
ทำความรู้จัก "สับปะรดภูแล" หลัง “จีน” สั่งแบนผลไม้เป็นครั้งแรก
ทำความรู้จัก “สับปะรดภูแล” ที่มาที่ไปใครเป็นผู้นำพันธ์เข้ามาปลูก หลังถูก “จีน” สั่งแบนสับปะรดภูแลเป็นครั้งแรก สับปะรดปลูกในประเทศไทยกี่สายพันธ์คลิกอ่านรายละเอียดทั้งหมดด่วน
กลายเป็นประเด็นร้อนแรงสำหรับเกษตรกรที่ปลูกสับปะรดภูแล เมื่อ นายสัญชัย ปุรณะชัยคีรี นายกสมาคมผู้ส่งออกผลไม้ไทย ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ขณะนี้สับปะรดภูแล ที่ตัดแต่งส่งออกไม่ได้ ขณะนี้ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้แบนสับปะรดภูแล ซึ่งทางสมาคมฯ กำลังเช็คกันอยู่ว่าเกิดจากสาเหตุอะไร
ล่าสุดมีรายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ว่ า สับปะรดภูแล ที่เป็นผลไม้สด ยังสามารถส่งออกไปตลาดจีนได้ปกติ ยกเว้นกรณี สับปะรดภูแลที่ตัดแต่ง เนื่องจากจีนพบว่ามีสารเพิ่มความหวาน หรือ สารเคมีอื่นปนเปื้อน จึงส่งผลให้มีการระงับนำเข้า สำหรับสับปะรดภูแลที่ปอกเปลือกหรือตัดแต่งแล้ว
สับปะรด มีด้วยกัน 14 สายพันธ์ที่ปลูกในประเทศไทย มีดังนี้
- พันธุ์ปัตตาเวีย
- พันธุ์อินทรชิตแดง
- พันธุ์อินทรชิตขาว
- พันธุ์ภูเก็ต
- พันธุ์นางแล
- สับปะรดศรีราชา
- สับปะรดตราดสีทอง
- สับปะรดห้วยมุ่น
- สับปะรดภูแล
- สับปะรดภูเก็ต
- พันธุ์เพชรบุรี 1
- พันธุ์เพชรบุรี 2
- พันธุ์ภูชวาหรือไซโก้เบอร์ 6
- พันธุ์ MD2
สับปะรดที่ปลูกส่วนใหญ่ เพื่อการบริโภคผลสด และ การแปรรูปทางอุตสาหกรรมในประเทศไทย ซึ่งหนึ่งในนั้นมีชื่อของ สับปะรดภูแล รวมอยู่ด้วย
รู้จัก “สับปะรดภูแล”
- สับปะรดภูแลเชียงราย ชื่อภาษาอังกฤษ Chiangrai Phulae Pineapple) หรือในชื่อเรียก สับปะรดภูแล เป็นสับปะรดหรือในชื่อเรียก สับปะรดภูแล เป็นสับปะรดสายพันธุ์ในกลุ่มควีน ลูกเล็กและสามารถปลูกได้ตลอดปี ผล ขนาดเล็ก เนื้อสีทอง กลิ่นหอม แกนสับปะรดกรอบ
- สับปะรดภูแล เป็นสับปะรดในกลุ่มควีนที่ได้ ขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์เมื่อวันที่ 8 พ.ย.2548 เมื่อ พ.ศ.2520 นายเอนก ประทีป ณ ถลาง อาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ได้นำหน่อพันธุ์สับปะรดภูเก็ต จากจังหวัดภูเก็ตมาปลูกครั้งแรกที่ ต.นางแล อ.เมือง จ.เชียงราย ด้วยสภาพทางภูมิศาสตร์ทำให้สับปะรดภูแลมีลักษณะที่แตกต่างจากสับปะรดภูเก็ต คือ ขนาดผลเล็ก มีน้ำหนักตั้งแต่ 0.15-1 กิโลกรัม จุกมีลักษณะชี้ตรว ตาผลเต่งตึง โปนออกมาจากผลอย่างเห็นได้ชัด เปลือกค่อนข้างหนา เหมาะสำหรับการขนส่งระยะไกล เมื่อสุกเปลือกผลจะมีสีเหลืองหรือเหลืองปนเขียว เนื้อสีเหลือง กรอบ กลิ่นหอม แกนสับปะรดกรอบรับประทานได้ ปลูกได้ตลอดทั้งปี เก็บเกี่ยวเหลังจากออกดอกประมาณ 120-150 วัน ขึ้นกับฤดูกาล เรียกชื่อสับปะรดดังกล่าวว่า “สับปะรดภูแล” โดยการนำเอาชื่อ “ภูเก็ต” ซึ่งเป็นแหล่งปลูกเดิมมาผสมคำกับแหล่งปลูกใหม่ คือ “นางแล”
ลักษณะสับปะรดภูแล
- ผล ขนาดเล็ก มีน้ำหนักตั้งแต่ 150 กรัม – 1000 กรัม ความยาวของจุกโดยเฉลี่ย 1-1.5
- เท่าของความยาวผล ตัวจุกมีลักษณะชี้ตรง
- ตาผล ตาเต่งตึงโปนออกมาจากผลอย่างเห็นได้ชัด
- เปลือก เปลือกค่อนข้างหนา เหมาะสำหรับการขนส่งระยะไกล เมื่อสุกเปลือกผลจะมีสีเหลืองหรือเหลืองปนเขียว
- เนื้อ เนื้อสีเหลือง กรอบ กลิ่นหอม แกนสับปะรดกรอบ รับประทานได้
- รสชาติ มีความหวานปานกลาง
- ใบ ใบเรียวเล็ก สีเขียวอ่อนและมีแถบสีชมพูบริเวณกลางใบ ขอบใบมีหนามเรียงชิดติด
- กันตลอดความยาวของใบ
ปัจจุบัน ได้มีการนำ สัปปะรดภูแล มาแปรรูปมากมาย ทั้ง เบเกอรี่ และ เครื่องดื่ม มากมาย ที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์.






