thansettakij
thansettakij
ผู้ก่อตั้งแอร์เอเชีย ค้าน AOT ขึ้นค่าธรรมเนียม ทุบซ้ำโลว์คอสต์ ท่องเที่ยวไทยพัง

ผู้ก่อตั้งแอร์เอเชีย ค้าน AOT ขึ้นค่าธรรมเนียม ทุบซ้ำโลว์คอสต์ ท่องเที่ยวไทยพัง

21 พ.ค. 69 | 10:25 น.
อัปเดตล่าสุด :21 พ.ค. 69 | 10:48 น.

โทนี่ เฟอร์นันเดส ผู้ก่อตั้งและ CEO กลุ่ม Capital A บริษัทแม่ของแอร์เอเชีย ค้าน AOT ขึ้นค่าธรรมเนียมสนามบิน ชี้ไม่เป็นธรรมสายการบินต้นทุนต่ำ เสนอเลื่อน 1 ปี รอสถานการณ์โลกเสถียร ก่อนท่องเที่ยวไทยพัง

KEY

POINTS

  • โทนี่ เฟอร์นันเดส ซีอีโอ Capital A คัดค้านการขึ้นค่าธรรมเนียมสนามบินของ ทอท. (AOT) โดยชี้ว่าเป็นช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสมและจะส่งผลกระทบต่ออุปสงค์การท่องเที่ยวไทย
  • เตือนว่าภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจะถูกผลักไปยังผู้โดยสารโดยตรง ซึ่งเป็นการซ้ำเติมจากต้นทุนราคาน้ำมันที่สูงอยู่แล้ว
  • เสนอให้ ทอท. ทบทวนโครงสร้างค่าธรรมเนียมที่ไม่เท่าเทียมต่อสายการบินต้นทุนต่ำ เทียบกับสายการบินบริการเต็มรูปแบบ
  • เรียกร้องให้ชะลอการขึ้นค่าธรรมเนียมออกไปอย่างน้อย 1 ปี และกระจายรายได้ไปสู่การท่องเที่ยวในภูมิภาค เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวของไทย

โทนี่ เฟอร์นันเดส ผู้ก่อตั้ง และซีอีโอกลุ่ม Capital A บริษัทแม่ของสายการบินแอร์เอเชีย ออกมาแสดงจุดยืนคัดค้านการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมสนามบินของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT อย่างชัดเจน โดยมองว่าเป็นการตัดสินใจที่เกิดขึ้นผิดจังหวะ ท่ามกลางภาวะอุตสาหกรรมการบินทั่วโลกกำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งราคาน้ำมันที่พุ่งสูง ความไม่แน่นอนจากสงคราม และกำลังซื้อผู้โดยสารที่เริ่มชะลอตัว พร้อมชี้ให้เห็นว่านโยบายดังกล่าวสร้างความไม่เป็นธรรมต่อสายการบินต้นทุนต่ำโดยตรง

โทนี่ เฟอร์นันเดส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม Capital A

เฟอร์นันเดสระบุว่า การขึ้นค่าธรรมเนียมในช่วงเวลานี้ไม่เพียงแต่จะกระทบเฉพาะสายการบิน แต่สุดท้ายภาระทั้งหมดจะถูกผลักไปยังผู้โดยสารและภาคการท่องเที่ยวไทยโดยตรง โดยเฉพาะในช่วงที่อุตสาหกรรมการบินทั่วโลกกำลังเผชิญผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศที่ทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอย่างรุนแรง โดยต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นต้นทุนหลักของสายการบิน เพิ่มขึ้นจากระดับประมาณ 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ไปแตะระดับสูงสุดกว่า 240 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในบางช่วง ก่อนจะอ่อนตัวลงมาอยู่ราว 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้สายการบินจำเป็นต้องทยอยปรับขึ้นราคาค่าโดยสารเพื่อชดเชยต้นทุน แม้จะเสี่ยงกระทบต่อความต้องการเดินทางของผู้โดยสารโดยตรง โดยแอร์เอเชียปรับขึ้นราคาตั๋วแล้วราว 20% แต่ยังไม่เพียงพอต่อภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

เขามองว่า หากในช่วงเวลาเดียวกัน AOT ยังเดินหน้าปรับขึ้นค่าธรรมเนียมสนามบินเพิ่มเติม จะยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อทั้งสายการบินและผู้โดยสาร พร้อมเตือนว่าอาจกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในภาพรวม

"ถ้าเป็นหายนะสำหรับแอร์เอเชีย มันก็เป็นหายนะสำหรับการท่องเที่ยวไทยด้วย มีจุดหนึ่งที่คนจะไม่ยอมจ่าย แล้วก็จะไม่บิน" เฟอร์นันเดสกล่าว

โครงสร้างค่าธรรมเนียม “ไม่แฟร์” กับสายการบิน Low-Cost

อีกประเด็นสำคัญที่โทนี่หยิบยกขึ้นมาคือ ความไม่สมดุลของโครงสร้างค่าธรรมเนียมสนามบินในปัจจุบัน ซึ่งเรียกเก็บในอัตราใกล้เคียงกันระหว่างสายการบินต้นทุนต่ำและสายการบิน Full Service ในแต่ละสนามบิน แม้รูปแบบการใช้สนามบินจะต่างกันอย่างชัดเจนเฟอร์นานเดส อธิบายว่า เครื่องบินของสายการบินต้นทุนต่ำมีการบริหารเวลาจอด (Turnaround Time) สั้นกว่ามาก

ยกตัวอ่างโดยเครื่องบินแอร์เอเชียที่ใช้เวลาจอดเฉลี่ยเพียงประมาณ 25 นาที ก่อนออกบินต่อ ขณะที่สายการบิน Full Service อาจใช้เวลาจอดนานถึง 2 ชั่วโมง เนื่องจากมีขั้นตอนเติมเชื้อเพลิง โหลดอาหาร และบริการภาคพื้นเพิ่มเติม

เขาเสนอให้ AOT พิจารณาใช้โมเดลคิดค่าธรรมเนียมแบบแบ่งตามขั้น ตามลักษณะการใช้งานสนามบิน คล้ายกับหลายประเทศในยุโรปที่แยกสนามบินสำหรับสายการบินต้นทุนต่ำและสายการบินพรีเมียมอย่างชัดเจน

ด้วยเหตุนี้ เขาจึงเสนอให้ AOT พิจารณาใช้โมเดลคิดค่าธรรมเนียมแบบแบ่งตามขั้น ตามลักษณะการใช้งานสนามบิน คล้ายกับหลายประเทศในยุโรปที่แยกสนามบินสำหรับสายการบินต้นทุนต่ำและสายการบินพรีเมียมอย่างชัดเจน

ชง AOT ชะลอขึ้นค่าธรรมเนียม 1 ปี

เฟอร์นันเดสยังเสนอให้ AOT เลื่อนการบังคับใช้ค่าธรรมเนียมสนามบินใหม่ออกไปอย่างน้อย 1 ปี หากสถานการณ์โลกเริ่มคลี่คลายภายใน 1 ปี ทั้งราคาน้ำมัน ปริมาณนักท่องเที่ยว และความเชื่อมั่นในการเดินทางจะกลับมาอยู่ในระดับที่มีเสถียรภาพมากขึ้น ทำให้อุตสาหกรรมสายการบินสามารถรับต้นทุนใหม่ได้ดีกว่าปัจจุบัน 

ทั้งนี้ มองว่าการขึ้นค่าธรรมเนียมในช่วงเวลานี้ยังไม่เหมาะสม  พร้อมย้ำว่าหัวใจสำคัญที่สุดในเวลานี้คือการรักษาดีมานด์ ของนักท่องเที่ยวเอาไว้ให้ได้

อย่างไรก็ตามแม้จะเข้าใจที่ AOT จำเป็นต้องหารายได้เพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐาน แต่หากสายการบินไม่สามารถเติบโตได้ การลงทุนขยายสนามบินก็อาจไม่ตอบโจทย์ในระยะยาว

นอกจากนี้ ยังเสนอให้ไทยกระจายรายได้ท่องเที่ยวออกนอกกรุงเทพฯ มากขึ้น ผ่านการผลักดันเมืองท่องเที่ยวรองอย่างเชียงใหม่ พัทยา และภูเก็ต รวมถึงเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ คาร์โก้ และศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) เพื่อสร้างรายได้รูปแบบใหม่ให้กับอุตสาหกรรมการบินไทยในระยะยาว

หวั่นไทยสูญเสียความสามารถแข่งขันด้านท่องเที่ยว

โทนี่ยังมองว่า ตลอดกว่า 20 ปีที่ผ่านมา สายการบินต้นทุนต่ำมีบทบาทสำคัญในการผลักดันการท่องเที่ยวไทย โดยช่วยเพิ่มจำนวนผู้โดยสาร เปิดเส้นทางบินใหม่ และกระจายรายได้สู่เมืองรองมากขึ้น

อีกทั้ง ระบุว่า การเพิ่มค่าธรรมเนียมไม่ใช่วิธีในการคัดกรองคุณภาพนักท่องเที่ยวอย่างแท้จริง โดยมองว่านักท่องเที่ยวกลุ่ม Low-Cost ไม่ใช่นักท่องเที่ยวคุณภาพต่ำตามที่หลายฝ่ายมอง แต่เป็นกลุ่มที่ใช้จ่ายจริงในระบบเศรษฐกิจ ทั้งตลาด ร้านอาหาร การเดินทาง และกระจายรายได้สู่แหล่งท่องเที่ยวท้องถิ่น

พร้อมเตือนว่า หากต้นทุนการเดินทางเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งจากราคาน้ำมัน ค่าธรรมเนียมสนามบิน และแนวคิดจัดเก็บภาษีท่องเที่ยวเพิ่มเติม อาจทำให้ประเทศไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขันเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค

"กรุงเทพฯ กำลังจะเป็นสนามบินที่แพงที่สุดอันดับ 2 ในอาเซียน อย่าทำลายดีมานด์ในการเดินทางของนักท่องเที่ยว สิ่งที่สำคัญที่สุดควรจะรักษาดีมานด์นั้นไว้" โทนี่ เฟอร์นานเดส กล่าว

เตือนภาษีท่องเที่ยวอาจยิ่งทำไทย “แพง”

นอกจากประเด็นค่าธรรมเนียมสนามบินแล้ว โทนี่ ยังแสดงความกังวลต่อแนวคิดจัดเก็บภาษีท่องเที่ยว 300 บาท และภาษีขาออกเพิ่มเติม โดยมองว่าเป็นช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม เพราะต้นทุนการเดินทางของนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอยู่แล้วจากหลายปัจจัย

เขาระบุว่า ประเทศไทยในปัจจุบันไม่ได้เป็นจุดหมายปลายทางราคาถูกเหมือนในอดีตอีกต่อไป ทั้งค่าครองชีพ ค่าอาหาร และค่าบริการต่าง ๆ ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง หากมีการเพิ่มภาระด้านภาษีและค่าธรรมเนียมอีก อาจทำให้นักท่องเที่ยวบางส่วนตัดสินใจเปลี่ยนจุดหมายเดินทางไปยังประเทศอื่นแทน

“ควรโฟกัสที่ปริมาณนักท่องเที่ยว โฟกัสที่การดึงคนเข้ามาใช้จ่ายในประเทศไทย แล้วรัฐก็จะได้รายได้จากภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เอง อย่าทำให้ประเทศไทยแพงจนไม่มีนักท่องเที่ยวอยากมา” โทนี่ เฟอร์นานเดส กล่าวย้ำ

ทั้งนี้ โทนี่ เฟอร์นานเดสได้เน้นย้ำว่า ไม่ได้คัดค้านการขึ้นค่าธรรมเนียมทั้งหมด แต่ต้องการให้เกิดขึ้นใน “จังหวะเวลาที่เหมาะสม” เพราะเวลานี้สายการบินหลายแห่งเริ่มแบกรับต้นทุนไม่ไหวและจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาตั๋วโดยสารไปแล้วบางส่วนจากผลกระทบด้านราคาน้ำมัน

อย่างไรก็ตาม ค่าธรรมเนียมสนามบินที่เพิ่มขึ้น สุดท้ายแล้วไม่ได้กระทบเฉพาะสายการบิน แต่จะถูกผลักไปยังผู้โดยสารและนักท่องเที่ยวโดยตรง พร้อมเรียกร้องให้ภาครัฐและ AOT ทบทวนนโยบายดังกล่าวอย่างรอบคอบ เพื่อรักษาความสามารถแข่งขันของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในระยะยาว