
อ่วม 'วิกฤตน้ำมัน' สายการบิน IndiGo หยุดบินเข้า 'กระบี่' เริ่ม 1 ก.ค.นี้
อ่วม 'วิกฤตน้ำมัน' สายการบิน IndiGo สายการบินต้นทุนต่ำรายใหญ่ที่สุดของอินเดีย ประกาศหยุดบินชั่วคราวเข้า 'กระบี่' เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม-30 กันยายนนี้
วันที่ 12 มิถุนายน 2569 จากสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ ส่งผลให้ราคาน้ำมันอากาศยาน Jet A-1 ยังสูงกว่าภาวะปกติ 2-3 เท่าตัว ส่งผลให้ต้นทุนน้ำมันของสายการบินพุ่งจาก 30% ไปแตะระดับกว่า 50% ของต้นทุนทั้งหมดประกอบกับช่วงโลว์ซีซัน ทำให้สายการบินยังคงยกเลิกบินชั่วคราวต่อเนื่อง
วิกฤตน้ำมัน สายการบิน IndiGo หยุดบินเข้า'กระบี่' เริ่ม 1 ก.ค.นี้
ล่าสุดสายการบิน IndiGo สายการบินต้นทุนต่ำรายใหญ่ที่สุดของอินเดีย ประกาศระงับให้บริการเที่ยวบินตรงสู่จังหวัดกระบี่เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม - 30 กันยายน 2569
โดยเป็นส่วนหนึ่งของแผนปรับโครงสร้างเครือข่ายเส้นทางบินระหว่างประเทศ เพื่อรับมือกับภาวะต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงความต้องการเดินทางของผู้โดยสารที่ชะลอตัวลงช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยวในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี
ระงับเที่ยวบินไปยังอีก 5 จุดหมายปลายทาง
นอกจากกระบี่แล้ว IndiGo ยังประกาศระงับเที่ยวบินไปยังอีก 5 จุดหมายปลายทาง ได้แก่ ลังกาวี ฮ่องกง เซี่ยงไฮ้ โฮจิมินห์ และเสียมเรียบ โดยเส้นทางส่วนใหญ่จะหยุดให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม
ขณะที่เส้นทางเสียมเรียบจะเริ่มระงับตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคมเป็นต้นไป สายการบินระบุว่าการตัดสินใจดังกล่าวเป็นการบริหารจัดการขีดความสามารถในการให้บริการให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดในปัจจุบัน พร้อมรับมือกับข้อจำกัดด้านน่านฟ้าและต้นทุนการดำเนินงานที่ยังอยู่ในระดับสูง
ทั้งนี้ IndiGo ยืนยันว่าการระงับเที่ยวบินครั้งนี้เป็นเพียงมาตรการชั่วคราว และมีแผนกลับมาเปิดให้สำรองที่นั่งในทุกเส้นทางที่ได้รับผลกระทบอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป
โดยสายการบินยังคงรักษาการให้บริการเส้นทางระหว่างประเทศส่วนใหญ่ไว้ได้ ด้วยเที่ยวบินระหว่างประเทศมากกว่า 1,800 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ พร้อมย้ำว่าจะติดตามสถานการณ์ด้านต้นทุนและความต้องการเดินทางอย่างใกล้ชิด และอาจพิจารณากลับมาเปิดให้บริการเส้นทางกระบี่เร็วกว่ากำหนดหากสภาพตลาดเอื้ออำนวย
ปัจจุบันต้นทุนน้ำมันเพิ่มขึ้นมากกว่า 3 เท่า ทำให้ต้องปรับโครงสร้างราคาและแผนบินให้สอดคล้องกับต้นทุนจริง ส่งผลให้ปริมาณผู้โดยสารชะลอลง สายการบินจึงเลือก “ลดความถี่-พักเส้นทางชั่วคราว” ในช่วงโลว์ซีซัน พร้อมคงที่นั่งให้เพียงพอในเส้นทางหลัก และพร้อมกลับมาเพิ่มเที่ยวบินทันทีหากต้นทุนและดีมานด์ฟื้นตัว
สำหรับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเฉพาะส่วนของน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน (Jet A-1) ปรับตัวสูงขึ้น 2 – 3 เท่าเทียบกับช่วงก่อนเกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
จากเดิมอยู่ที่ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล พุ่งสูงขึ้นไปกว่า 240 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เป็นผลทำให้ต้นทุนต่อเที่ยวบินเพิ่มขึ้นจากเดิมน้ำมันคิดเป็นสัดส่วนต้นทุนราว 30% ต่อเที่ยวบิน







