
ตระกูลศรีวัฒนประภา คิงเพาเวอร์ เสนอขาย 'เลสเตอร์ ซิตี้' 9,900 ล้าน คาดปิดดีล 6,600 ล้าน
ตระกูลศรีวัฒนประภา คิงเพาเวอร์ เสนอขายสโมสร เลสเตอร์ ซิตี้ 9,900 ล้าน คาดปิดดีล 6,600 ล้านบาท หลังตั้งซิตี้กรุ๊ป เสนอโปรไฟล์ดึงทุนใหม่ซื้อทีมจิ้งจอกสยาม
KEY
POINTS
- กลุ่มคิงเพาเวอร์ โดยตระกูลศรีวัฒนประภา ได้เสนอขายสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ พร้อมสินทรัพย์ในเครือทั้งหมดในราคา 9,900 ล้านบาท
- คาดการณ์ว่าดีลการซื้อขายอาจจบลงที่ราคาประมาณ 6,600 ล้านบาท เนื่องจากสโมสรตกชั้นไปลีกวันและประสบปัญหาขาดทุนอย่างหนัก
- สินทรัพย์ที่เสนอขายรวมถึงทีมฟุตบอลชาย-หญิง, สนามคิงเพาเวอร์ สเตเดียม, ศูนย์ฝึกซ้อม และสโมสรโอเอช ลูเวิน ในเบลเยียม
วันนี้ (วันที่ 12 สิงหาคม 2569) สำนักข่าว ดิ แอธเลติก The Athletic รายงานว่าซิตี้กรุ๊ป (Citi Group) วาณิชธนกิจระดับโลก ได้จัดทำโบรชัวร์นำเสนอข้อมูลสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ หรือ "จิ้งจอกสยาม" อดีตแชมป์พรีเมียร์ลีกปี 2016 เพื่อส่งไปยังกลุ่มนักลงทุนที่สนใจเข้าซื้อกิจการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ตระกูลศรีวัฒนประภา คิงเพาเวอร์ เสนอขายสโมสร เลสเตอร์ ซิตี้
ทั้งนี้มีการระบุถึงเอกสารประเมินมูลค่าสโมสรเลสเตอร์ซิตี้ ซึ่งถูกส่งไปยังนักลงทุนที่มีศักยภาพ ขณะที่สนามคิงเพาเวอร์กำลังมองหาทางขายสินทรัพย์ ซึ่ง The Athletic ได้เห็นแล้ว
โดยมีชื่อว่า Project Lineup ซึ่งระบุรายละเอียดสินทรัพย์ของเลสเตอร์ รวมถึงทีมฟุตบอลหญิง อะคาเดมี่ สนามคิงเพาเวอร์ สเตเดียม ศูนย์ฝึกซ้อมซีเกรฟมูลค่า 100 ล้านปอนด์ที่พวกเขาได้ย้ายไปเมื่อ 6 ปีก่อน
รวมถึงศูนย์ฝึกซ้อมเบลวอร์ ไดรฟ์ (Belvoir Drive), ที่ดินบริเวณรอบสนามมูลค่า 11.6 ล้านปอนด์ซึ่งเดิมวางแผนไว้สำหรับขยายความจุ รวมถึง โอเอช ลูเวิน (OH Leuven) สโมสรพันธมิตรในลีกเบลเยียม ก็อยู่ในรายชื่อสินทรัพย์ที่พร้อมขายเช่นกัน
เสนอขายเลสเตอร์ 9,900 ล้านบาท คาดปิดดีล 6,600 ล้านบาท
แหล่งข่าวใกล้ชิดกับกระบวนการนี้ ซึ่งขอไม่เปิดเผยชื่อ ได้บอกกับ The Athletic ว่าตระกูลศรีวัฒนประภา เจ้าของสโมสรเลสเตอร์ กำลังมองหาเงิน 300 ล้านดอลลาร์ (222 ล้านปอนด์) หรือราว 9,900 ล้านบาท สำหรับพอร์ตโฟลิโอทั้งหมด แต่ข้อตกลงมีแนวโน้มที่จะเสร็จสิ้นในราคาใกล้เคียง 200 ล้านดอลลาร์ (148 ล้านปอนด์) หรือราวว 6,600 ล้านบาท
เนื่องจากสโมสรตกชั้นไปอยู่ในลีกวัน ซึ่งเป็นลีกระดับสามของฟุตบอลอังกฤษ และขาดทุนอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา
จิ้งจอกสยาม ขาดทุนต่อเนื่อง
จากรายงานทางการเงินสี่ฉบับล่าสุดนับตั้งแต่ปี 2021 เลสเตอร์ ซิตี้ บันทึกผลขาดทุน 92.5 ล้านปอนด์ 89.7 ล้านปอนด์ 19.4 ล้านปอนด์ และล่าสุด 71.1 ล้านปอนด์
แม้จะมีภาระทางการเงินและผลงานตกต่ำ แต่คาดว่าเลสเตอร์ ซิตี้ จะยังคงได้รับความสนใจจากนักลงทุน เนื่องจากมีโครงสร้างพื้นฐานและสินทรัพย์ที่ครบครัน
ทั้งนี้ ดิ แอธเลติก รายงานว่า ได้ติดต่อไปยังสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ทางสโมสรปฏิเสธที่จะให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว
ทั้งนี้ตระกูลศรีวัฒนประภา ซึ่งเข้าซื้อกิจการเลสเตอร์ ซิตี้ เมื่อปี 2010 ด้วยมูลค่าราว 40 ล้านปอนด์
แม้ว่าสโมสรจะมีปัญหาในช่วงที่ผ่านมา แต่คาดว่าจะยังคงดึงดูดผู้สนใจจำนวนมากเนื่องจากมีสินทรัพย์มากมาย ซึ่งรวมถึงสนามฝึกซ้อม Belvoir Drive ที่ปัจจุบันใช้โดยทีมหญิง และที่ดินที่สโมสรซื้อมาในราคา 11.6 ล้านปอนด์นอกสนาม King Power Stadium ซึ่งเดิมทีวางแผนไว้สำหรับการพัฒนาเป็นส่วนหนึ่งของแผนการขยายสนาม
แผนดังกล่าวถูกระงับไปหลังจากที่เลสเตอร์ตกชั้นจากพรีเมียร์ลีกเมื่อสิ้นสุดฤดูกาล 2022-23
มูลค่าของพอร์ตโฟลิโออสังหาริมทรัพย์อยู่ที่ 204 ล้านปอนด์ ณ ปี 2025 โดยแบ่งเป็นมูลค่าของสนาม 74 ล้านปอนด์ สนาม Seagrave 121 ล้านปอนด์ และ Belvoir Drive 9 ล้านปอนด์
การจัดทำโปรไฟล์นี้ เพื่อดึงดูดนักลงทุนที่มีศักยภาพ โครงการ Project Lineup ได้นำเสนอรายละเอียดความสำเร็จของเลสเตอร์ตลอดประวัติศาสตร์ของสโมสร
แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือความสำเร็จนับตั้งแต่ตระกูลศรีวัฒนประภาและบริษัทแม่ คิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ซื้อสโมสรจากมิลาน มันดาริช ในราคาประมาณ 35 ล้านปอนด์ในปี 2010 ซึ่งรวมถึงแชมป์พรีเมียร์ลีกในปี 2016 และแชมป์เอฟเอคัพครั้งแรกของสโมสรในปี 2021
เอกสารระบุเพิ่มเติมว่า เลสเตอร์เป็น “สโมสรที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ EFL” และ “เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสามของอังกฤษที่มีสโมสรฟุตบอลเพียงแห่งเดียว… ซึ่งฝังรากลึกอยู่ในสังคมเลสเตอร์ด้วยฐานแฟนคลับที่แข็งแกร่ง กว้างขวาง และภักดีอย่างยิ่ง”
เลสเตอร์ถูกกล่าวว่า “อยู่ในตำแหน่งที่ดีสำหรับการเลื่อนชั้น” และเป็น “โอกาสที่หาได้ยากในการเข้าซื้อสโมสรที่มีประวัติที่ยอดเยี่ยมในการเลื่อนชั้นสู่ลีกที่สูงกว่า”
ในเอกสารประชาสัมพันธ์ OH Leuven ถูกอธิบายว่าเป็น “ความร่วมมือที่มั่นคงและส่งเสริมซึ่งกันและกันกับเลสเตอร์ซิตี้ โครงสร้างการเป็นเจ้าของหลายสโมสรนำเสนอข้อได้เปรียบที่แตกต่างกันในด้านการพัฒนาพรสวรรค์ การสรรหา และการวิเคราะห์”
อะคาเดมี่ระดับหนึ่งของเลสเตอร์ที่มีประวัติที่พิสูจน์แล้วในการพัฒนาพรสวรรค์ และศิษย์เก่าที่ถูกขายไปในราคามากกว่า 250 ล้านปอนด์ในช่วงห้าปีที่ผ่านมา ก็ถูกกล่าวถึงอย่างละเอียดเพื่อดึงดูดความสนใจ
แม้จะประสบความสำเร็จมานานกว่าทศวรรษภายใต้เจ้าของปัจจุบัน แต่สี่ฤดูกาลที่ผ่านมากลับพบว่าผลงานทั้งในและนอกสนามตกต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด และความไม่พอใจของแฟนบอลก็เพิ่มขึ้น ในตอนแรกนั้น ความไม่พอใจส่วนใหญ่พุ่งเป้าไปที่ จอน รัดกิน ผู้อำนวยการฝ่ายฟุตบอล แต่ในช่วงสองฤดูกาลที่ผ่านมา ความไม่พอใจของแฟนบอลได้หันไปที่เจ้าของสโมสร โดยมีเสียงเรียกร้องให้ขายสโมสร
ขณะที่เมื่อเดือนมกราคมปีนี้เอง อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา หรือที่รู้จักกันในชื่อ คุณต็อบ ได้ยืนยันความมุ่งมั่นที่มีต่อสโมสรอีกครั้ง และให้คำมั่นว่าจะสานต่อวิสัยทัศน์ของบิดาผู้ล่วงลับ คุณวิชัย ซึ่งเสียชีวิตพร้อมกับอีกสี่คนในอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกนอกสนามคิงเพาเวอร์สเตเดียมในปี 2018
ปัจจุบันมีสวนอนุสรณ์ตั้งอยู่บนจุดเกิดเหตุ และมีการสร้างรูปปั้นของคุณวิชัยไว้ด้านนอกสนามกีฬาบนถนนฟิลเบิร์ต
“วันแรกที่ผมมาที่นี่ (12 สิงหาคม 2553) กับคุณพ่อ เราวางแผนกัน เราชื่นชอบฟุตบอลและเรารักสโมสร ผมยังคงรู้สึกเหมือนเดิมทุกประการ” เขากล่าว
“ผมหลงใหลในฟุตบอลมาก และผมเคยพูดในการสัมภาษณ์ครั้งแรกตอนอายุ 25 ปีว่า ผมอยากอยู่ในวงการนี้ไปนานๆ
การขายสโมสรไม่ใช่ทางออกที่ดีอยู่แล้ว ผมต้องแน่ใจว่าผมทำทุกอย่างที่นี่ให้เสร็จก่อนที่จะจากไป ตอนนี้ผมต้องแน่ใจว่าสโมสรอยู่ในสถานะที่ดี
จากนั้นถ้ามีใครเข้ามาและทำให้สโมสรเป็นเหมือนแมนเชสเตอร์ซิตี้ได้ บางทีอาจจะใช่ แต่ผมมั่นใจว่านั่นยังอีกนานมาก ผมยังคงรักที่นี่อยู่” “ผมต้องการทำให้แน่ใจว่าสโมสรจะประสบความสำเร็จอีกครั้ง”
ก่อนหน้านี้เคยคิดกันว่าความผูกพันทางอารมณ์ที่มีต่อคุณวิชัยจะทำให้ครอบครัวมุ่งมั่นที่จะนำเลสเตอร์กลับสู่พรีเมียร์ลีก ก่อนที่พวกเขาจะตัดสินใจยุติความสัมพันธ์ แต่ตอนนี้พวกเขาตัดสินใจแล้วว่าถึงเวลาที่จะขายสโมสรและทรัพย์สินทั้งหมดแล้ว
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม คลิ๊ก







