำระบบอัตโนมัติและเทคโนโลยีไร้คนขับมาใช้เพื่อรองรับการขนส่งสินค้าอัตโนมัติ 24 ชั่วโมง ลดระยะเวลาและต้นทุนการขนส่งและการดำเนินพิธีการศุลกากรระหว่างจีนและอาเซียน 

ด้วยระบบที่มีประสิทธิภาพดังกล่าว กวางสีจึงไม่เพียงทำหน้าที่เป็น “ประตูหลัก” ในการนำเข้าสินค้าเกษตร ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และอื่นๆ ที่ต้องการความรวดเร็วในการขนส่ง ช่วยสนับสนุนการค้าชายแดน (Smart Border Trade) และยกระดับห่วงโซ่อุปทานข้ามแดน (Cross-Border Supply Chain) แต่ยังมีศักยภาพในการพัฒนาเป็น “ศูนย์กระจายสินค้าเกษตรอาเซียน” เข้าสู่พื้นที่ตอนในของจีนอีกด้วย 

เท่ากับว่าโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกดังกล่าว ไม่เพียงช่วยขยายการค้าเท่านั้น แต่ยังช่วยดึงดูดการลงทุนจำนวนมากเข้าไปในพื้นที่ ทำให้กวางสีกลายเป็นศูนย์กลางการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีนกับภูมิภาคอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม

เท่านั้นไม่พอ กวางสียังเร่งสานแนวคิดในการพัฒนา “เศรษฐกิจที่มุ่งเน้นด้านพาณิชยนาวี” (Maritime-Oriented Economy) โดยในแผนยุทธศาสตร์ปี 2026-2030 กวางสีวางแนวทาง “การหันสู่ทะเล” และวางโครงสร้าง “หนึ่งแกน + สองปีก”

ทั้งนี้ “แกน” ได้แก่ ระเบียงการค้าทางบก-ทางทะเลระหว่างประเทศแห่งใหม่ (New International Land-Sea Trade Corridor) ที่เชื่อมโยงจีนตะวันตกตอนใน เช่น กุ้ยโจว ฉงชิ่ง และเฉิงตู ลงสู่ทะเลผ่านอ่าวเป่ยปู้กับภูมิภาคอาเซียน โดยได้รับการเติมพลังด้วย “คลองขุดผิงลู่” (Pinglu Canal) หรือที่คนจีนเรียกว่า “ผิงลู่ยุ่นเหอ” (Pinglu Yunhe) ทำให้พื้นที่หลังท่า (Hinterland) ขยายมากขึ้น ส่งผลให้การขนส่งสินค้าระหว่างภาคตะวันตกของจีนกับภูมิภาคอาเซียนลดเวลาและต้นทุนลงได้อย่างมาก

ขณะที่ปีกที่ 1 ได้แก่ เขตเศรษฐกิจทางทะเลแม่น้ำซีเจียง (Xijiang River Maritime Economic Belt) ซึ่งเป็นเส้นทางน้ำภายในประเทศ และความริเริ่มทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาคที่เชื่อมโยงมณฑลภายในของจีน อาทิ กวางสี ยูนนาน และกุ้ยโจว

และปีกที่ 2 ได้แก่ เขตเศรษฐกิจชายฝั่งอ่าวเป่ยปู้ (Beibu Gulf Coastal Economic Belt) ที่เป็นแนวชายฝั่งหลักของอ่าวเป่ยปู้ของจีน ที่เชื่อมต่อจีนใต้และตะวันออกเฉียงใต้ทางบกโดยตรงกับอาเซียนทางทะเลที่มีท่าเรือใหญ อาทิ ท่าเรือชินโจว ท่าเรือเป๋ยไห่ และท่าเรือฝางเฉิงกั่ง 

นี่ถือเป็น “การเปลี่ยนกระบวนทัศน์” ที่มีความสำคัญมาก เพราะแนวทางดังกล่าวทำให้กวางสี ได้รับการยกระดับจาก “มณฑลชายแดน” หรือ “มณฑลอุตสาหกรรมทางตอนใต้ของจีน” ที่ค่อนข้างห่างไกลจากศูนย์กลางเศรษฐกิจ สู่การเป็นแกนกลางใน “ประตูเศรษฐกิจของจีนตะวันตก” ที่เชื่อมโยงกับอาเซียน

ทั้งนี้ ผมประเมินว่า ภาพดังกล่าวจะชัดเจนในช่วงแผนฯ 15 (ปี 2026-2030) และจะเด่นชัดมากยิ่งขึ้นในแผนฯ 16 (ปี 2031–2035)

ผมจะขอแวะพาท่านผู้อ่านไปเจาะลึกเกี่ยวกับโครงการ “คลองขุดผิงลู่” ที่เกริ่นไว้ก่อนหน้านี้กัน คลองขุดแห่งนี้ถูกออกแบบให้เชื่อมต่ออ่างเก็บน้ำซีจิน (Xijin Reservoir) บนแม่น้ำหยู่ (Yujiang) ในเขตเหิงโจว (Hengzhou) นครหนานหนิง ผ่านเขตหลิงซาน (Linghshan) เมืองชินโจว และ แม่น้ำฉินเจียง (Qinjiang) ก่อนออกสู่อ่าวเป่ยปู้ (ตังเกี๋ย) ทางตอนใต้ ถือเป็นคลองขุดที่เชื่อมแม่น้ำ-ทะเลแห่งแรกของจีนนับแต่ปี 1949 และสนับสนุนอภิมหายุทธศาสตร์ “ข้อริเริ่มหนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” (Belt and Road Initiative)

คลองขุดนี้มีความยาวกว่า 134 เมตร พร้อมประตูน้ำขนาดใหญ่ 3 แห่งและลิฟท์น้ำสูงกว่า 60 เมตร ที่ช่วยกำกับควบคุมและปรับระดับน้ำ เพื่อรองรับความแตกต่างของระดับความสูงของน้ำในแต่ละพื้นที่ ขณะเดียวกัน โครงการยังสร้างสะพานข้ามคลองใหม่เกือบ 30 แห่ง เพื่อให้การขนส่งทางถนนและรถไฟเป็นไปอย่างราบรื่น 

คลองแห่งนี้มีความสามารถในการรองรับสินค้าขาเดียวถึง 89 ล้านตันต่อปี และเพื่อให้เส้นทางขนส่งเป็นระบบอัตโนมัติ และง่ายต่อการบริหาร โครงการยังติดตั้งระบบนำทางและสนับสนุนระบบอัจฉริยะสำหรับเส้นทางน้ำภายในประเทศ

นอกจากนี้ โครงการยังวางจุดยืนในการเป็น “คลองสีเขียว” วางแผนและดำเนินการดูแลปกป้องต้นไม้ สัตวป่า และ สัตวน้ำ รวมทั้งโค้งน้ำเก่าและถิ่นที่อยู่อาศัยริมทะเลสาบ ซึ่งเป็นพื้นที่อนุรักษ์ทางนิเวศวิทยาเกือบ 40 แห่ง เพื่อสร้างความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตลอดแนวคลองและพื้นที่ใกล้เคียง 

ข้อมูลอย่างเป็นทางการระบุว่า โครงการใช้เงินในการก่อสร้างถึง 72,700 ล้านหยวน จึงนับได้ว่า “คลองขุดผิงลู่” เป็นหนึ่งในโครงการใหญ่ที่มีความสำคัญมากที่สุดของกวางสีในยุคหลัง
โครงการเริ่มก่อสร้างเมื่อเดือนสิงหาคม 2022 และเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2026 โดยทำหน้าที่เชื่อมพื้นที่ชุมชนเมืองและสวนอุตสาหกรรมตามแนวคลอง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหนานหนิง เมืองเอกทางเศรษฐกิจ ชินโจว ซึ่งเป็นที่ตั้งของเขตอุตสาหกรรมจีน-มาเลเซีย และเขตนำร่องการค้าเสรีกวางสี (ชินโจว) ฝางเฉิงกั่ง และเป๋ยไห่ ผ่านระบบแม่น้ำจากพื้นที่ตอนในของกวางสีเข้ากับท่าเรือจำนวนมากที่เรียงรายในบริเวณอ่าวเป่ยปู้ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนส่งเสริมด้านการผลิตในพื้นที่และการค้าระหว่างจีน-อาเซียน 

ปัจจุบัน พื้นที่ตามแนวคลองขุดดังกล่าวรองรับหลายคลัสเตอร์อุตสาหกรรมการผลิตสำคัญ อาทิ ปิโตรเคมี โลหะที่ไม่ใช่เหล็ก กระดาษและผลิตภัณฑ์ไม้ วัสดุก่อสร้างและของใช้ภายในบ้านสีเขียว และชิ้นส่วนอุปกรณ์ด้านพาณิชยนาวี รวมทั้งกำลังขยายไปสู่อุตสาหกรรมเป้าหมายหลักของการพัฒนา อาทิ ยานยนต์พลังงานใหม่ หุ่นยนต์ และ เศรษฐกิจระดับการบินต่ำ

ดังนั้น เมื่อระบบเปิดดำเนินการเต็มรูปแบบ นอกจากสอดรับกับความมุ่งมั่นของจีนที่ต้องการหาทางออกสู่ทะเลทางตอนใต้แล้ว คลองขุดนี้ยังจะมีสภาพเป็น “Canal Economic Belt” ที่ช่วยสร้างประโยชน์ด้านโลจิสติกส์ 

ที่ผ่านมา สินค้าส่วนใหญ่ในภูมิภาคนี้ จะเข้าออกผ่านมณฑลกวางตุ้ง แต่เมื่อมีคลองขุดแห่งนี้ก็ทำให้สินค้าเหล่านี้ มีทางเลือกในการออกสู่ทะเล โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าจากพื้นที่ซีกตะวันตกเฉียงใต้ของจีนที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล อาทิ กุ้ยโจว ฉงชิ่ง และ เฉิงตู และสามารถเข้าถึงเส้นทางเดินเรือระหว่างประเทศได้โดยตรง 

ประการสำคัญ คลอดขุดแห่งนี้ช่วยลดระยะทางขนส่งได้ถึง 560 กิโลเมตร เมื่อเทียบกับการขนส่งทางถนนและทางรถไฟ ที่มีอยู่ ทำให้การขนส่งสินค้าภายในประเทศและกับประเทศเพื่อนบ้าน เป็นไปอย่างรวดเร็วและประหยัด

โดยประเมินว่า คลองขุดนี้จะช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์โดยรวมลงถึง 18-30% และคาดว่าจะลดต้นทุนด้านการขนส่งได้มากกว่า 5,200 ล้านหยวนต่อปี

อ่านต่อตอนหน้าครับ ...
 

คอลัมน์มังกรกระพือปีก โดย...ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร อุปนายกและเลขาธิการสมาคมส่งเสริมการลงทุนและการค้าไทย-จีน หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 2437