
ททท.ผนึกเซนได-โทโฮคุ ลงนามต่ออายุ LOI ต่อยอดความร่วมมือท่องเที่ยวไทย-ญี่ปุ่น
ททท. จับมือเทศบาลเมืองเซนไดและองค์กรส่งเสริมการท่องเที่ยวโทโฮคุ ต่อยอดความร่วมมือท่องเที่ยวไทย–ญี่ปุ่น ลงนามต่ออายุ LOI ขยายโอกาสการเดินทางเชื่อมโยงระหว่าง 2 ประเทศ หนุนสายการบินกลับมาเปิดบินตรงอีกครั้ง
KEY
POINTS
- ททท. ได้ลงนามต่ออายุหนังสือแสดงเจตจำนง (LOI) กับเมืองเซนไดและภูมิภาคโทโฮคุ เพื่อสานต่อความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวไทย-ญี่ปุ่นที่ดำเนินมาครบ 20 ปี
- เป้าหมายสำคัญคือการผลักดันให้กลับมาเปิดเส้นทางบินตรง "กรุงเทพฯ-เซนได" อีกครั้ง เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวแบบสองทิศทาง (Two-Way Tourism)
- ททท. มุ่งขยายตลาดสู่เมืองรอง โดยจะโปรโมทภาคอีสานของไทย ควบคู่กับการเจาะตลาดนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคโทโฮคุ และดึงดูดนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นกลุ่มใหม่ๆ เช่น คนรุ่นใหม่และผู้หญิง
26 กันยายน 2569 นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) กล่าวว่าล่าสุดททท.ได้สานต่อความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นด้านการท่องเที่ยวระหว่างประเทศไทยกับเมืองเซนไดและภูมิภาคโทโฮคุ ด้วยการลงนามต่ออายุหนังสือแสดงเจตจำนง (Letter of Intent : LOI) เพื่อสานต่อความร่วมมือและขยายโอกาสทางการท่องเที่ยวระหว่างสองประเทศให้เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน
ททท.ผนึกเซนได-โทโฮคุ ลงนามต่ออายุ LOI ต่อยอดความร่วมมือท่องเที่ยวไทย-ญี่ปุ่น
การลงนามต่ออายุหนังสือแสดงเจตจำนง (Letter of Intent : LOI) ในครั้งนี้ ครบรอบ 20 ปี ความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นและความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน โดยจุดเริ่มต้นเกิดขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคม 2549 ระหว่าง ททท. กับเมืองเซนไดและภูมิภาคโทโฮคุ
ก่อนที่องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวโทโฮคุจะเข้าร่วมเป็นภาคีความร่วมมือในปี 2555 และร่วมขับเคลื่อนการส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างประเทศไทยกับภูมิภาคโทโฮคุมาอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นการสานต่อกรอบความร่วมมือระหว่างทั้ง 3 ฝ่ายให้มีความต่อเนื่องและมั่นคง พร้อมสะท้อนถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทย เมืองเซนไดและภูมิภาคโทโฮคุ
ก่อนที่องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวโทโฮคุจะเข้าร่วมเป็นภาคีความร่วมมือในปี 2555 และร่วมขับเคลื่อนการส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างประเทศไทยกับภูมิภาคโทโฮคุมาอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นการสานต่อกรอบความร่วมมือระหว่างทั้ง 3 ฝ่ายให้มีความต่อเนื่องและมั่นคง พร้อมสะท้อนถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทย เมืองเซนไดและภูมิภาคโทโฮคุ
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ททท. ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานและภาคส่วนต่าง ๆ ในการขับเคลื่อนกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างเป็นรูปธรรม อาทิ การผลักดันเที่ยวบินเส้นทางกรุงเทพฯ–เซนได แต่ตอนหลังมีการยกเลิกไป ที่ก็ต้องส่งเสริมให้กลับมาเปิดบินใหม่
การจัดงาน Thai Festival Sendai ตลอดจนกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวประเทศไทยในเมืองเซนไดและภูมิภาคโทโฮคุ ซึ่งล้วนมีส่วนสำคัญในการสร้างการรับรู้และส่งต่อเสน่ห์ของประเทศไทยไปยังนักท่องเที่ยวในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ เมืองเซนไดและภูมิภาคโทโฮคุถือเป็นพื้นที่ศักยภาพในการขยายตลาดนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น โดยมีแนวทางส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวไปยังพื้นที่เมืองรองและภูมิภาคต่าง ๆ ของญี่ปุ่น
ภายหลังการลงนามความร่วมมือระหว่าง ททท. (สำนักงานโตเกียว ซึ่งดูแลพื้นที่เซนไดและภูมิภาคโทโฮคุ) กับพันธมิตรในพื้นที่ นอกเหนือจากกิจกรรมเดิมที่ดำเนินการเป็นประจำ เช่น การจัดงาน Thai Festival ณ เมืองเซนได ทุกปี การจัด Product Briefing และการ Sales Call พบปะบริษัทนำเที่ยวแล้ว ทั้งสองฝ่ายเตรียมผลักดันมาตรการสำคัญดังนี้
- การผลักดันเที่ยวบินมุ่งมั่นช่วยกันผลักดันให้เที่ยวบินตรงกลับมาทำการบิน
- แคมเปญกระตุ้นการเดินทาง ซึ่งในช่วงที่ยังไม่มีเที่ยวบินตรง ททท. สำนักงานโตเกียวจัดโครงการส่งเสริมการเดินทาง
- ความร่วมมือกับสายการบิน JAL และ ANA มอบสิทธิพิเศษในการเดินทาง ทั้งการต่อรถไฟชินคันเซ็นหรือเที่ยวบินภายในประเทศจากเซนได/โทโฮคุเข้าสู่โตเกียวในราคาพิเศษ ก่อนเดินทางต่อมายังประเทศไทย
- สนับสนุนแพ็คเกจการผนวกรวมตั๋วเครื่องบินพร้อมที่พักในประเทศไทย เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง
- การเชื่อมโยงการเดินทางภายในไทย ร่วมมือกับสายการบิน เช่น การบินไทย และไทยแอร์เอเชีย เพื่ออำนวยความสะดวกในการบินเชื่อมต่อไปยังภูมิภาคต่าง ๆ เช่น ภาคอีสาน
อีกทั้งททท.ยังเดินหน้ายุทธศาสตร์ฟื้นฟูและขยายตลาดนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นอย่างเข้มข้น มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพและการกระจายรายได้ ผ่านการนำเสนอ "New Destinations" กระจายการท่องเที่ยวสู่เมืองรองในไทย เช่น ภาคอีสาน ควบคู่กับการขยายพื้นที่ตลาดในญี่ปุ่นไปยังภูมิภาคโทโฮคุและเมืองเซนได
พร้อมทั้งปรับแผนเจาะ "New Segments" ดึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ นักเรียน นักศึกษา นักกีฬา และกลุ่มผู้หญิง หลังการลงนามความร่วมมือเพื่อผลักดันการเดินทางและการฟื้นตัวของเที่ยวบินระหว่างสองประเทศ
ภาพรวมตลาดญี่ปุ่น เป็นตลาดคุณภาพสูง พำนักยาวนานกว่า 7 วัน ย้อนกลับไปในช่วงก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 มีนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นเดินทางมายังประเทศไทยสูงถึง 1.8 ล้านคน แม้ว่าภายหลังสถานการณ์โควิด-19 การเดินทางกลับมายังไทยอาจยังไม่ฟื้นตัวเท่าระดับเดิม แต่ภาพรวมยังคงเห็นการเติบโตอย่างเป็นลำดับ โดยตลาดญี่ปุ่นจัดเป็นตลาดที่ทรงตัวและมีความมั่งคั่ง (Mature Market)
ที่สำคัญคือ นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นถือเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง โดยมีระยะเวลาพำนักเฉลี่ยในประเทศไทยมากกว่า 7 วัน มีอัตราการใช้จ่ายในระดับ 4.5 ต่อสัปดาห์ และให้ความสนใจในวัฒนธรรมของไทยอย่างลึกซึ้ง ทั้งนี้ ททท. ได้จัดตั้งสำนักงานในประเทศญี่ปุ่นมานานกว่า 30–40 ปี ทำให้แบรนด์การท่องเที่ยวไทยเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางอยู่แล้ว
ยุทธศาสตร์ New Destinations ดันเมืองรองไทย ควบคู่ขยายตลาดเมืองรองญี่ปุ่น
เดิมทีนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นคุ้นเคยกับจุดหมายหลักของไทย เช่น กรุงเทพมหานคร, ภูเก็ต, เชียงใหม่ และพระนครศรีอยุธยา ททท. จึงวางเป้าหมายชูเมืองรองใหม่ ๆ ให้เป็นที่รู้จักเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการแนะนำ "ภาคอีสาน" ของไทย ซึ่งมีเสน่ห์เฉพาะตัวและเปรียบเสมือนภูมิภาคโทโฮคุของญี่ปุ่น
ขณะเดียวกัน ในฝั่งประเทศญี่ปุ่น ททท. ได้ขยายเป้าหมายออกจากเมืองใหญ่เดิมอย่างโตเกียว, โอซาก้า หรือฟุกุโอกะ ไปยังพื้นที่ภูมิภาค 6 จังหวัดโทโฮกุ โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ "เมืองเซนได" ซึ่งเดิมทีผู้เดินทางจากเซนไดต้องเดินทางด้วยรถไฟชินคันเซ็นหรือเที่ยวบินภายในประเทศเพื่อมาขึ้นเครื่องที่โตเกียว การสร้างการรับรู้และการเชื่อมโยงการเดินทางใหม่จะช่วยเพิ่มความสะดวกและเปิดโอกาสการเดินทางจากภูมิภาคนี้สู่ไทยได้มากยิ่งขึ้น
ททท.โฟกัสขยายฐานสู่กลุ่ม Gen ใหม่
ในอดีต กลุ่มนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่เดินทางมาไทยส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีอายุค่อนข้างสูง แต่ในปัจจุบัน ททท. กำลังมุ่งเจาะกลุ่มตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูง ได้แก่
- กลุ่ม Generation ใหม่ เช่น นักเรียน และนักศึกษา
- กลุ่มนักกีฬา และผู้สนใจกิจกรรมการเล่นกีฬา
- กลุ่มผู้หญิง ซึ่งไทยมีสินค้าและบริการท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับกลุ่มนี้อย่างครบครัน
ททท. เชื่อมั่นว่าสินค้าท่องเที่ยวไทยจะสามารถสร้างความประทับใจให้แก่กลุ่มเป้าหมายใหม่เหล่านี้ได้อย่างแน่นอน
ททท.ดันนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเที่ยวไทย ปีนี้ 1.05 ล้านคน
ในปี 2569 ตั้งเป้าหมายนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเดินทางเข้าประเทศไทยจำนวน 1.05 ล้านคน และในปี 2570 ยังคงให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพตลาด มุ่งเพิ่มคุณค่าการใช้จ่ายและสร้างประสบการณ์การเดินทางที่มีความหมาย มากกว่าการมุ่งเน้นเฉพาะจำนวนผู้เดินทาง
พร้อมกันนี้ ททท. เตรียมสื่อสารภาพลักษณ์ประเทศไทยผ่านแนวคิด “Healing is the New Luxury” ถ่ายทอดประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้พักกาย เติมพลังใจ และใช้เวลาอย่างมีคุณภาพ ผ่านความหลากหลายของสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ธรรมชาติ อาหาร ศิลปวัฒนธรรม และวิถีชีวิต
เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นเลือกประเทศไทยเป็น จุดหมายปลายทางแห่งการพักผ่อนและการค้นพบประสบการณ์ที่ดี พร้อมต่อยอดความร่วมมือกับเมืองเซนไดและภูมิภาคโทโฮคุให้เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่องในอนาคต
เซนได-โทโฮคุ ดันฟื้นเส้นทางบินตรง 'เซนได-กรุงเทพ'
Mr. Akira Fujimoto รองนายกเทศมนตรีเมืองเซนได กล่าวว่า เมืองเซนไดและภูมิภาคโทโฮคุ ประเทศญี่ปุ่น เร่งผลักดันการฟื้นฟูและสร้างความเข้มแข็งโดยส่งเสริมการท่องเที่ยวร่วมทั้ง 2 ประเทศ ในแบบ Two-Way Tourism เพื่อกระตุ้นทั้งตลาดนักท่องเที่ยวขาเข้า (Inbound) และขาออก (Outbound) อย่างยั่งยืน
โดยที่ผ่านมาการเปิดเส้นทางบินตรงจากกรุงเทพ สู่เซนได ของสายการบินไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ก่อนหน้านี้ ก่อนจะมีการยกเลิกเที่ยวบินไป เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวไทยเข้าสู่ภูมิภาค และทำให้คนจากภูมิภาคนี้เดินทางเข้าไทยได้สะดวกเพิ่มขึ้น
ในช่วงฤดูหนาว (ระหว่างเดือนธันวาคมถึงเดือนเมษายน) ของปี 2567 มีนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางเข้ามายังภูมิภาคโทโฮกุประมาณ 50,000 คน อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการเปิดให้บริการเที่ยวบินตรงโดยสายการบินไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ (Thai AirAsia X) พบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยในภาพรวมเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า
โดยเฉพาะในพื้นที่นครเซนได มีนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางเข้าพักแรมในเมืองสูงถึงประมาณ 25,000 คนในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่าการมีเที่ยวบินตรงคือหัวใจสำคัญในการเชื่อมโยงการเดินทางระหว่างสองภูมิภาค
ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมให้เกิดการเปิดเส้นทางบินอีกครั้ง คาซึโกะ โคริ นายกเทศมนตรีนครเซนได ได้เดินทางเยือนประเทศไทยอย่างต่อเนื่องเพื่อเจรจาโดยตรงกับสายการบินสัญชาติไทย เช่น การบินไทย ,ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์
นอกจากหน่วยงานภาครัฐแล้ว บริษัท ท่าอากาศยานนานาชาติเซนได ก็ ยังได้ส่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) เดินทางไปเจรจากับสายการบินต่าง ๆ ด้วยตนเอง เพื่อหารือเกี่ยวกับมาตรการจูงใจ (Incentives) และการสนับสนุนที่ทางเมืองเซนไดสามารถเอื้ออำนวยให้แก่สายการบินเข้าเซนได
ชูกลยุทธ์ 'Two-Way Tourism กระตุ้นการท่องเที่ยว
Mr. Shigeru Matsuki ประธานองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวโทโฮคุ กล่าวว่า เมืองเซนได เน้นย้ำว่าการรักษาเส้นทางบินให้ยั่งยืนจำเป็นต้องสร้างอุปสงค์การเดินทางทั้งสองฝั่ง (Two-Way Tourism) โดยไม่เพียงแต่มุ่งหวังดึงดูดคนไทยไปเที่ยวโทโฮกุเท่านั้น แต่ยังเร่งส่งเสริมให้ชาวเซนไดและภูมิภาคโทโฮกุเดินทางท่องเที่ยวมายังประเทศไทยด้วย
การขับเคลื่อนการท่องเที่ยวทั้งขาเข้าและขาออก เชื่อว่าจะช่วยสร้างเสถียรภาพให้แก่เส้นทางบินตรงเซนได-กรุงเทพฯ และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการเชื่อมโยงเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวระหว่างประเทศไทยและภูมิภาคโทโฮกุให้เติบโตอย่างมั่นคงในอนาคต
มาตรการส่งเสริมความสัมพันธ์และการท่องเที่ยวที่สำคัญ ได้แก่ การประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อและ KOLs เมืองเซนไดได้ส่งผู้ทรงอิทธิพลทางความคิด (KOLs) จากเมืองเซนไดเดินทางมาเก็บข้อมูลการท่องเที่ยวในประเทศไทยเพื่อนำไปประชาสัมพันธ์ให้ชาวท้องถิ่นในเซนไดได้รับทราบ
ขณะเดียวกัน ในช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา ได้จัดกิจกรรมโปรโมชันในกรุงเทพฯ และสร้างความร่วมมือกับอินฟลูเอนเซอร์ชาวไทยที่มีความเข้าใจในภูมิภาคโทโฮกุและเมืองเซนไดอย่างลึกซึ้ง เพื่อถ่ายทอดเสน่ห์ของพื้นที่ให้แก่คนไทย
รวมถึงการสนับสนุนกิจกรรมทางวัฒนธรรม เมืองเซนไดได้ให้การสนับสนุนการจัดงาน "Thai Festival" ในเมืองเซนไดมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความคุ้นเคยและกระตุ้นความสนใจเกี่ยวกับประเทศไทยในหมู่ชาวเมือง
สอดรับนโยบายระดับชาติ ที่ส่งเสริมการเดินทางออกนอกประเทศ (Outbound) ของชาวญี่ปุ่นยังสอดคล้องกับนโยบายในภาพรวมของประเทศญี่ปุ่นที่ต้องการสร้างความสมดุลและความมั่นคงในการเดินทางระหว่างประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์และความไม่แน่นอนในระดับสากล







