
EU Green Deal มุ่งลดสารเคมี เตือนสินค้าเกษตรไทยรับมือ หวั่นกระทบหนัก
สมาคมการค้านวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย ระบุแผนการปฏิรูปสีเขียวอียู มุ่งลดใช้สารเคมีในสินค้าเกษตร หากมีการใช้สารเคมีไม่ระมัดระวังอาจโดนถอดได้ ชี้เอกชนตื่นตัว จี้รัฐ กำหนดนโยบายชัดเจน
นางนงนุช ยกย่องสกุล นายกสมาคมการค้านวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย (TAITA) กล่าวในเวทีเสวนา ทิศทางการนำเข้า ปุ๋ย เคมีเกษตร และปัจจัยผลิตทางการเกษตรไทย ภายใต้งานนิทรรศการ “5 ทศวรรษแห่งการพัฒนาวิชาการเกษตรไทย และการก้าวไปในทศวรรษที่ 6” กรมวิชาการเกษตร ว่า แผนการปฏิรูปสีเขียวของสหภาพยุโรป (European Green Deal) ต้องการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลงร้อยละ 50 - 55 ภายในปี 2030 (พ.ศ. 2573) และลดลงเป็นศูนย์ภายในปี 2050 (พ.ศ. 2593)
โดย EU Green Deal มี 7 มาตรการ มุ่งเน้นคาร์บอนเครดิต ในมาตรการ CBAM หรือ มาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป นั้นเกี่ยวกับปุ๋ย และพลังงานสีเขียว
และมีการพูดถึง From Farm to Fork หรือ จากฟาร์มถึงโต๊ะอาหาร มีลดการใช้สารเคมี ยา สารต้านชีวพันธุ์ ในสินค้าเกษตร รัฐต้องร่วมมือกับเอกชน ต้องมาดูในเรื่องดังกล่าว ถ้าไทยต้องการส่งออกสินค้าเกษตรไปยังยุโรป หากมีการใช้สารเคมีไม่ระมัดระวังอาจโดนถอดจากประเทศผู้ส่งออกสินค้าเกษตรไปยังยุโรปได้ โดยการขึ้นทะเบียนนั้นใช้เวลานาน 5 ปี แต่ From Farm to Fork กำลังจะเกิดขึ้น
อีกเรื่องคือเรื่องสารเคมีอันตรายมาก และภาชนะบรรจุภัณฑ์ โดยเอกชนเริ่มตื่นตัวในเรื่องนี้ แต่ภาครัฐ ต้องกำหนดนโยบายชัดเจนในการส่งเสริมหรือช่วยภาคเอกชน






