thansettakij
thansettakij
สื่อนอกตีข่าว ‘คิง เพาเวอร์’ จ่อขายสโมสร ‘เลสเตอร์ ซิตี้’ ตั้ง Citigroup หานักลงทุนใหม่

‘คิง เพาเวอร์’ จ่อขายสโมสร ‘เลสเตอร์ ซิตี้’ หลังคุม จิ้งจอกสยาม มากว่า 15 ปี

23 ก.ค. 69 | 07:06 น.
อัปเดตล่าสุด :23 ก.ค. 69 | 08:24 น.

สื่อนอกตีข่าว ‘คิง เพาเวอร์’ จ่อขายสโมสร ‘เลสเตอร์ ซิตี้’ โดยจ้าง Citigroup หรือ Citi ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ค้นหานักลงทุนหรือเจ้าของรายใหม่ หลังสร้างชื่อจิ้งจอกสยาม มากว่า 15 ปี เผยปีล่าสุดขาดทุนอ่วม ตกชั้นไปถึง 2 ดิวิชั่นในรอบ 3 ปี

KEY

POINTS

  • กลุ่มคิง เพาเวอร์ เจ้าของสโมสร เลสเตอร์ ซิตี้ กำลังพิจารณาขายกิจการ เลสเตอร์ซิตี้
  • ได้แต่งตั้ง Citigroup เป็นที่ปรึกษาทางการเงินเพื่อดำเนินการค้นหานักลงทุนหรือเจ้าของรายใหม่
  • การตัดสินใจเกิดขึ้นหลังจากสโมสรเผชิญปัญหาด้านการเงินและผลงานตกต่ำจนตกชั้นสู่ลีกวัน ซึ่งเป็นลีกระดับสามของอังกฤษ
  • รายงานทางการเงิน เปิดเผยในปีนี้แสดงให้เห็นว่า เลสเตอร์ขาดทุน 71.1 ล้านปอนด์ในฤดูกาล 2024-25
  • มีรายงานว่ากลุ่มทุนจากตะวันออกกลางได้แสดงความสนใจที่จะเข้าซื้อกิจการสโมสร

วันนี้ (วันที่ 22 กรกฏาคม 2569) มีรายงานจากหลายสื่อในต่างประเทศ รวมถึง FINANCAL TIMES ระบุว่าเจ้าของสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ กำลังพิจารณาขายกิจการ โดย คิงเพาเวอร์ ( King Power) กลุ่มธุรกิจของตระกูลศรีวัฒนประภา เจ้าของสโมสรคนปัจจุบัน ได้ว่าจ้าง Citigroup หรือ Citi ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน เพื่อค้นหานักลงทุนหรือเจ้าของรายใหม่ โดยได้เริ่มนำเสนอข้อมูลของสโมสรให้กับกลุ่มทุนหลายรายแล้ว

เลสเตอร์ซิตี้

‘คิง เพาเวอร์’ จ่อขายสโมสร ‘เลสเตอร์ ซิตี้’

เจ้าของชาวไทยของเลสเตอร์ซิตี้ กำลังพิจารณาขายสโมสรฟุตบอลที่พวกเขาเคยนำพาไปสู่ความสำเร็จในพรีเมียร์ลีกเมื่อ 10 ปีก่อน ซึ่งเป็นหนึ่งในเรื่องราวความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของวงการกีฬา คิงพาวเวอร์ของไทย กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวและค้าปลีกที่เป็นเจ้าของสโมสรมานานกว่า 15 ปี ได้ว่าจ้างธนาคารเพื่อการลงทุนของซิตี้กรุ๊ป เพื่อสำรวจหาผู้ซื้อ ตามข้อมูลจากผู้ที่คุ้นเคยกับเรื่องนี้

เลสเตอร์ ซิตี้ ถูกซื้อกิจการโดย “วิชัย ศรีวัฒนประภา” มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้งคิง เพาเวอร์ ในปี 2010 ขณะที่ทีมอยู่กลางตารางในแชมเปี้ยนชิพ ซึ่งเป็นลีกรองของฟุตบอลอังกฤษ ภายใต้การเป็นเจ้าของของชาวไทย ทีมได้เลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีกในปี 2014

อีกสองปีต่อมาก็คว้าแชมป์อังกฤษได้สำเร็จหลังจากทำผลงานได้อย่างน่าทึ่งภายใต้การคุมทีมของโค้ชชาวอิตาลี เคลาดิโอ รานิเอรี ทีมเลสเตอร์ที่คว้าแชมป์ในฤดูกาลนั้น ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในสนาม โดยจบอันดับที่ 5 ในพรีเมียร์ลีกในปี 2020 และ 2021 และคว้าแชมป์เอฟเอคัพเป็นครั้งแรก

เจอมรสุมตกชั้น-ปัญหางบการเงิน

อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์กลับพลิกผันหลังจากเกิดการระบาดของไวรัสโคโรนา โดยสโมสรตกชั้นไปเล่นในแชมเปี้ยนชิพในปี 2023 ทีมกลับขึ้นสู่ลีกสูงสุดได้เพียงฤดูกาลเดียวก่อนจะตกชั้นอีกครั้งในปี 2025

สื่อนอกตีข่าว ‘คิง เพาเวอร์’ จ่อขายสโมสร ‘เลสเตอร์ ซิตี้’

ในขณะเดียวกัน สโมสรเริ่มเผชิญกับการตรวจสอบด้านกฎระเบียบเกี่ยวกับการเงิน ในเดือนกุมภาพันธ์ สโมสรถูกหักคะแนน 6 คะแนนเนื่องจากละเมิดกฎของฟุตบอลอังกฤษที่จำกัดจำนวนเงินที่สโมสรสามารถใช้จ่ายได้ ส่งผลให้จบฤดูกาลด้วยการตกชั้นไปสู่ลีกวัน ซึ่งเป็นลีกระดับที่สามของฟุตบอลอังกฤษ รายงานทางการเงินที่เปิดเผยในปีนี้แสดงให้เห็นว่า เลสเตอร์ขาดทุน 71.1 ล้านปอนด์ในฤดูกาล 2024-25 แม้ว่าจะอยู่ในพรีเมียร์ลีก ซึ่งช่วยเพิ่มรายได้จากลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดและแหล่งรายได้อื่นๆ

โดยเมื่อปีที่แล้ว เจ้าของสโมสรได้ยกเลิกหนี้สินของผู้ถือหุ้นจำนวน 124 ล้านปอนด์เมื่อปีที่แล้ว โดยแปลงหนี้สินเป็นส่วนทุน

ภายใต้เจ้าของปัจจุบัน เลสเตอร์ซิตี้ได้ย้ายไปสนามฝึกซ้อมแห่งใหม่และกำลังพยายามขยายสนามกีฬาให้มีที่นั่ง 40,000 ที่นั่ง แม้ว่าแผนดังกล่าวจะถูกระงับไว้แล้วก็ตาม ธุรกิจหลักของคิงเพาเวอร์ได้รับผลกระทบจากการลดลงของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาประเทศไทยหลังจากการระบาดใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากประเทศจีน บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) แถลงเมื่อเดือนตุลาคมว่า ได้ตกลงที่จะเจรจาต่อรองสัญญาการสัมปทานค้าปลีกบางส่วนของบริษัทใหม่

ซิตี้ เลสเตอร์ คิงเพาเวอร์ ปฏิเสธแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องนี้

ขณะที่ทางซิตี้และเลสเตอร์ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็น ส่วนคิงพาวเวอร์ยังไม่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข่าวนี้

อย่างไรก็ตามหลังจากปี 2022 ที่เป็นปีแห่งการควบรวมและซื้อกิจการในวงการฟุตบอลอย่างคึกคัก ตลาดการเข้าซื้อกิจการสโมสรชั้นนำได้ชะลอตัวลง ตามข้อมูลจากยูฟ่า องค์กรกำกับดูแลฟุตบอลยุโรประบุว่าการประเมินมูลค่าที่สูงและความต้องการผลตอบแทนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นเป็นสาเหตุที่เป็นไปได้ แต่ในทางกลับกัน นักลงทุนหันไปสนใจลีกฟุตบอลระดับล่าง โดยเฉพาะในอังกฤษ หรือมองหาโอกาสในการซื้อหุ้นส่วนน้อย

การขายสโมสรเลสเตอร์ซิตี้ที่อาจเกิดขึ้นนั้น เกิดขึ้นหลังจากที่ FT รายงานเมื่อวันอังคารว่ากลุ่มนักลงทุนกำลังเจรจาเพื่อซื้อหุ้นในสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูลในมูลค่ามากกว่า 6 พันล้านดอลลาร์ เลสเตอร์ตกชั้นไปอยู่ลีกวันเมื่อฤดูกาลที่แล้วพร้อมกับเชฟฟิลด์เวนส์เดย์ ซึ่งเป็นอีกสโมสรหนึ่งที่ประสบปัญหาภายใต้การเป็นเจ้าของของชาวไทย ก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการล้มละลายและถูกซื้อกิจการในเดือนพฤษภาคมโดยกลุ่มทุนจากสหรัฐอเมริกา

ขณะเดียวกันยังมีรายงานจาก Sky Sports News ระบุว่า มีกลุ่มทุนจากตะวันออกกลางรายหนึ่ง ซึ่งยังไม่เปิดเผยชื่อ แสดงความสนใจเข้าซื้อกิจการของสโมสรอย่างจริงจัง

สำหรับบริษัทแม่ของ Leicester City คือ  บริษัท คิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด พบว่าผลประกอบการ ในปี 2565 มี กำไรสุทธิ 2,200 ล้านบาท ปี 2566 กำไรสุทธิ 143 ล้านบาท และปี 2567 ขาดทุนสุทธิ 3,343 ล้านบาท