
ทีเอชเอ คาดต่างชาติเที่ยวไทยหลุดเป้า หวัง ไทยเที่ยวไทยพลัส 2569 เพิ่มยอดเข้าพัก
สมาคมโรงแรมไทย หรือ THA เผยดัชนีความเชื่อมั่น ส.ค. 2569 อัตราเข้าพักฟื้นตัวแตะ 64% แต่ผู้ประกอบการกว่า 50% หวั่นต่างชาติทั้งปีหลุดเป้า 32 ล้านคน หวัง 'ไทยเที่ยวไทยพลัส 2569' เพิ่มยอดเข้าพักรอยต่อก่อนเข้าไฮซีซัน
KEY
POINTS
- สมาคมโรงแรมไทยคาดหวังว่าโครงการ "ไทยเที่ยวไทยพลัส 2569" ของภาครัฐจะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวและเพิ่มอัตราการเข้าพักในช่วงรอยต่อก่อนเข้าสู่ไฮซีซัน
- ความหวังดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางการคาดการณ์ว่าอัตราการเข้าพักในเดือนกันยายน 2569 จะลดลงมาอยู่ที่ 52% หลังจากที่เดือนสิงหาคมอยู่ที่ 64%
- ผู้ประกอบการโรงแรมยังมีความกังวลว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งปี 2569 อาจไม่ถึงเป้า 32 ล้านคน ทำให้ต้องพึ่งพามาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ
15 กันยายน 2569 สมาคมโรงแรมไทย (THA) หรือ ทีเอชเอ ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย ได้เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการที่พักแรม ประจำเดือนสิงหาคม 2569 ซึ่งรวบรวมข้อมูลระหว่างวันที่ 14–31 สิงหาคม 2569 จากผู้ตอบแบบสำรวจจำนวน 123 แห่ง
ทีเอชเอ เผยอัตราการเข้าพักเฉลี่ยสิงหาคม 2569 ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 64%
ผลการสำรวจระบุว่า อัตราการเข้าพักเฉลี่ยโดยรวมในเดือนสิงหาคม 2569 ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 64% โดยได้รับปัจจัยหนุนจากฤดูกาลเป็นสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มโรงแรมระดับ 4 ดาวขึ้นไปในหลายภูมิภาค
อย่างไรก็ตาม สมาคมฯ คาดการณ์ว่าอัตราการเข้าพักเฉลี่ยในเดือนกันยายน 2569 จะปรับลดลงมาอยู่ที่ 52% ซึ่งใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ทั้งนี้หากพิจารณาอัตราการเข้าพักเฉลี่ยรายภูมิภาคเปรียบเทียบระหว่างเดือนกรกฎาคมกับสิงหาคม 2569 พบว่า ภาคกลางปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 68% เป็น 73% และภาคใต้เพิ่มขึ้นจาก 49% เป็น 58% ขณะที่ภาคตะวันออกเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 60% มาอยู่ที่ 61%
ส่วนภาคเหนือปรับตัวลดลงจาก 53% เหลือ 50% ในส่วนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ไม่มีการแสดงข้อมูลเนื่องจากมีจำนวนผู้ตอบแบบสำรวจน้อยเกินไป
หวั่นต่างชาติเที่ยวไทยทั้งปี 2569 หลุดเป้า 32 ล้านคน
สำหรับแนวโน้มในระยะข้างหน้า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ประเมินว่าการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติยังคงไม่เต็มที่ โดยผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมถึง 52% คาดการณ์ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2569 จะมีน้อยกว่า 32 ล้านคน ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่าปีก่อนหน้า
ทัศนะดังกล่าวสอดคล้องกับยอดการจองห้องพักล่วงหน้าในไตรมาสที่ 4 ปี 2569 ที่ยังอยู่ในระดับต่ำกว่าปีก่อน โดยเฉพาะในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีน
แม้ว่าตลาดนักท่องเที่ยวระยะใกล้ (Short-haul) จะยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักในเดือนสิงหาคม แต่ภาวะเศรษฐกิจและต้นทุนที่สูงขึ้นได้กลายเป็นความท้าทายสำคัญที่ทำให้นักท่องเที่ยวระมัดระวังการใช้จ่ายและปรับลดระยะเวลาพำนักลง
สถานการณ์แรงงานภาคบริการยังขาดแคลน
นอกจากนี้ ปัญหาด้านแรงงานยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยกดดัน โดยสัดส่วนโรงแรมที่เผชิญปัญหาขาดแคลนแรงงานโดยรวมในเดือนสิงหาคม 2569 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า
อย่างไรก็ดี การขาดแคลนแรงงานดังกล่าวยังคงส่งผลกระทบหลักต่อคุณภาพการให้บริการเป็นสำคัญ แต่ยังไม่กระทบต่อจำนวนลูกค้าที่โรงแรมสามารถรองรับได้
ชง 4 ข้อเสนอแนะและมาตรการช่วยเหลือที่ภาคเอกชนต้องการจากภาครัฐ
ทั้งนี้เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการและกระตุ้นฟื้นฟูภาคท่องเที่ยว โรงแรมส่วนใหญ่ได้เสนอแนะมาตรการช่วยเหลือที่ต้องการจากภาครัฐใน 5 ด้านสำคัญ ได้แก่
1. มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวและรายได้ ต้องการให้ส่งเสริมการท่องเที่ยวทั้งเมืองหลักและเมืองรองผ่านการจัดกิจกรรม Roadshow หรือคอนเสิร์ต ร่วมมือกับโรงแรม สายการบิน และ OTA เร่งการตลาดผ่าน Social Media และ KOL รวมถึงปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยวเดิมและสร้างแหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่มีเอกลักษณ์ชุมชน
2.มาตรการช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่าย ต้องการให้ลดต้นทุนพลังงาน ค่าธรรมเนียมภาครัฐ และออกมาตรการลดหย่อนภาษี เช่น ภาษีนิติบุคคล ภาษีบุคคลธรรมดา และภาษีโรงเรือน
3. มาตรการด้านการเงิน ต้องการมาตรการเสริมสภาพคล่อง อาทิ โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับการปรับปรุงโรงแรม
4. มาตรการด้านแรงงาน ต้องการให้มีการจัดอบรมพัฒนาทักษะบุคลากรในภาคการบริการอย่างระบบ
5. มาตรการด้านอื่นๆ เน้นการสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมอย่างทั่วถึง
หวัง 'ไทยเที่ยวไทยพลัส 2569' เพิ่มยอดเข้าพักรอยต่อก่อนเข้าไฮซีซัน
สำหรับยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนไตรมาสสุดท้าย ทางสมาคมโรงแรมไทยคาดหวังว่ามาตรการภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ "ไทยเที่ยวไทยพลัส 2569" จะช่วยเพิ่มอัตราการเข้าพักและกระตุ้นการเดินทางใช้จ่ายในพื้นที่ท่องเที่ยวช่วงรอยต่อก่อนเข้าสู่ช่วง High Season
ขณะเดียวกัน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้จัดทำแผนกระตุ้นตลาดท่องเที่ยวไตรมาส 4 ปี 2569 โดยมุ่งเน้นการจัดอีเวนต์ระดับโลกและแคมเปญในประเทศเพื่อรักษาบรรยากาศการท่องเที่ยว
โดย ททท. ได้เน้นย้ำยุทธศาสตร์ "Value Over Volume" และความปลอดภัย ปรับเปลี่ยนจากการมุ่งเป้าจำนวนนักท่องเที่ยวไปสู่การสร้างมูลค่า เจาะกลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อสูง พร้อมกระจายเม็ดเงินสู่เมืองรอง ชุมชน และผู้ประกอบการอย่างทั่วถึง
ทั้งนี้ สมาคมฯ แนะนำให้ธุรกิจโรงแรมเร่งตรวจสอบความพร้อมของกำลังการให้บริการ บุคลากร วัตถุดิบ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ล่วงหน้าก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงที่มีลูกค้าหนาแน่นในไตรมาสสุดท้ายของปี







