
พิลึก ครั้งแรกในไทย "ขุดกากแคดเมียม" จากบ่อฝังถาวรขึ้นมาขาย
สัมภาษณ์พิเศษ "วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ กมธ. ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา" บอกว่านี่เป็นครั้งแรกในไทย ที่มีการขุดกาก“กากแคดเมียม” กากอุตสาหกรรมจากบ่อฝังถาวรขึ้นมาขาย
KEY
POINTS
- เป็นครั้งแรกที่เหตุการณ์ เปิดบ่อกักเก็บแร่ถาวร ถูกเปิดออก และขนย้ายกากแร่แคดเมียมซึ่งเป็นของเสียอันตรายจากการหลอมสังกะสีในปริมาณมากกระจายไปยังหลายพื้นที่ในประเทศไทย
- การขออนุญาต และการควบคุมกำกับดูแลการขนย้าย และการจัดการกากแร่แคดเมียมมีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมมลพิษ และกรมการขนส่งทางบก เป็นต้น ซึ่งอาจมีช่องโหว่ในการควบคุมกำกับ
- เหตุการณ์ครั้งนี้ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการจัดทำคู่มือปฏิบัติการเพื่อควบคุม กำกับดูแล และจัดการกับกากแร่อันตรายในอนาคต รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะเพื่อความโปร่งใส หากเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้อีก
จากกรณีพบการขนย้าย "กากแร่แคดเมียม" ซึ่งเป็นตะกรันจากการหลอมสังกะสี ที่มีการปนเปื้อนของแคดเมียม 38% ของบริษัทเบาด์ แอนด์ บียอน จำกัด (มหาชน) ประมาณ 15,000 ตันกระจายออกไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั้งจังสมุทรสาคร ชลบุรี และล่าสุดพบในพื้นที่กรุงเทพมหานครอีกไม่ต่ำกว่า 150 ตัน
ฐานเศรษฐกิจ สัมภาษณ์พิเศษ นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ กมธ. ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ความเห็นว่า
นี่เป็นครั้งแรก แต่อาจไม่ใช่ครั้งเดียว ที่มีการขุดบ่อกักเก็บแร่ถาวรออกมา เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ถูกเปิดโปงออกมา ซึ่งไม่แน่ใจว่าก่อนหน้าหน้านั้นได้เคยมีเหตุการณ์ลักษณะใกล้เคียงกันเกิดขึ้นอีกหรือไม่
คนที่เซ็นอนุญาตให้สามารถดำเนินการได้คงตอบคำถามยากมาก ว่าเคยมีธรรมเนียมการเซ็นอนุญาตเช่นนี้จริงๆหรือ และในการเซ็นอนุญาตไม่มีการถามหรือว่านำออกมาแล้วจะนำไปที่ไหน ข้อสังเกตคือ ตามปกติไม่น่าใช่ของที่มีการซื้อหากัน เพราะหากเป็นของที่มีมูลค่า คุ้มค่าต่อการลงทุน คงไม่มีการสร้างบ่อกักเก็บซึ่งใช้เงินจำนวนมากเพื่อกักเก็บกากแร่เหล่านี้ แต่ในกรณีที่มีผู้ติดต่อขอซื้อ ก็ควรต้องตั้งคำถามว่าจะนำไปทำอะไรหรือไม่
เพราะในปัจจุบันยังไม่มีตัวเลขยืนยันออกมาจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมอย่างชัดเจนว่า ประเทศไทยมีโรงงานที่สามารถหลอมกากแคดเมียมได้อย่างปลอดภัย ถูกกฎหมาย ไม่ปล่อยมลภาวะ จำนวนกี่โรง ซึ่งอนุมานได้ว่าไม่น่าจะมี เพราะหากมีต้องมีการขึ้นทะเบียนอย่างชัดเจนไปเรียบร้อยแล้ว
เมื่อมีการลักลอบหลอมกากแคดเมียม โดยโรงหลอมที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่มีคุณภาพ ไม่สามารถควบคุมมลพิษได้ ย่อมจะเกิดผลกระทบต่อสุขภาพ หากฟุ้งกระจายไปในบรรยากาศ สามารถก่อให้เกิดโรคอิไต-อิไต ทำให้กระดูกคดงอ และมีสารแคดเมียมสะสมอยู่ในร่างกายนานถึง 20 ปี
แน่นอนว่าเมื่อหลอมกากแคดเมียมแล้ว ก็จะเปลี่ยนสภาพจากกากแร่ กลายเป็นแท่งแร่โลหะ ซึ่งก็จะสามารถส่งกลับขายอย่างประเทศจีนได้ ทั้งทางบก และทางเรือ กลายเป็นสินค้าที่มีมูลค่าและมีความต้องการใช้ในอุตสาหกรรมรถอีวี
ที่น่าสนใจคือ ในอดีตตลาดเกี่ยวกับอุตสาหกรรมแร่ มักจะเป็นการร่วมทุนกันระหว่างชาวไทยและชาวต่างชาติที่เป็นฝรั่ง ในการขุดค้นหาสายแร่ ซึ่งการขออนุญาตประทานบัตรในขณะนี้ถือว่ายากขึ้นมาก แต่ขณะนี้ได้เกิดผู้เล่นรายใหม่เป็นชาวจีน ในด้านของการรีไซเคิลโลหะ สาเหตุมาจากเมื่อประมาณปี 2565 ประเทศจีนประกาศไม่รับของเหลือใช้ (waste) อีกแล้ว จากเดิมที่เคยประกาศรับซื้อจำนวนมากเพื่อนำไปรีไซเคิล ซึ่งหลายประเทศในอาเซียนมีการประกาศในลักษณะใกล้เคียงกันเช่นนี้ แต่ประเทศไทยไม่มี
จากมาตรการนี้ทำให้นักธุรกิจเกี่ยวกับอุตสาหกรรมรีไซเคิลจำเป็นต้องหาพื้นที่ใหม่เพื่อประกอบธุรกิจของตนเองต่อไป
จากจำนวนการขออนุญาตขนย้าย และเกิดการขนย้ายจริงกระจายไปตามจังหวัดต่างๆจะเห็นได้ว่าต้องใช้รถบรรทุกขนย้ายกลับแร่จำนวนหลายรอบ ต้องผ่านการขออนุมัติอนุญาตจากหลายส่วนงาน อันดับแรกคือ กรมโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งมีอำนาจในการอนุมัติอนุญาตให้เกิดการเคลื่อนย้ายหรือเปิดบ่อได้ ซึ่งเป็นไปตาม กฎหมายโรงงานอุตสาหกรรม และยังมี พ.ร.บ. ควบคุมวัตถุอันตราย ที่ครอบคลุมมาถึงในกรณีนี้ด้วย
ซึ่งกฎหมายฉบับนี้หลายส่วนงานต้องนำไปบังคับใช้ เช่นกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมมลพิษ และเมื่อเกี่ยวข้องกับบ่อเก็บแร่ ก็อาจจะต้องไปดูพ.ร.บ.เหมืองแร่ ประกอบด้วย
ส่วนเรื่องของการขนส่ง ก็ยังมีกฎหมายเรื่องการรับขนสินค้าอันตราย ซึ่งเกี่ยวข้องกับกระทรวงคมนาคม กรมการขนส่งทางบก พ.ร.บ.จราจร ซึ่งยังต้องตามหาว่ารถขนส่ง 1,000 กว่าเที่ยว ทำโดยผู้ใด มีใบอนุญาตในการขนของแบบนี้หรือไม่ มีการบรรทุกน้ำหนักเกินหรือไม่ มีการจ่ายส่วยหรือไม่ จึงอนุมานได้อีกว่านอกจากผู้ซื้อจะเป็นรายใหม่แล้ว ผู้รับขนก็ไม่ใช่รายปกติ
นอกจากนี้ยังมีประเด็นการจัดการกับกากแร่แคดเมียมที่ตรวจพบ ซึ่งมักอยู่ในพื้นที่ใกล้ชุมชน จะมีการดูแลควบคุมสารพิษไม่ให้เกิดการรั่วไหลได้มากน้อยแค่ไหน อย่างไร และหากต้องขนกลับไปฝังยังบ่อเก็บเดิม ต้องพิจารณาพิจารณาด้วยว่าสภาพของบ่อเก็บยังดีอยู่หรือไม่ และค่าใช้จ่ายในการขนย้ายกลับไปเก็บที่บ่อเดิมนั้น ใครจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย หากเจ้าของกากแร่อ้างว่าไม่มีเงินในการขนกากแร่กลับไปไว้จุดเดิม แล้วค่าใช้จ่ายในส่วนนี้หน่วยงานใดเป็นผู้ดำเนินการ มีงบประมาณหรือไม่
การถอดบทเรียนจากเหตุการณ์เคลื่อนย้ายจากแร่แคดเมียมในครั้งนี้ ทำให้เห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องมีคู่มือในการปฎิบัติงาน แบ่งออกเป็น 2ส่วน คือคู่มือในการตามของเมื่อเกิดเกิดเหตุการณ์ของหายสาบสูญไปจากระบบ เพื่อกำหนดรูปแบบการปฎิบัติงานว่าภายใน 3วัน 7วัน ใครต้องทำอะไร และต้องเปิดเผยอย่างเป็นสาธารณะ เพื่อให้ประชาชนและสื่อมวลชนสามารถติดตาม ความคืบหน้าได้ รายละเอียดของคู่มือฉบับนี้จึงว่าด้วยเรื่องการกู้คืน เยียวยา ลดความเสี่ยง และนำกลับไปเก็บในที่ที่สมควร
ส่วนคู่มืออีกฉบับควรกำหนดมาตรการในการควบคุม หากต้องมีการเปิดบ่อกักเก็บกากแร่ในลักษณะเช่นนี้ เพราะหากในอนาคตมีการตั้งโรงงานอย่างถูกกฎหมาย มีความปลอดภัย กากแร่เหล่านี้ย่อมสามารถนำเข้าสู่กระบวนการเพื่อสร้างมูลค่าได้ ดังนั้นจึงต้องมีคู่มือควบคุมการออกให้ถูกต้อง ไปให้ถูกทาง เข้าให้ถูกระบบ และอาจรวมไปถึงการกำหนดให้แร่ที่ได้จากการหลอมเหล่านี้ สามารถส่งออก หรือควรต้องเก็บเอาไว้ใช้เองในประเทศ แต่หากคู่มือดังกล่าวมีอยู่แล้วแต่ถูกนำมาปฏิบัติก็ย่อมถูกคำถามว่า เหตุใดจึงไม่ปฏิบัติตามคู่มือ
สุดท้ายนายวีรศักดิ์ กล่าวถึงสิ่งที่น่ากังวลในขณะนี้ว่า จำนวนแร่แคดเมียมที่เหลือและยังตามหาไม่พบ หวังว่าจะยังมีการเข้าสู่กระบวนการหลอม เพราะหากเกิดการหลอมขึ้นมา ไอฟุ้งกระจายของแร่ จะส่งผลเสียหายต่อสุขภาพ และยังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประเทศอีกด้วย










