
รมว.สุรศักดิ์ ย้ำคดีแอร์การบินไทย เป็นความผิดเฉพาะบุคคล ไม่กระทบท่องเที่ยว
‘รมว.สุรศักดิ์’ ย้ำคดีแอร์การบินไทยขนเฮโรอีน เป็นความผิดเฉพาะบุคคล ไม่กระทบสายการบินไทย สั่งยกระดับมาตรการตรวจเข้ม สร้างความเชื่อมั่นการท่องเที่ยวตามมาตรฐานสากล
KEY
POINTS
- รมว.ท่องเที่ยวฯ ยืนยันกรณีลูกเรือการบินไทยขนยาเสพติดที่ออสเตรเลีย เป็นความผิดเฉพาะบุคคล
- ไม่ส่งผลกระทบต่อมาตรฐานการบินและความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวที่มีต่อประเทศไทย
- สั่งการให้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มความเข้มงวดตรวจสอบบุคลากรและลูกเรือของทุกสายการบิน
จากกรณี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ออสเตรเลีย รายงานเหตุการจับกุม พนักงานสายการบินแห่งหนึ่งในประเทศไทย หลังจากตรวจพบว่า ได้ซุกซ่อนยาเสพติด เป็นเฮโรอีน หนัก 1 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 50,000 ดอลล่าร์สหรัฐเข้าประเทศนั้น และล่าสุดพบว่าเป็นลูกเรือของการบินไทย ถูกทางการออสเตรเลีย จับกุมขณะปฏิบัติหน้าที่ บนเที่ยวบิน TG 465 ขณะกำลังทำหน้าที่ลูกเรือ โดยสุนัขดมกลิ่นได้ตรวจพบ
วันนี้ (วันที่ 30 มิถุนายน 2569) นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงกรณีเจ้าหน้าที่สายการบินสัญชาติไทยถูกจับกุมในคดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดว่า จากการประสานและตรวจสอบข้อมูลร่วมกับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้รับการยืนยันว่าเป็นการกระทำความผิดเฉพาะบุคคล ไม่ใช่การกระทำในระดับองค์กร และไม่พบว่าสายการบินมีส่วนเกี่ยวข้อง รู้เห็น หรือสนับสนุนการกระทำดังกล่าวแต่อย่างใด
รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยืนยันว่า เหตุการณ์ดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อมาตรฐานการให้บริการของสายการบินไทย หรือความเชื่อมั่นในการเดินทางของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เนื่องจากประเทศไทยยังคงมีระบบกำกับดูแลด้านความปลอดภัยในการบินและการคมนาคมทางอากาศที่เป็นไปตามมาตรฐานสากล พร้อมทั้งมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด
อย่างไรก็ตาม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวในระดับสูงสุด กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานด้านการบินและหน่วยงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง เน้นย้ำให้สายการบินทุกแห่งเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบบุคลากรและลูกเรือ ทั้งเที่ยวบินขาเข้าและขาออก รวมถึงยกระดับมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังการกระทำผิดที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของระบบการบินไทย
นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการรักษามาตรฐานความปลอดภัยในทุกมิติของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เพราะความเชื่อมั่นคือหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน
"รัฐบาลจะไม่ปล่อยให้การกระทำผิดของบุคคลเพียงรายเดียวส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศหรืออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย เราจะดำเนินการอย่างจริงจังในการป้องกันและปราบปรามสิ่งผิดกฎหมาย พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษามาตรฐานความปลอดภัยและความเชื่อมั่นของประเทศไทยในสายตานักท่องเที่ยวทั่วโลก" นายสุรศักดิ์ กล่าว
กระทรวงฯ จะเดินหน้าสนับสนุนมาตรการด้านความปลอดภัยควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานการให้บริการในทุกภาคส่วนของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เพื่อรักษาภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางคุณภาพที่มีความปลอดภัย เป็นมิตร และได้รับความเชื่อมั่นจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก







