
จากสูงสุดสู่ต่ำสุด 'เลสเตอร์ซิตี้' ร่วงสู่ลีกวัน สังเวยพิษละเมิดกฎการเงิน
"เลสเตอร์ ซิตี้" จากแชมป์พรีเมียร์ลีก สู่การตกชั้นสู่ลีกระดับ 3 เป็นครั้งที่ 2 ในประวัติศาสตร์ ผลพวงจากการละเมิดกฎการเงิน"ต๊อบ-อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานสโมสร ยอมรับว่าความรับผิดชอบทั้งหมด พร้อมระบุว่านี่คือช่วงเวลาที่เจ็บปวดที่สุด
KEY
POINTS
- เลสเตอร์ ซิตี้ ตกชั้นสู่ลีกวันอย่างเป็นทางการ โดยมีสาเหตุสำคัญมาจากการละเมิดกฎทางการเงินจนถูกลงโทษตัด 6 คะแนน
- อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานสโมสร ออกแถลงการณ์น้อมรับผิดชอบต่อผลงานที่ตกต่ำของทีมแต่เพียงผู้เดียว พร้อมขอโทษแฟนบอล
- การตกชั้นครั้งนี้เป็นการตกชั้น 2 ปีติดต่อกัน และทำให้สโมสรต้องเผชิญวิกฤตการเงินครั้งใหญ่ โดยคาดว่ารายได้จะลดลงอย่างมหาศาล
เสียงนกหวีดยาวที่สนามคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา ไม่ได้เป็นเพียงสัญญาณจบเกมที่ เลสเตอร์ ซิตี้ เสมอกับ ฮัลล์ ซิตี้ 2-2 เท่านั้น
แต่มันคือเสียงประหารที่ส่งให้ทัพ "จิ้งจอกสยาม" ตกชั้นสู่ลีกวันอย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นการตกชั้นสู่ลีกระดับสามของอังกฤษเป็นครั้งที่สองในประวัติศาสตร์ 142 ปีของสโมสร
ความผิดพลาดซ้ำซากในสนามที่ย้อนกลับมาทำร้าย
ในเกมที่ต้องการ 3 แต้มเพื่อยื้อลมหายใจ เลสเตอร์เริ่มต้นด้วยความหายนะจากการเล่นที่ประมาทเมื่อ อัสมีร์ เบโกวิช จ่ายบอลพลาดจนเสียประตูให้ ลิแอม มิลลาร์ ในนาทีที่ 18
แม้ในช่วงต้นครึ่งหลังแฟนบอลจะได้เฮจากจุดโทษของ จอร์แดน เจมส์ และลูกวอลเลย์ของ ลุค โธมัส จนพลิกนำ 2-1 แต่สุดท้ายเกมรับที่หละหลวมก็ปล่อยให้ โอลิเวอร์ แม็คเบอร์นี่ ยิงตีเสมอในนาทีที่ 63 ซึ่งเป็นประตูที่ฝังเลสเตอร์ลงสู่ความเงียบงัน
บรรยากาศความไม่พอใจของแฟนบอลยังคงคุกรุ่น โดยมีเสียงโห่ไล่บอร์ดบริหารและเหตุการณ์กระทบกระทั่งระหว่างนักเตะกับแฟนบอลสะท้อนถึงรอยร้าวที่ยากจะประสาน
ผลงานชนะเพียง 1 จาก 18 เกมหลังสุด คือกระจกสะท้อน "ฟอร์มตกชั้น" อย่างแท้จริง
10 ปีจากจุดสูงสุดสู่จุดต่ำสุด
สิ่งที่ทำให้ความล้มเหลวครั้งนี้ทวีความเจ็บปวด คือไทม์ไลน์ที่ย้อนแย้ง เพราะเพียง 10 ปีหลังจากคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกที่ช็อกโลก ในฤดูกาล 2015/16 และเพียง 5 ปีหลังจากชูถ้วยเอฟเอ คัพ ในปี 2021
เลสเตอร์กลับต้องเผชิญกับการตกชั้น 2 ปีติดต่อกัน สื่อต่างประเทศบางแห่งระบุว่า จากที่เคยดวลกับยักษ์ใหญ่อย่าง แอตเลติโก มาดริด ในเวทียูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ปีหน้าพวกเขาต้องเตรียมตัวไปเยือนทีมขนาดเล็กอย่าง บรอมลีย์ แทน
วิกฤตการเงินและบทลงโทษที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง
ข้อมูลจากสื่อต่างประเทศ ระบุด้วยว่า ปัจจัยสำคัญที่ฉุดสโมสรลงเหวคือ "การละเมิดกฎทางการเงิน" ซึ่งทำให้ถูก ตัด 6 คะแนน ในฤดูกาลนี้
นอกจากนี้ รายได้ที่เคยสูงถึง 187 ล้านปอนด์ในพรีเมียร์ลีก คาดว่าจะหดตัวเหลือเพียง 60 ล้านปอนด์ในลีกวัน ขณะที่สโมสรยังต้องแบกรับภาระค่าเหนื่อยนักเตะระดับสูงและค่าบำรุงรักษาศูนย์ฝึกซ้อมซีเกรฟที่ใช้งบสร้างถึง 85 ล้านปอนด์
การ "ยกเครื่อง" ทีมใหม่ จึงเป็นภารกิจที่ใหญ่หลวงและเต็มไปด้วยความเสี่ยง
แถลงการณ์น้อมรับผิดจากประธานสโมสร
"ต๊อบ-อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานสโมสร ได้ออกแถลงการณ์หลังจบเกมระบุว่า ความรับผิดชอบนั้นตกอยู่ที่ตัวเขา ไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ ทั้งสิ้น
เราได้ประสบกับช่วงเวลาที่ดีที่สุดและตอนนี้ก็ตกต่ำที่สุด และความเจ็บปวดนี้เป็นของพวกเราทุกคน ผมขอโทษอย่างสุดซึ้งสำหรับความผิดหวังที่เราได้ก่อให้เกิด ผมเข้าใจถึงความรู้สึกที่รุนแรงในหมู่ผู้สนับสนุนของเรา และเราไม่มองข้ามการสนับสนุนของคุณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาเช่นนี้
ตอนนี้เรามุ่งเน้นไปที่สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป เราจะตัดสินใจที่จำเป็นเพื่อนำสโมสรไปข้างหน้า ทำงานร่วมกันเพื่อสร้างใหม่ ปรับปรุง และฟื้นฟูมาตรฐานที่คาดหวังจากเลสเตอร์ซิตี้ เป้าหมายของเราชัดเจน คือการตอบสนองอย่างแข็งแกร่งและแข่งขันเพื่อนำสโมสรแห่งนี้ไปข้างหน้าอีกครั้ง







