thansettakij
thansettakij
การบินไทย ตั้งคณะกรรมการสอบวินัย แอร์โฮสเตท ขนเฮโรอีน เข้าออสเตรเลีย

การบินไทย ตั้งกรรมการสอบวินัย แอร์โฮสเตส ขนเฮโรอีน เข้าออสเตรเลีย ขณะทำหน้าที่

29 มิ.ย. 69 | 06:00 น.
อัปเดตล่าสุด :29 มิ.ย. 69 | 13:43 น.

การบินไทย สั่งกรรมการสอบวินัยแอร์โฮสเตส ขนเฮโรอีน 1 กิโลกรัมเข้าออสเตรเลีย ขณะกำลังทำหน้าที่ลูกเรือ เจอสุนัขดมกลิ่นตรวจพบ

KEY

POINTS

  • พนักงานต้อนรับหญิงของการบินไทยถูกทางการออสเตรเลียจับกุม ข้อหาลักลอบขนเฮโรอีนน้ำหนัก 1 กิโลกรัม
  • การจับกุมเกิดขึ้นขณะพนักงานกำลังปฏิบัติหน้าที่บนเที่ยวบิน TG 465 ซึ่งเดินทางไปยังเมืองเมลเบิร์น
  • การบินไทยได้ตั้งคณะกรรมการเพื่อสอบสวนทางวินัยแล้ว และยืนยันว่าจะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่

จากกรณี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ออสเตรเลีย รายงานเหตุการจับกุม พนักงานสายการบินแห่งหนึ่งในประเทศไทย หลังจากตรวจพบว่า ได้ซุกซ่อนยาเสพติด เป็นเฮโรอีน หนัก 1 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 50,000 ดอลลาร์สหรัฐเข้าประเทศนั้น

ลูกเรือการบินไทย ถูกจับข้อหาขนเฮโรอีน เข้าออสเตรเลีย 

ล่าสุดพบว่าเป็นลูกเรือไทย เพศหญิง ถูกทางการออสเตรเลีย จับกุมขณะปฏิบัติหน้าที่ บนเที่ยวบิน TG 465 ขณะกำลังทำหน้าที่ลูกเรือ โดยสุนัขดมกลิ่นได้ตรวจพบ และมีการสั่งกรรมการสอบวินัยแล้ว

ล่าสุดการบินไทยชี้แจงกรณีพนักงานถูกควบคุมตัวขณะปฏิบัติหน้าที่ ณ ประเทศออสเตรเลีย ระบุว่า

ตามที่มีการเผยแพร่ข่าวเกี่ยวกับพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ถูกเจ้าหน้าที่ของประเทศออสเตรเลียควบคุมตัวระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ณ เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลียนั้น

บริษัทฯ ได้รับรายงานเหตุการณ์ดังกล่าวและได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศไทยและประเทศออสเตรเลียอย่างใกล้ชิด เพื่อรับทราบข้อเท็จจริงและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตามกระบวนการของกฎหมาย

บริษัทฯ ขอยืนยันว่า บริษัทฯ มีระเบียบ ข้อบังคับ และมาตรการกำกับดูแลการปฏิบัติงานของพนักงานทุกคน

รวมถึงนักบินและพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินอย่างเคร่งครัด โดยห้ามมิให้พนักงานครอบครอง นำเข้า ขนส่ง หรือเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายทุกชนิด

ทั้งนี้ บริษัทฯ มีการสื่อสารและกำชับให้พนักงานถือปฏิบัติตามระเบียบของบริษัทฯ รวมถึงกฎหมายของประเทศที่ให้บริการอย่างเคร่งครัดก่อนการปฏิบัติหน้าที่ทุกเที่ยวบิน 

หากกระทำผิดบริษัทฯ จะดำเนินการขั้นเด็ดขาด จากข้อมูลเบื้องต้น บริษัทฯ เข้าใจว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นกรณีที่เกี่ยวข้องกับพนักงานรายบุคคล ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมของประเทศที่เกิดเหตุ โดยบริษัทฯ ได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้พนักงานได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานตามกฎหมาย และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่

บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส ปฏิบัติตามกฎหมายของทุกประเทศที่ให้บริการและไม่สนับสนุนการกระทำใดๆ ที่ฝ่าฝืนกฎหมาย โดยพร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ตลอดกระบวนการ

การบินไทย สั่งตั้งกรรมการสอบ

นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ดีดี การบินไทย เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีกระแสข่าวว่ามีลูกเรือของสายการบินไทยขนสิ่งผิดกฎหมาย ขณะที่ทำการบินจากประเทศไทยไปยังประเทศออสเตรเลีย หลังสุนัขดมกลิ่นตรวจพบสิ่งผิดปกติในสัมภาระ

เรื่องดังกล่าวยอมรับว่าลูกเรือดังกล่าวกระทำความผิดจริง ซึ่งขั้นตอนจะเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย บริษัทจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจออสเตรเลีย และบริษัทพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ 

ส่วนกระบวนการของบริษัท การบินไทยนั้น จากเหตุที่เกิดขึ้นได้สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที ขณะเดียวกันได้มีการตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง และสอบวินัยทันที เพื่อให้ได้ข้อสรุปใน 7 วัน หรืออาจจะเร็วกว่านั้น

หากกระบวนการสรุปออกว่าเป็นความจริง ก็จะดำเนินการลงโทษสูงสุดด้วยการเลิกจ้าง ยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ทำให้การบินไทยได้รับความเสียหาย และเสียชื่อเสียงเป็นอย่างมาก

“ยอมรับว่าเรื่องนี้สร้างความเสื่อมเสียชื่อเสียงอย่างมากให้กับการบินไทย ซึ่งต่อไปจะยิ่งทำให้ลูกเรือ หรือคนไทย ที่จะเดินทางเข้าออสเตรเลีย อาจจะเข้ายาก หรือมีขั้นตอนยุ่งยากขึ้นแน่ แต่ลึกๆ ก็เชื่อว่าแต่ละประเทศก็คงไม่ตัดสินจากเหตุการณ์นี้เหตุการณ์เดียว ก็ต้องแยกเป็นบุคคลไป

นอกจากนั้นขอย้ำว่า การบินไทยมีระบบ และกฎระเบียบที่ เข้มงวด เคร่งครัดอยู่แล้ว แต่เมื่อมีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ตนก็ได้ยิ่งกำชับไปตามสายงานให้เข้มงวด กวดขันมากขึ้น บางอย่างก็อาจจะควบคุมยาก

เพราะการบินไทยมีลูกเรือกว่า 4,000 คน นักบินอีกกว่า 1,000 คน ก่อนออกทำการบิน การบินไทยก็มีการบรีฟข้อบังคับ ข้อห้าม สิ่งผิดกฎหมายทุกอย่างอยู่แล้ว ทุกคนก็รู้อยู่ว่าสิ่งใดทำได้ หรือ ไม่ได้ หรือผิดกฎหมาย ดังนั้นทุกคนต้องรับผิดชอบตัวเอง นายชาย กล่าวทิ้งท้าย

นายนพดล พรหมภาสิต อดีตรองประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสากิจการบินไทยและอดีตพนักงานต้อนรับลูกเรือการบินไทย โพสต์ Facebook  เผยข้อมูลอีกด้านกรณีลูกเรือการบินไทยถูกจับขนเฮโรอีนเข้าออสเตรเลีย ที่สนามบินเมลเบิร์นในวันที่ 25 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ระบุว่า

ข้อมูลอีกด้าน ฟังหูไว้หูความจริงคือ น้องเพิ่งเข้าไลน์กลุ่มลูกเรือรับหิ้วของ เป็นกลุ่มที่ตั้งกันเองเพื่อหารายได้เพิ่ม และนี่คือการรับหิ้วผ้าไหมหนัก 6 กิโลเป็นงานแรก แต่โดนยัดไส้โดยที่ไม่รู้ว่ามีเฮโรอีนมาข้างใน

คนฝากส่งมาทางพัสดุภัณฑ์ ติดต่อทางไลน์ไม่รู้จักกัน จ่ายค่าหิ้วหกหรือเจ็ดพัน น้องไม่ได้บินเมลเบิร์นบ่อย เห็นว่ามีรายได้พิเศษไม่คิดอะไรมาก อายุแค่ 24 ปี ต่อสู้ชีวิตเพราะพ่อแม่เลิกกัน เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว

ตอนแรกจะไม่ไปบินแล้วเพราะเป็นวันเกิดแม่ สงสารแม่เพราะยายเพิ่งเสีย แม่ต้องเลี้ยงตาอายุ 90 แม่บอกไปบินเก็บเงินก่อน มาฉลองวันเกิดแม่ทีหลังก้อได้ น้องเลยไปบินและตกเป็นเหยื่อโจรครับ