thansettakij
thansettakij
เจาะลึกกลยุทธ์ ททท.ฝ่าวิกฤตเงินเยนอ่อนค่า กู้ตลาดญี่ปุ่น 1.05 ล้านคนเที่ยวไทย

เจาะลึกกลยุทธ์ ททท.ฝ่าวิกฤตเงินเยนอ่อนค่า กู้ตลาดญี่ปุ่น 1.05 ล้านคนเที่ยวไทย

01 ต.ค. 69 | 05:50 น.
อัปเดตล่าสุด :01 ต.ค. 69 | 05:56 น.

การอ่อนค่าของเงินเยน ส่งผลดีต่อการเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นของคนไทย แต่กลับทำให้คนญี่ปุ่นมีต้นทุนในการเดินทางเที่ยวไทยสูงขึ้น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงเดินหน้าผลักดันกลยุทธ์กู้ตลาดนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นอย่างเข้มข้น

KEY

POINTS

  • ททท. ตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น 1.05 ล้านคนในปีนี้ เพื่อรับมือวิกฤตเงินเยนอ่อนค่าที่ทำให้ต้นทุนเที่ยวไทยของคนญี่ปุ่นสูงขึ้นเท่าตัว
  • ปรับกลยุทธ์จากการเน้นจำนวนคนมาเป็นการสร้างรายได้ โดยมุ่งเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีกำลังซื้อสูง เช่น กลุ่มพำนักระยะยาว กลุ่มเวลเนส และกลุ่มคนรุ่นใหม่
  • ใช้แคมเปญระดับชาติ “HINICHIJO DE IYASARERU, IMAKARA THAI E” พร้อมร่วมมือกับสายการบินและผู้ประกอบการท่องเที่ยว (OTA) จัดโปรโมชันเพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย
  • ผลักดันให้เกิดเที่ยวบินตรงเชื่อมต่อจากเมืองรองของญี่ปุ่น และขยายความร่วมมือระดับเมืองเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวสองทาง (Two-way Tourism)

ในปี 2568 คนไทยเดินทางไปญี่ปุ่นเที่ยวญี่ปุ่นทะลุ 1 ล้านคน ในขณะที่คนญี่ปุ่นมาไทยอยู่ที่ 1.09 ล้านคน โดยมีปัจจัยหนุนจากค่าเงินเยนที่เอื้อต่อการท่องเที่ยวของคนไทย ขณะที่คนญี่ปุ่นจะมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งทำให้ปีนี้คนญี่ปุ่นอาจจะเดินทางมาเที่ยวไทยไม่ถึง 1.2 ล้านคน คาดว่าแนวโน้มจะอยู่ที่ 1.05 ล้านคน

เงินเยนอ่อนค่า ญี่ปุ่นเที่ยวไทยต้นทุนพุ่งเท่าตัว

ภาวะเศรษฐกิจในประเทศญี่ปุ่นและปัญหาค่าเงินเยนอ่อนค่า กลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ โดยเมื่อเปรียบเทียบอัตราแลกเปลี่ยนในอดีตที่เคยสูงถึง 40 บาทต่อ 100 เยน แต่ในปัจจุบันลดลงเหลือเพียง 20-21บาท ต่อ 100 เยน

ส่งผลให้ชาวญี่ปุ่นรู้สึกว่าต้องแบกรับค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นถึงเท่าตัวในการเดินทางท่องเที่ยว ต่างจากในยุคอดีตที่เงินเยนแข็งค่าไทยเคยรองรับนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นสูงสุดถึง 1.8 ล้านคน

ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

“ททท.ก็มองว่าไทยจะยังคงรักษาสัดส่วนนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นได้เกิน 1 ล้านคน ในสถานการณ์เช่นนี้ ถือเป็นผลงานที่น่าพึงพอใจและเป็นจำนวนที่สูงมากเมื่อเทียบกับความท้าทายทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นการส่งเสริมตลาดญี่ปุ่น” ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการททท.กล่าว

การส่งเสริมตลาดญี่ปุ่นททท.จะขับเคลื่อนแคมเปญระดับชาติ “HINICHIJO DE IYASARERU, IMAKARA THAI E” สัมผัสความสุขเหนือความคุ้นเคย เยียวยากายใจ บินไปไทยกันตอนนี้

ปั๊มนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นปีนี้ 1.05 ล้านคน

ทั้งนี้ในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-ส.ค. 2569) นักท่องเที่ยวญี่ปุ่น เที่ยวไทย 665,368 คน ลดลง 5.42% ซึ่งจุดหลักนอกจากปัจจัยเงินเยนอ่อนค่า คนญี่ปุ่นเลือกเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ (Domestic Travel) ทดแทน ยังมีเรื่องของเงินเฟ้อ

รวมทั้งปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลต่อราคาบัตรโดยสารเครื่องบินและต้นทุนพลังงาน ราคาน้ำมันอากาศยานและค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิง (Fuel Surcharge) ที่ทรงตัวในระดับสูง กระทบต่อต้นทุนการบินและค่าครองชีพโดยรวม

รวมไปถึงการขาดแคลนเที่ยวบินตรงจากเมืองรอง (Regional Air Seat Bottleneck) แม้เส้นทางจากโตเกียวและโอซากาจะฟื้นตัวได้ดี แต่เที่ยวบินตรงเชื่อมต่อจากสนามบินภูมิภาค เช่น เซนได ชูบุ หรือซัปโปโร ยังไม่กลับมาเต็มรูปแบบเหมือนช่วงก่อนโควิด-19

เจาะลึกกลยุทธ์ ททท.ฝ่าวิกฤตเงินเยนอ่อนค่า กู้ตลาดญี่ปุ่น 1.05 ล้านคนเที่ยวไทย

แต่จากการประเมินทิศทางช่วงปลายปี คาดว่าจะสามารถชะลอการติดลบและพลิกกลับมามีโมเมนตัมเป็นบวกได้ในช่วงไตรมาสที่ 4 เนื่องจากเข้าสู่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวไฮซีซันของตลาดญี่ปุ่น  โดยในเดือนสิงหาคมเพียงเดือนเดียวมีนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเข้าไทยสูงถึง 108,564 คน จากอานิสงส์ของช่วงเทศกาลโอบ้ง (Obon) รวมถึงวันหยุดยาวช่วงสิ้นปี–ปีใหม่ ประกอบกับแนวโน้มเที่ยวบินตรงระหว่าง 2 ประเทศที่มีอัตราการฟื้นตัวของจำนวนที่นั่งต่อเนื่อง

ในปีนี้ททท.คาดว่านักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเที่ยวไทย 1,050,000 คน ซึ่งยังคงเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปีก่อนหน้า ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 800,000-900,000 คน และมุ่งสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวประมาณ 42,000 - 45,000 ล้านบาทด้วยการเน้นกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพและกลุ่มกำลังซื้อสูง

สถิติจำนวนนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเที่ยวไทย

ทั้งนี้วันพักเฉลี่ยของนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น อยู่ที่ประมาณ 7-8 วัน ต่อทริป และมีกลุ่มพำนักระยะยาว/Digital Nomad/ผู้เกษียณอายุที่พำนักยาวนานขึ้น) โดยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัว อยู่ที่ประมาณ 40,000-43,000 บาท ต่อคนต่อทริป ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในเชิงมูลค่าจากสินค้าการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและที่พักระดับพรีเมียม

พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น เปลี่ยนจากทัวร์หมู่คณะใหญ่แบบดั้งเดิมสู่การเดินทางแบบ FIT (Free Independent Traveler) มากขึ้น โดยคำนึงถึงความปลอดภัย สุขอนามัย และความคุ้มค่าสูงสุด ไม่เน้นการช้อปปิ้งของฟุ่มเฟือย แต่ยอมจ่ายให้กับการดูแลสุขภาพ อาหารคุณภาพดี และความสงบผ่อนคลาย (Healing / Wellness Retreat)

จุดแข็งที่ทำให้ไทยได้เปรียบ คือ ความคุ้มค่าด้านบริการ (Hospitality), มาตรฐานการบริการและสุขอนามัย, เสน่ห์ด้านอาหาร และความเป็นมิตรของผู้คน (Trusted Thailand) ขณะที่คู่แข่งสำคัญในภูมิภาคเอเชีย คือ ไต้หวัน และ เกาหลีใต้ เป็นคู่แข่งอันดับหนึ่งในด้านระยะทางบินสั้น ต้นทุนค่าเดินทางถูกกว่า และกระแสวัฒนธรรมร่วมสมัย K-Wave ส่วนเวียดนาม คู่แข่งโดยตรงในด้านความคุ้มค่า (Value for Money) ค่าครองชีพต่ำ และการเปิดเส้นทางบินตรงสู่เมืองตากอากาศ เช่น ดานัง และฟู้โกว๊ก ส่วน ฮาวาย/เกาะกวม คู่แข่งดั้งเดิมในกลุ่มครอบครัวและการฮันนีมูนระดับบน

รุกกลยุทธ์ปรับดุลรายได้ พลิกเกมส์คนไทยแห่เที่ยวญี่ปุน

ทั้งนี้ในปี 2568 คนไทยเดินทางไปญี่ปุ่นทะลุ 1 ล้านคน ในขณะที่คนญี่ปุ่นมาไทยอยู่ที่ 1.09 ล้านคน โดยมีปัจจัยหนุนจากค่าเงินเยนที่เอื้อต่อการท่องเที่ยวของคนไทย ขณะที่คนญี่ปุ่นจะมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่เพิ่มสูงขึ้น

ททท. เน้นแก้เกมด้วยการมุ่งเน้น “การสร้างรายได้มากกว่าการนับจำนวนคน” โดยเจาะกลุ่มพรีเมียมและกลุ่ม High Spending ของญี่ปุ่น เช่น กลุ่มพำนักระยะยาว (Long-Stay), กลุ่มเวลเนสสปา, กลุ่มกอล์ฟ, และกลุ่มสตรีวัยทำงาน (Working Women) เพื่อดึงยอดใช้จ่ายต่อหัวให้สูงขึ้น ชดเชยการชะลอตัวของกลุ่มตลาดทั่วไป

นอกจากนี้ยังจะเน้นเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่เพิ่มขึ้น ซึ่ง ตลาด Outbound ญี่ปุ่นมีสัดส่วนผู้ชายประมาณ 55%ผู้หญิงประมาณ 45% โดยกลุ่มวัยทำงานผู้หญิง มีอัตราเติบโตสูงและใช้จ่ายต่อทริปสูงมาก และกลุ่มวัยทำงาน/ผู้ใหญ่ตอนต้น (อายุ 20–39 ปี) ประมาณ 35–40% กำลังเพิ่มสัดส่วนขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากกลุ่ม Gen Z และ First-Jobbers

การกระตุ้นตลาดททท.จะใช้กระแส Oshi-Katsu (ท่องเที่ยวตามรอยศิลปิน/ซีรีส์วาย BL), คาเฟ่ฮอปปิ้ง, การท่องเที่ยวเชิงศิลปะและดนตรีเริ่มเห็นผลชัดเจนในกลุ่มคนรุ่นใหม่ อย่าง Gen Z และ Young Millennials) คนรุ่นใหม่หันมาจองทริปแบบ FIT ผ่านช่องทางออนไลน์และ OTAs เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ททท.จะจับมือกับโรงแรม สถานประกอบการ และผู้ประกอบการท่องเที่ยว (OTA) จัดโปรโมชันพิเศษ มอบส่วนลดและราคาพิเศษ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายจากผลกระทบด้านอัตราแลกเปลี่ยน

การผนึกกำลังกับสายการบิน (Flight Connectivity) โดยเชื่อมโยงและเติมเต็มเส้นทางบินร่วมกับสายการบินต่าง ๆ เช่น JAL และ AirAsia เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างเมืองหลักและเมืองรองของญี่ปุ่น เข้าสู่เมืองหลักและเมืองรองของประเทศไทยได้อย่างสะดวก การร่วมมือทำ Joint Flight Stimulation และสนับสนุนการเปิดเที่ยวบินตรง โดยร่วมกับ การบินไทย, ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์, ANA, JAL, Peach และทัวร์โอเปอเรเตอร์รายใหญ่ของญี่ปุ่น (JTB, HIS, Hankyu) เพื่ออัดฉีดโปรโมชันที่นั่งบินตรง

การเปิดตัวแคมเปญ“ฮีลลิ่งทันใจ บินไปทันที” และ “เที่ยวเมืองไทยทันที” เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจเดินทางแบบฉับไวในช่วงไตรมาสสุดท้ายต่อเนื่องถึงต้นปีหน้า การรุกตลาดกลุ่มเป้าหมายใหม่ (Niche Segments) ขยายฐานนักท่องเที่ยวไปสู่กลุ่มที่มีศักยภาพ เช่น กลุ่มนักเรียน นักศึกษา กลุ่มท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness) กลุ่มแสวงหาประสบการณ์ใหม่ๆ (Experiential Travel) ในมุมมองที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน

เจาะลึกกลยุทธ์ ททท.ฝ่าวิกฤตเงินเยนอ่อนค่า กู้ตลาดญี่ปุ่น 1.05 ล้านคนเที่ยวไทย

ล่าสุดททท.ยังได้เข้าร่วมงาน Tourism Expo Japan 2026 (TEJ 2026) ซึ่งเป็นหนึ่งในงานส่งเสริมการขายทางการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการเสริมสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยในตลาดญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 24-27 ก.ย.ที่ผ่านมา เพื่อโปรโมทการท่องเที่ยวไทย ผ่านการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย สร้างการรับรู้ในเชิงบวกต่อประเทศไทยในกลุ่มนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น ขยายกลุ่มเป้าหมายไปยังนักท่องเที่ยวคุณภาพที่ต้องการประสบการณ์เชิงลึก

อีกทั้งททท.ยังจับมือเทศบาลเมืองเซนไดและองค์กรส่งเสริมการท่องเที่ยวโทโฮคุ ต่อยอดความร่วมมือท่องเที่ยวไทย–ญี่ปุ่น โดย ลงนามต่ออายุหนังสือแสดงเจตจำนง (Letter of Intent : LOI) เพื่อสานต่อความร่วมมือและขยายโอกาสทางการท่องเที่ยวระหว่างสองประเทศให้เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน

เจาะลึกกลยุทธ์ ททท.ฝ่าวิกฤตเงินเยนอ่อนค่า กู้ตลาดญี่ปุ่น 1.05 ล้านคนเที่ยวไทย

อันจะสร้างสมดุลการท่องเที่ยวสองทาง (Two-way Tourism) ช่วยกระจายการเดินทางสู่ระดับเมืองรอง เกิดการแลกเปลี่ยนการจัดงานเทศกาล (เช่น งาน Thai Festival ในเซนได, โทชิงิ) และการผลักดันให้เกิดเที่ยวบินตรง/เช่าเหมาลำเชื่อมต่อหัวเมืองภูมิภาค

ฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–ญี่ปุ่น ครบรอบ 140 ปี

อีกทั้งในปี 2570 จะเป็นวาระฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–ญี่ปุ่น ครบรอบ 140 ปี ในเดือนกันยายน 2570 จะมีการเปิดตัวแคมเปญใหญ่ จัดงาน Thai Festival ยิ่งใหญ่ในโตเกียว โอซากา ฟุกุโอกะ และเปิดตัว 140 Exclusive Historical & Cultural Routes เช่น หมู่บ้านญี่ปุ่นอยุธยา, เส้นทางมิตรภาพเชียงใหม่-ลำปาง

การดำเนินโครงการ Two Kingdoms, One Destination ที่มีความร่วมมือยุทธศาสตร์ไทย–ภูฏาน ออกแบบแพ็กเกจเชื่อมโยง Ultra-Luxuryเจาะกลุ่มไฮเอนด์ญี่ปุ่น และโครงการ The Link Plus & เมืองน่าเที่ยว ผลักดันเส้นทางเชื่อมโยงเมืองหลักสู่ 18 จังหวัดท่องเที่ยวใหม่ และ 55 ชุมชนต้นแบบความยั่งยืน

อันจะสร้างสมดุลการท่องเที่ยวสองทาง (Two-way Tourism) ช่วยกระจายการเดินทางสู่ระดับเมืองรอง เกิดการแลกเปลี่ยนการจัดงานเทศกาล (เช่น งาน Thai Festival ในเซนได, โทชิงิ) และการผลักดันให้เกิดเที่ยวบินตรง/เช่าเหมาลำเชื่อมต่อหัวเมืองภูมิภาค