thansettakij
thansettakij
คมนาคม เตรียมความพร้อมสนามบินภาคใต้ รับมือฝนหนัก พื้นที่เสี่ยง 10 จังหวัด 23–26 ต.ค.นี้

คมนาคม เตรียมความพร้อมสนามบินภาคใต้ รับมือฝนหนัก พื้นที่เสี่ยง 10 จังหวัด 23–26 ต.ค.นี้

23 ต.ค. 69 | 11:24 น.
อัปเดตล่าสุด :23 ต.ค. 69 | 11:38 น.

“ภัทรพงศ์” รมช.คมนาคม กำชับกรมท่าอากาศยานเตรียมพร้อมสนามบินภาคใต้รับฝนหนัก หลังเตือนพื้นที่เสี่ยง 10 จังหวัด เชื่อมข้อมูลอากาศ–สถานการณ์น้ำ เฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง ระหว่างวันที่ 23–26 ตุลาคม 2569 น้ำความปลอดภัยผู้โดยสารเป็นสำคัญ

KEY

POINTS

  • กระทรวงคมนาคมสั่งการให้ท่าอากาศยานในพื้นที่ภาคใต้เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฝนตกหนักใน 10 จังหวัดเสี่ยง ระหว่างวันที่ 23-26 ต.ค.
  • มาตรการรับมือรวมถึงการเฝ้าระวังสถานการณ์ 24 ชั่วโมง, ตรวจสอบระบบระบายน้ำ, เตรียมเครื่องสูบน้ำและไฟฟ้าสำรอง, และประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • เน้นความปลอดภัยของผู้โดยสารเป็นหลัก โดยอาจจำกัดหรือระงับการบินหากไม่ปลอดภัย พร้อมประสานงานกับสายการบินเพื่อบริหารจัดการเที่ยวบิน

23 ตุลาคม 2569 นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาที่ระบุว่าภาคใต้มีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่

ภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

ประกอบกับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) แจ้งเฝ้าระวังน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มในพื้นที่เสี่ยงของ 10 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ ระนอง พังงา ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา สตูล ยะลา และนราธิวาส ระหว่างวันที่ 23–26 ตุลาคม 2569

ตนจึงได้กำชับกรมท่าอากาศยานให้ท่าอากาศยานในสังกัดพื้นที่ภาคใต้ทุกแห่งเตรียมความพร้อม ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด

คมนาคม เตรียมความพร้อมสนามบินภาคใต้ รับมือฝนหนัก พื้นที่เสี่ยง 10 จังหวัด 23–26 ต.ค.นี้

โดยได้สั่งการให้ท่าอากาศยานประสานข้อมูลพยากรณ์อากาศ ประกาศเตือนภัย และข้อมูลอุตุนิยมวิทยาการบินจากกรมอุตุนิยมวิทยา ควบคู่กับการติดตามข้อมูลสถานการณ์น้ำและการคาดการณ์อุทกภัยจากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ กรมชลประทาน และหน่วยงานด้านน้ำในพื้นที่ พร้อมประสานจังหวัดและสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เพื่อประเมินความเสี่ยงร่วมกัน

 ทั้งบริเวณท่าอากาศยาน พื้นที่โดยรอบ และเส้นทางเข้า–ออก โดยจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและรายงานสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมงในช่วงเฝ้าระวัง ด้านการป้องกัน ให้ตรวจสอบและกำจัดสิ่งกีดขวางทางระบายน้ำ ตรวจความพร้อมของเครื่องสูบน้ำ ระบบไฟฟ้าและไฟฟ้าสำรอง ตลอดจนอุปกรณ์ที่จำเป็น

พร้อมติดตามปริมาณฝน ระดับน้ำภายในและภายนอกท่าอากาศยาน และสภาพทางวิ่ง ทางขับ และลานจอดอากาศยานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขสถานการณ์ได้ทันท่วงที

คมนาคม เตรียมความพร้อมสนามบินภาคใต้ รับมือฝนหนัก พื้นที่เสี่ยง 10 จังหวัด 23–26 ต.ค.นี้

ความปลอดภัยของผู้โดยสารและผู้ใช้บริการต้องมาก่อน หากประเมินแล้วพบว่าสภาพพื้นที่หรือสิ่งอำนวยความสะดวกไม่ปลอดภัยต่อการปฏิบัติการบิน ให้ดำเนินการจำกัดหรือระงับการใช้งานพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบตามความจำเป็น

พร้อมประสานออกประกาศแจ้งนักบินตามขั้นตอน รวมทั้งประสานหน่วยงานควบคุมจราจรทางอากาศ สายการบิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบริหารจัดการเที่ยวบินและดูแลผู้โดยสาร พร้อมแจ้งข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง

คมนาคม เตรียมความพร้อมสนามบินภาคใต้ รับมือฝนหนัก พื้นที่เสี่ยง 10 จังหวัด 23–26 ต.ค.นี้

ด้านนายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน หรือ ทย. กล่าวว่า ขณะนี้ได้เตรียมพร้อมของท่าอากาศยานนราธิวาส โดยได้ประสานความร่วมมือกับจังหวัดนราธิวาสและสำนักงานชลประทานที่ 17 ในการเตรียมระบบสูบและระบายน้ำ

ดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน หรือ ทย.

พร้อมจัดทำแผนขอรับการสนับสนุนเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติม รวมถึงดำเนินการขุดลอกทางระบายน้ำระยะทางประมาณ 4,110 เมตร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและลดความเสี่ยงน้ำสะสมในพื้นที่ท่าอากาศยาน

สำหรับท่าอากาศยานในสังกัดพื้นที่ภาคใต้แห่งอื่น ๆ ได้กำชับให้ทบทวนแผนเผชิญเหตุและแผนรองรับการให้บริการเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน จัดเตรียมบุคลากร เครื่องมือ และช่องทางประสานงานกับหน่วยงานในพื้นที่ ทั้งหน่วยงานควบคุมจราจรทางอากาศ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และสายการบิน

นอกจากนี้เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมาได้เข้าร่วมการประชุมเตรียมความพร้อมรองรับกรณีเฉพาะและสถานการณ์ฉุกเฉินด้านการคมนาคม ร่วมกับกระทรวงคมนาคม เพื่อบูรณาการการเฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด

รวมถึงวางมาตรการป้องกันเพื่อลดผลกระทบต่อการเดินทางของผู้โดยสารอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้สามารถรับมือสถานการณ์และอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารได้อย่างเหมาะสม