
ฟิลิปปินส์ออกกฎหมาย AES เข้มงวดการค้าข้าว
ฟิลิปปินส์ออกกฎหมาย Anti-Agricultural Economic Sabotage (AES) ควบคุมราคาข้าว จำกัดกำไรผู้ค้า 3-5 เปโซ/กก. เผยปี 66 นำเข้าข้าวไทย 3.42 แสนตัน
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงมะนิลา รายงานว่า รัฐบาลฟิลิปปินส์เตรียมพร้อมบังคับออกกฎหมาย Anti-Agricultural Economic Sabotage (AES) หรือการต่อต้านวินาศกรรมทางเศรษฐกิจด้านการเกษตร เพื่อป้องกันการกระทำผิดที่ส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรกรรม เช่น การลักลอบนำเข้าสินค้า การกักตุนสินค้า การค้ากำไรเกินควร และการผูกขาด ซึ่งมีบทลงโทษที่เข้มงวด เช่น การจำคุกตลอดชีวิตและการปรับสูงสุดถึง 5 เท่าของมูลค่าสินค้ากฎหมายนี้ยังมุ่งเน้นการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายให้มีความยั่งยืน
ในขณะเดียวกัน กระทรวงเกษตรฟิลิปปินส์ (DA) ได้ออกมาตรการใหม่ในการควบคุมราคาข้าวในเขตเมืองมะนิลาผ่านการจำกัดกำไรของผู้ค้า โดยจำกัดกำไรจากการจำหน่ายข้าวขัดสีทั่วไปและข้าวขัดสีคุณภาพดีไว้ที่ 3-5 เปโซต่อกิโลกรัม เพื่อลดราคาข้าวในตลาดให้เหลือประมาณ 43 เปโซต่อกิโลกรัม ซึ่งถือเป็นการช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของผู้บริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับข้าวซึ่งเป็นอาหารหลักของชาวฟิลิปปินส์
แม้ว่าฟิลิปปินส์จะมีการเพาะปลูกข้าวเพื่อการบริโภคภายในประเทศ แต่การผลิตข้าวในประเทศไม่สามารถตอบสนองความต้องการที่สูงขึ้นทุกปีได้ โดยผลิตข้าวได้ประมาณ 12 ล้านตันต่อปี ซึ่งยังคงไม่เพียงพอกับความต้องการที่เพิ่มขึ้น ทำให้ฟิลิปปินส์ต้องพึ่งพาการนำเข้าข้าวจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากเวียดนามและไทย
นอกจากนี้ ฟิลิปปินส์ยังเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความเสี่ยงสูงสุดในเอเชียเกี่ยวกับความมั่นคงทางอาหาร โดยเฉพาะในภาคข้าวที่มีบทบาทสำคัญในการเลี้ยงชีพของประชากร ปัญหาดังกล่าวยิ่งทวีความซับซ้อนด้วยภัยพิบัติทางธรรมชาติ เช่น แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด และพายุไต้ฝุ่น ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเกษตรและการผลิตข้าวอย่างต่อเนื่อง
ในปี 2566 ฟิลิปปินส์นำเข้าข้าวรวม 3.61 ล้านตัน ลดลงร้อยละ 6.65 จากปีก่อน โดยนำเข้าจากเวียดนามถึง 2.97 ล้านตัน ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 82.23 ของการนำเข้าข้าวทั้งหมด ส่วนไทยอยู่อันดับสองที่ 3.42 แสนตัน (ร้อยละ 9.46) และเมียนมาที่ 1.56 แสนตัน (ร้อยละ 4.33)
อย่างไรก็ตาม ข้าวไทยยังคงมีคุณภาพมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับในตลาดฟิลิปปินส์ โดยเฉพาะในด้านการพัฒนาและผลิตพันธุ์ข้าวที่หลากหลาย ซึ่งช่วยให้ไทยสามารถขยายโอกาสในการเพิ่มส่วนแบ่งตลาดข้าวในฟิลิปปินส์ได้มากขึ้น แม้จะมีการนำเข้าจากหลายประเทศ ฟิลิปปินส์ยังคงพึ่งพาแหล่งนำเข้าหลักเช่น ไทยและเวียดนามเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารของประเทศในอนาคต










