
ไทยยูเนี่ยน คว้าอันดับ 1 กลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหาร DJSI
ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป คว้าอันดับ 1 กลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารของโลก DJSI) คว้า 100 เปอร์เซ็นต์ไทล์ ใน 18 หัวข้อ ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ตอกย้ำประสิทธิภาพกลยุทธ์ความยั่งยืน SeaChange® พร้อมเตรียมประกาศเป้าหมายการดำเนินงานใหม่ถึงปี 2573
นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ไทยยูเนี่ยนติดอยู่ในดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ หรือ DJSI เป็นปีที่ 9 ติดต่อกัน ซึ่งเป็นกลุ่มดัชนีที่ประเมินผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนหลายพันแห่ง และเคยได้อันดับ 1 ในกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหาร จากดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ ในปี 2561 และปี 2562
ไทยยูเนี่ยน ได้รับคะแนนความยั่งยืนในมิติด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยรวมที่ 100 เปอร์เซ็นต์ไทล์ ใน 18 หัวข้อ ได้แก่
- การสรุปประเด็นที่มีนัยสำคัญ
- การบริหารจัดการความเสี่ยงและภาวะวิกฤต
- การโน้มน้าวด้านนโยบาย
- การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน
- การบริหารจัดการด้านนวัตกรรม
- การรายงานด้านสิ่งแวดล้อม
- นโยบายและระบบการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม
- ประสิทธิภาพการดำเนินงานเชิงนิเวศเศรษฐกิจ
- ความหลากหลายทางชีวภาพ
- การบริหารตามหลักเกษตรกรรมยั่งยืน
- ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องในเรื่องน้ำ
- การรายงานด้านสังคม
- สิทธิมนุษยชน
- ค่าจ้างที่เพียงพอแก่การดำรงชีวิต
- การดูแลและรักษาพนักงาน
- ความรับผิดชอบต่อสังคมและการบริจาคเพื่อการกุศล
- อาชีวอนามัยและความปลอดภัย
- สุขภาพและโภชนาการ
ในขณะที่มิติด้านธรรมาภิบาลและเศรษฐกิจ ได้คะแนนที่ 97 เปอร์เซ็นต์ไทล์
เรื่องความยั่งยืนเป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจของไทยยูเนี่ยน โดยมีความมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้เกิดขึ้นทั้งในการดำเนินงานของไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป และตลอดทั้งอุตสาหกรรมอาหารทะเลทั่วโลก
จากเป้าหมายองค์กรที่ต้องการ “สร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับผู้คน และดูแลรักษาความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเล” ไทยยูเนี่ยนมีการดำเนินโครงการต่างๆ ที่สำคัญ ซึ่งไม่เพียงจะจัดการกับความท้าทายสำคัญที่อุตสาหกรรมกำลังเผชิญอยู่ แต่จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงอย่างมีประสิทธิภาพด้วย”
และเมื่อปีที่แล้ว ไทยยูเนี่ยนยังได้อันดับ 1 จากดัชนี Seafood Stewardship Index (SSI) ซึ่งต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยประเมินจากการดำเนินงานที่ตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (UN SDGs) โดยในปีที่ผ่านมา ไทยยูเนี่ยนมีความก้าวหน้าในการดำเนินงานภายใต้กลยุทธ์ความยั่งยืนของบริษัท ดังนี้
- การติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์เพิ่มที่โรงงานของบริษัทในจังหวัดสมุทรสาคร ทำให้สามารถผลิตพลังงานแสงอาทิตย์แล้วรวม 7 เมกะวัตต์
- โรงงานแปรรูปปลาของไทยยูเนี่ยน ที่ประเทศเซเชลล์ หลังคาโรงงาน 30 เปอร์เซ็นต์ติดตั้งโซลาเซล์ ซึ่งสามารถผลิตไฟ คิดเป็น 8 เปอร์เซ็นต์ของการใช้พลังงานทั้งหมดในโรงงาน
- การเป็นพันธมิตรกับองค์กรการประมงเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Fisheries Partnership) เพื่อสร้างความโปร่งใสในห่วงโซ่อุปทานของไทยยูเนี่ยน
- การปรับปรุงหลักการ Employer Pays Principle นั่นคือ แรงงานข้ามชาติไม่ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการหางาน
- การตรวจประเมินการสภาพการทำงานบนเรือในทะเลโดยผู้ตรวจสอบลงพื้นที่บนเรือจริงๆ เป็นครั้งแรก และเป็นครั้งแรกของการตรวจประเมินในลักษณะนี้
- แสดงความเป็นผู้นำเรื่องการเงินเพื่อส่งเสริมความยั่งยืน (Blue Finance) ด้วยการออกสินเชื่อส่งเสริมความยั่งยืน และหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน ซึ่งมีเป้าหมายที่สร้างประโยชน์ให้กับท้องทะเล
นายอดัม เบรนนัน ผู้อำนวยการกลุ่มความยั่งยืนของไทยยูเนี่ยน กล่าวว่า ไทยยูเนี่ยน เตรียมพร้อมเดินหน้าเป้าหมายใหม่ โดยในช่วงต้นปี 2566 จะประกาศเป้าหมายการดำเนินงานใหม่ภายใต้กลยุทธ์ SeaChange® จนถึงปี 2573 ซึ่งจะมีเป้าหมายที่ท้าทายหลายเรื่องเช่น เป้าหมายเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ตั้งอยู่บนหลักการ Science Based Targets Initiative
สำหรับ S&P Global Corporate Sustainability Assessment (CSA) จะทำการประเมินการทำงานด้านความยั่งยืนของบริษัทกว่า 10,000 แห่งทั่วโลกในแต่ละปี โดย CSA ช่วยให้บริษัทต่างๆ เช่น ไทยยูเนี่ยนสามารถวัดผลการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจของอุตสาหกรรม สิ่งแวดล้อม และสังคมที่หลากหลาย ซึ่งเกี่ยวข้องกับนักลงทุนที่ให้ความสำคัญกับเรื่องความยั่งยืนมากขึ้นเรื่อยๆ






