thansettakij
thansettakij
แสนสิริ ทุ่มลงทุน 8 พันล้าน ปิดดีลซื้อโรงแรมหรูอิตาลี The Lake Como EDITION

แสนสิริ ทุ่มลงทุน 8 พันล้าน ปิดดีลซื้อโรงแรมหรูอิตาลี ผ่านกองทุน Sansiri Capital

03 ก.ย. 69 | 09:54 น.
อัปเดตล่าสุด :03 ก.ย. 69 | 10:17 น.

แสนสิริ ตั้งกองทุน Sansiri Capital แสนสิริ แคปิตอล ลงทุน 8 พันล้านบาท ปิดดีลซื้อโรงแรมหรูอิตาลี The Lake Como EDITION แลนด์มาร์กใหม่ริมทะเลสาบโคโม ในอิตาลี เตรียมถือครองสินทรัพย์ระดับ Ultra-Luxury Trophy Asset ภายใน ก.ย. นี้ ขยายพอร์ตฯ รายได้ใหม่

KEY

POINTS

  • แสนสิริ โดยกองทุน Sansiri Capital ใช้เงินลงทุนกว่า 8,000 ล้านบาท เข้าซื้อกิจการโรงแรมหรู The Lake Como EDITION ที่ประเทศอิตาลี
  • การลงทุนครั้งนี้เป็นการซื้อสินทรัพย์โรงแรมที่เปิดดำเนินการแล้ว ทำให้บริษัทสามารถรับรู้รายได้ได้ทันทีและลดความเสี่ยงจากการพัฒนาโครงการ
  • ดีลดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การขยายธุรกิจโรงแรมในต่างประเทศ เพื่อกระจายพอร์ตการลงทุนและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

วันนี้(วันที่ 3 กันยายน 2569) บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) โดย Sansiri Capital (แสนสิริ แคปิตอล) กองทุนเชิงกลยุทธ์ระดับเวิลด์คลาสบริหารการลงทุนในรูปแบบ Private Equity เพิ่มศักยภาพการลงทุนในธุรกิจโรงแรมลักซ์ชัวรี Trophy Asset มุ่งสร้างผลตอบแทนในรูปแบบเงินปันผลและขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน

โดยประกาศการลงนามในสัญญาซื้อขาย (Sale and Purchase Agreement: SPA) เพื่อเข้าถือครองกรรมสิทธิ์ 100% ใน The Lake Como EDITION โรงแรมระดับอัลตร้าลักซ์ชัวรี 5 ดาว แลนด์มาร์กใหม่ริมทะเลสาบโคโม ในประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นสินทรัพย์ระดับ Ultra-Luxury Trophy Asset มูลค่าสินทรัพย์รวมกว่า 200 ล้านยูโร (หรือกว่า 8,000 ล้านบาท) จากกลุ่มผู้ร่วมทุนชั้นนำระดับโลก Bain Capital และ Omnam Group

แสนสิริ ตั้งกองทุน Sansiri Capital แสนสิริ แคปิตอล ลงทุน 8 พันล้าน ปิดดีลซื้อโรงแรมหรูอิตาลี The Lake Como EDITION

โดยธุรกรรมดังกล่าวมีกำหนดการปิดดีลถือ  ครองสินทรัพย์ 100% ภายในสิ้นเดือนกันยายน 2569 นี้ และพร้อมรับรู้รายได้เข้าสู่กองทุนทันที

นายณภัทร ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการระหว่างประเทศ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) และ Managing Director กองทุนแสนสิริ แคปิตอล กล่าวว่า แสนสิริเดินหน้าขยายธุรกิจโรงแรมในต่างประเทศ ผ่าน Sansiri Capital กองทุนที่บริหารการลงทุนในรูปแบบ Private Equity เตรียมเข้าถือครองกรรมสิทธิ์ 100% ใน The Lake Como EDITION โรงแรมระดับ Ultra-Luxury ริมทะเลสาบโคโม ประเทศอิตาลี มูลค่าสินทรัพย์รวมกว่า 200 ล้านยูโร หรือประมาณ 8,000 ล้านบาท โดยคาดว่าจะปิดดีลภายในสิ้นเดือนกันยายน 2569 

 

ดีลดังกล่าวเป็นการเข้าซื้อโรงแรมที่เปิดดำเนินงานแล้ว ทำให้แสนสิริไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงจากการพัฒนาโครงการใหม่ ขณะเดียวกันสามารถรับรายได้จากการดำเนินงานของโรงแรมหลังการเข้าถือครอง โดย The Lake Como EDITION มีอัตราการเข้าพักในช่วง High Season เดือนกรกฎาคม–สิงหาคม 2569 สูงกว่า 70% และมีราคาห้องพักเฉลี่ย (ADR) มากกว่า 1,500 ยูโรต่อคืน 

การลงทุนครั้งนี้สะท้อนทิศทางของแสนสิริที่เริ่มกระจายพอร์ตจากธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไปสู่การถือครองสินทรัพย์ Hospitality ในตลาดต่างประเทศ โดยเลือกลงทุนในโรงแรมที่อยู่ในทำเลท่องเที่ยวระดับโลกและมีข้อจำกัดด้านซัพพลาย 

สำหรับ The Lake Como EDITION เป็นสินทรัพย์ที่เปิดให้บริการแล้วภายใต้แบรนด์ EDITION ของ Marriott International โดยแสนสิริเข้าซื้อจากกลุ่มผู้ร่วมทุน Bain Capital และ Omnam Group 

ทำเลของโรงแรมอยู่บริเวณ Cadenabbia ริมทะเลสาบโคโม ตรงข้าม Bellagio และอยู่ห่างจากมิลาน รวมถึงสนามบินนานาชาติมัลเปนซา ประมาณหนึ่งชั่วโมง 

Lake Como เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวระดับลักชัวรีของยุโรป ขณะที่พื้นที่ริมทะเลสาบมีข้อจำกัดในการพัฒนาโครงการใหม่ ทำให้สินทรัพย์ที่มีทำเลติดริมน้ำและสามารถเปิดดำเนินงานได้มีจำนวนจำกัด 

 

สำหรับแสนสิริ การเข้าถือครองโรงแรมที่เปิดดำเนินการแล้วจึงช่วยลดความเสี่ยงที่มักเกิดขึ้นกับโครงการใหม่ ทั้งต้นทุนก่อสร้าง ระยะเวลาพัฒนา และความไม่แน่นอนก่อนเปิดให้บริการ พร้อมมีรายได้จากธุรกิจโรงแรมเข้ามาแทนที่จะต้องรอการพัฒนาโครงการ 

ทั้งนี้ The Lake Como EDITION ไม่ใช่การลงทุนโรงแรมในต่างประเทศครั้งแรกของแสนสิริ โดยก่อนหน้านี้บริษัทมี The Manner SoHo โรงแรมระดับลักชัวรีในย่าน SoHo มหานครนิวยอร์ก 

แสนสิริยังมีประสบการณ์จากการลงทุนใน Standard International ซึ่งต่อมาถูกขายกิจการให้กับ Hyatt Hotels Corporation ด้วยมูลค่ารวม 355 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 

การลงทุนใน The Lake Como EDITION จึงเป็นการต่อยอดพอร์ตโรงแรมจากเมืองใหญ่ระดับโลกอย่างนิวยอร์ก ไปสู่ Global Leisure Destination อย่าง Lake Como ขณะที่รูปแบบการลงทุนเน้นสินทรัพย์ที่มีแบรนด์โรงแรมระดับสากลและมีการดำเนินงานอยู่แล้ว 

"กลยุทธ์ของ Sansiri Capital จะเน้นการลงทุนในสินทรัพย์ Ultra-Luxury Trophy Asset ใน Gateway Cities และ Global Leisure Destinations ที่มีดีมานด์สูงแต่มีซัพพลายจำกัด เพื่อสร้างรายได้จากการดำเนินงานและเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ในระยะยาว" 

จากทิศทางดังกล่าว แสนสิริยังอยู่ระหว่างมองหาโอกาสลงทุนในสินทรัพย์ Luxury Trophy Asset ในเมืองท่องเที่ยวและ Gateway Cities อื่น ๆ ทั่วโลก ทำให้ธุรกิจโรงแรมต่างประเทศมีแนวโน้มกลายเป็นอีกหนึ่งพอร์ตที่บริษัทใช้กระจายแหล่งรายได้และการลงทุนออกจากตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย