
ผลสำรวจชี้ LGBTQ+ ไทย 60% ยอมปกปิดตัวตน แลกเที่ยวจุดหมายในฝัน
Booking.com เปิดผลสำรวจผู้เดินทาง LGBTQ+ ปี 2569 พบชาวไทยเพียง 45% เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงระหว่างเดินทาง ขณะที่ 60% ยอมปกปิดอัตลักษณ์เพื่อแลกกับการท่องเที่ยวในจุดหมายปลายทางที่ต้องการ
KEY
POINTS
- ผลสำรวจจาก Booking.com พบว่า 60% ของผู้เดินทาง LGBTQ+ ชาวไทยยอมปกปิดตัวตนเพื่อความปลอดภัยในการเดินทางไปยังจุดหมายที่ใฝ่ฝัน
- ผู้เดินทางกลุ่มนี้กว่า 65% ต้องใช้มาตรการระวังความปลอดภัยเพิ่มเติมระหว่างเดินทาง เช่น การแชร์ตำแหน่ง หรือลบแอปพลิเคชันหาคู่
- เทคโนโลยี AI กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการวางแผนการเดินทาง โดย 89% ของผู้เดินทาง LGBTQ+ ชาวไทยใช้ AI ช่วยค้นหาข้อมูลและลดความกังวลด้านความปลอดภัย
แม้หลายประเทศเปิดกว้างด้านความหลากหลายทางเพศมากขึ้น แต่ผลสำรวจ Booking.com พบผู้เดินทาง LGBTQ+ ชาวไทยจำนวนมากยังต้องปกปิดตัวตนระหว่างเดินทางเพื่อความปลอดภัย โดย 60% ยอมแลกการเป็นตัวเองเพื่อไปเยือนจุดหมายปลายทางที่ใฝ่ฝัน ขณะที่ AI กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการค้นหาข้อมูลและวางแผนการเดินทาง
แม้หลายประเทศทั่วโลกจะเดินหน้าส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ เตรียมจัดงาน WorldPride 2026 เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปีของกฎหมายสมรสเท่าเทียมแห่งแรกของโลก แต่ผลสำรวจล่าสุดสะท้อนว่าผู้เดินทางกลุ่ม LGBTQ+ ยังคงเผชิญข้อจำกัดด้านความปลอดภัยและการยอมรับในหลายจุดหมายปลายทาง
Booking.com เปิดเผยผลสำรวจประสบการณ์การเดินทางของผู้เดินทาง LGBTQ+ ประจำปี 2569 ซึ่งสำรวจผู้เดินทางกว่า 13,300 คนจาก 19 ประเทศ พบว่าผู้เดินทางจำนวนไม่น้อยยังจำเป็นต้องปกปิดอัตลักษณ์ทางเพศระหว่างเดินทาง เพื่อลดความเสี่ยงจากประสบการณ์เชิงลบ
60% ยอมปกปิดตัวตนเพื่อเที่ยวจุดหมายในฝัน
ผลสำรวจระบุว่า มีเพียง 45% ของผู้เดินทาง LGBTQ+ ชาวไทย ที่เปิดเผยตัวตนอย่างเต็มที่ระหว่างการเดินทาง แม้ตัวเลขดังกล่าวจะสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 31% แต่ยังต่ำกว่าการเปิดเผยตัวตนกับเพื่อนสนิท ซึ่งอยู่ที่ 83%
ขณะเดียวกัน 60% ของผู้ตอบแบบสอบถามชาวไทย ระบุว่ายินดีปกปิดตัวตนบางส่วน หากทำให้สามารถเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางที่ต้องการได้อย่างปลอดภัย สะท้อนว่าการเลือกเดินทางและการเป็นตัวของตัวเองอย่างเต็มที่ ยังเป็นสิ่งที่หลายคนต้องตัดสินใจแลกเปลี่ยน
ผลสำรวจยังพบว่า ผู้ที่ปกปิดตัวตนระหว่างเดินทางมีโอกาสเผชิญประสบการณ์ด้านลบเกี่ยวกับอัตลักษณ์ทางเพศน้อยกว่าผู้ที่เปิดเผยตัวตนอย่างชัดเจน
ผู้เดินทางข้ามเพศเผชิญความกังวลมากกว่ากลุ่มอื่น
ผลสำรวจยังสะท้อนว่า ผู้เดินทาง LGBTQ+ จำนวน 65% ของชาวไทย ต้องเพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัยระหว่างเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการแชร์ตำแหน่งกับบุคคลใกล้ชิด การลบแอปพลิเคชันหาคู่ก่อนเดินทาง หรือการใช้ VPN เพื่อปกป้องข้อมูลส่วนตัว นอกจากนี้ 61% ระบุว่าต้องคอยสังเกตสภาพแวดล้อมก่อนแสดงความรักกับคู่รักในพื้นที่สาธารณะ สำหรับผู้เดินทางข้ามเพศ ความกังวลยิ่งเพิ่มขึ้น โดยการใช้ห้องน้ำหรือพื้นที่ที่แบ่งแยกตามเพศเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างความไม่มั่นใจระหว่างการเดินทาง สะท้อนถึงความท้าทายที่ยังคงมีอยู่ในหลายประเทศ
ผลสำรวจพบว่า เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีบทบาทมากขึ้นในการช่วยผู้เดินทาง LGBTQ+ วางแผนทริปและลดความกังวลด้านความปลอดภัย ข้อมูลระบุว่า 89% ของผู้เดินทาง LGBTQ+ ชาวไทย ใช้ AI ช่วยวางแผนการเดินทางในช่วงปีที่ผ่านมา ขณะที่ 58% เชื่อว่า AI สามารถให้คำแนะนำได้อย่างปราศจากอคติ
นอกจากนี้ 50% มองว่า AI ช่วยค้นหาสถานที่ที่เป็นมิตรกับชุมชน LGBTQ+ ได้ง่ายขึ้น ขณะที่ 47% รู้สึกสบายใจที่จะสอบถาม AI ในประเด็นละเอียดอ่อนเกี่ยวกับการยอมรับของคนท้องถิ่น มากกว่าการสอบถามบุคคลโดยตรง
อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเดินหน้าสร้างความเท่าเทียม
แม้ยังมีข้อจำกัดด้านความปลอดภัย แต่ผลสำรวจพบว่า 94% ของผู้เดินทาง LGBTQ+ ชาวไทย มีประสบการณ์เชิงบวกเกี่ยวกับอัตลักษณ์ทางเพศระหว่างการเดินทางในช่วงปีที่ผ่านมา โดยได้รับการปฏิบัติอย่างให้เกียรติจากผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยว ทั้งการใช้สรรพนามที่ถูกต้อง การมีห้องน้ำที่ไม่แบ่งเพศ รวมถึงสัญลักษณ์แสดงการสนับสนุนความหลากหลายทางเพศในสถานประกอบการ
ขณะที่ 93% เชื่อว่าสังคมมีการยอมรับความหลากหลายทางเพศดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงหลายปีก่อน อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจยังสะท้อนว่า การสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเป็นมิตรกับผู้เดินทางทุกกลุ่ม ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลกต้องเร่งพัฒนา เพื่อให้การเดินทางเป็นประสบการณ์ที่ทุกคนสามารถเป็นตัวของตัวเองได้อย่างแท้จริง







