
แสนสิริ ทุ่มลงทุน ปิดดีลซื้อโรงแรมหรูอิตาลี ผ่านกองทุน Sansiri Capital
แสนสิริ ตั้งกองทุน Sansiri Capital แสนสิริ แคปิตอล ลงทุน 8 พันล้านบาท ปิดดีลซื้อโรงแรมหรูอิตาลี The Lake Como EDITION แลนด์มาร์กใหม่ริมทะเลสาบโคโม ในอิตาลี เตรียมถือครองสินทรัพย์ระดับ Ultra-Luxury Trophy Asset ภายใน ก.ย. นี้ ขยายพอร์ตฯ รายได้ใหม่
KEY
POINTS
- แสนสิริ โดยกองทุน Sansiri Capital ใช้เงินลงทุนกว่า 8,000 ล้านบาท เข้าซื้อกิจการโรงแรมหรู The Lake Como EDITION ที่ประเทศอิตาลี
- การลงทุนครั้งนี้เป็นการซื้อสินทรัพย์โรงแรมที่เปิดดำเนินการแล้ว ทำให้บริษัทสามารถรับรู้รายได้ได้ทันทีและลดความเสี่ยงจากการพัฒนาโครงการ
- ดีลดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การขยายธุรกิจโรงแรมในต่างประเทศ เพื่อกระจายพอร์ตการลงทุนและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน
วันนี้(วันที่ 3 กันยายน 2569) บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) โดย Sansiri Capital (แสนสิริ แคปิตอล) กองทุนเชิงกลยุทธ์ระดับเวิลด์คลาสบริหารการลงทุนในรูปแบบ Private Equity เพิ่มศักยภาพการลงทุนในธุรกิจโรงแรมลักซ์ชัวรี Trophy Asset มุ่งสร้างผลตอบแทนในรูปแบบเงินปันผลและขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน
โดยประกาศการลงนามในสัญญาซื้อขาย (Sale and Purchase Agreement: SPA) เพื่อเข้าถือครองกรรมสิทธิ์ 100% ใน The Lake Como EDITION โรงแรมระดับอัลตร้าลักซ์ชัวรี 5 ดาว แลนด์มาร์กใหม่ริมทะเลสาบโคโม ในประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นสินทรัพย์ระดับ Ultra-Luxury Trophy Asset จากกลุ่มผู้ร่วมทุนชั้นนำระดับโลก Bain Capital และ Omnam Group
โดยธุรกรรมดังกล่าวมีกำหนดการปิดดีลถือ ครองสินทรัพย์ 100% ภายในสิ้นเดือนกันยายน 2569 นี้ และพร้อมรับรู้รายได้เข้าสู่กองทุนทันที
นายณภัทร ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการระหว่างประเทศ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) และ Managing Director กองทุนแสนสิริ แคปิตอล กล่าวว่า แสนสิริเดินหน้าขยายธุรกิจโรงแรมในต่างประเทศ ผ่าน Sansiri Capital กองทุนที่บริหารการลงทุนในรูปแบบ Private Equity เตรียมเข้าถือครองกรรมสิทธิ์ ใน The Lake Como EDITION โรงแรมระดับ Ultra-Luxury ริมทะเลสาบโคโม ประเทศอิตาลี มูลค่าสินทรัพย์รวมกว่า 200 ล้านยูโร โดยคาดว่าจะปิดดีลภายในสิ้นเดือนกันยายน 2569
ดีลดังกล่าวเป็นการเข้าซื้อโรงแรมที่เปิดดำเนินงานแล้ว ทำให้แสนสิริไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงจากการพัฒนาโครงการใหม่ ขณะเดียวกันสามารถรับรายได้จากการดำเนินงานของโรงแรมหลังการเข้าถือครอง โดย The Lake Como EDITION มีอัตราการเข้าพักในช่วง High Season เดือนกรกฎาคม–สิงหาคม 2569 สูงกว่า 70% และมีราคาห้องพักเฉลี่ย (ADR) มากกว่า 1,500 ยูโรต่อคืน
การลงทุนครั้งนี้สะท้อนทิศทางของแสนสิริที่เริ่มกระจายพอร์ตจากธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไปสู่การถือครองสินทรัพย์ Hospitality ในตลาดต่างประเทศ โดยเลือกลงทุนในโรงแรมที่อยู่ในทำเลท่องเที่ยวระดับโลกและมีข้อจำกัดด้านซัพพลาย
สำหรับ The Lake Como EDITION เป็นสินทรัพย์ที่เปิดให้บริการแล้วภายใต้แบรนด์ EDITION ของ Marriott International โดยแสนสิริเข้าซื้อจากกลุ่มผู้ร่วมทุน Bain Capital และ Omnam Group
ทำเลของโรงแรมอยู่บริเวณ Cadenabbia ริมทะเลสาบโคโม ตรงข้าม Bellagio และอยู่ห่างจากมิลาน รวมถึงสนามบินนานาชาติมัลเปนซา ประมาณหนึ่งชั่วโมง
Lake Como เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวระดับลักชัวรีของยุโรป ขณะที่พื้นที่ริมทะเลสาบมีข้อจำกัดในการพัฒนาโครงการใหม่ ทำให้สินทรัพย์ที่มีทำเลติดริมน้ำและสามารถเปิดดำเนินงานได้มีจำนวนจำกัด
สำหรับแสนสิริ การเข้าถือครองโรงแรมที่เปิดดำเนินการแล้วจึงช่วยลดความเสี่ยงที่มักเกิดขึ้นกับโครงการใหม่ ทั้งต้นทุนก่อสร้าง ระยะเวลาพัฒนา และความไม่แน่นอนก่อนเปิดให้บริการ พร้อมมีรายได้จากธุรกิจโรงแรมเข้ามาแทนที่จะต้องรอการพัฒนาโครงการ
ทั้งนี้ The Lake Como EDITION ไม่ใช่การลงทุนโรงแรมในต่างประเทศครั้งแรกของแสนสิริ โดยก่อนหน้านี้บริษัทมี The Manner SoHo โรงแรมระดับลักชัวรีในย่าน SoHo มหานครนิวยอร์ก
แสนสิริยังมีประสบการณ์จากการลงทุนใน Standard International ซึ่งต่อมาถูกขายกิจการให้กับ Hyatt Hotels Corporation ด้วยมูลค่ารวม 355 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
การลงทุนใน The Lake Como EDITION จึงเป็นการต่อยอดพอร์ตโรงแรมจากเมืองใหญ่ระดับโลกอย่างนิวยอร์ก ไปสู่ Global Leisure Destination อย่าง Lake Como ขณะที่รูปแบบการลงทุนเน้นสินทรัพย์ที่มีแบรนด์โรงแรมระดับสากลและมีการดำเนินงานอยู่แล้ว
"กลยุทธ์ของ Sansiri Capital จะเน้นการลงทุนในสินทรัพย์ Ultra-Luxury Trophy Asset ใน Gateway Cities และ Global Leisure Destinations ที่มีดีมานด์สูงแต่มีซัพพลายจำกัด เพื่อสร้างรายได้จากการดำเนินงานและเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ในระยะยาว"
จากทิศทางดังกล่าว แสนสิริยังอยู่ระหว่างมองหาโอกาสลงทุนในสินทรัพย์ Luxury Trophy Asset ในเมืองท่องเที่ยวและ Gateway Cities อื่น ๆ ทั่วโลก ทำให้ธุรกิจโรงแรมต่างประเทศมีแนวโน้มกลายเป็นอีกหนึ่งพอร์ตที่บริษัทใช้กระจายแหล่งรายได้และการลงทุนออกจากตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย







