
EVEANDBOY เร่งสปีดบุกต่างจังหวัด ดันเป้าหมื่นล้านรับเทรนด์ T-Beauty
EVEANDBOY เผยคนรุ่นใหม่รู้ลึกเรื่องสกินแคร์แต่ไม่ยึดติดแบรนด์ เล็งปั้น Experience Store รับกำลังซื้อโตไม่หยุด
KEY
POINTS
- EVEANDBOY เร่งเครื่องตั้งเป้ารายได้แตะ 1 หมื่นล้านบาทภายในปี 2569 ซึ่งเร็วกว่าแผนเดิมที่วางไว้
- กลยุทธ์หลักคือการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นบุกตลาดในต่างจังหวัดที่มีศักยภาพเติบโตสูง
- การเติบโตของบริษัทได้รับแรงหนุนสำคัญจากกระแส T-Beauty หรือแบรนด์ความงามของไทยที่กำลังมาแรง
- ปรับรูปแบบร้านค้าสู่การเป็น "Beauty Destination" และ "Experience Store" เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่และตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป
นายหิรัญ ตันมิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีฟแอนด์บอย จำกัด เปิดเผยว่า แม้เศรษฐกิจโดยรวมยังเผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัย ทั้งกำลังซื้อที่ชะลอตัว ต้นทุนสินค้า และภาวะสงครามในต่างประเทศ แต่ตลาดสินค้าความงามยังคงเติบโตต่อเนื่อง และยังไม่เห็นสัญญาณว่าผู้บริโภคจะลดการใช้จ่ายด้านความสวยความงาม
“กลุ่มบิวตี้ยังเป็นหมวดที่เติบโตได้ดี และยังไม่เห็นว่าคนจะหยุดสวยโดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นและคนรุ่นใหม่ที่ยังให้ความสำคัญกับเรื่องภาพลักษณ์ การดูแลตัวเอง และการแต่งหน้าในชีวิตประจำวัน”
โดยปัจจัยสำคัญมาจากการที่สินค้าเหล่านี้สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคไทยได้จริง ทั้งเรื่องสภาพอากาศ กลิ่น เนื้อสัมผัส และประสิทธิภาพการใช้งาน จนเกิดการซื้อซ้ำอย่างต่อเนื่อง สินค้าที่อยู่ได้นานในตลาด ไม่ใช่แค่กระแส แต่ต้องใช้แล้วเห็นผลจริง และเหมาะกับคนไทยจริง ๆ ลูกค้าถึงจะกลับมาซื้อซ้ำ
พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน “รู้ลึก แต่ไม่ยึดติดแบรนด์”
นายหิรัญ มองว่า ปัจจุบันผู้บริโภคโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ มีพฤติกรรมเปลี่ยนไปจากอดีตอย่างชัดเจน โดยไม่ได้มี Brand Loyalty สูงเหมือนเมื่อก่อนแต่เลือกซื้อสินค้าตามปัญหาผิว ความต้องการและสถานการณ์ในช่วงเวลานั้น
ขณะเดียวกันผู้บริโภคยังมีความรู้เรื่องส่วนผสมเชิงลึกมากขึ้น รู้จักเลือกใช้สารออกฤทธิ์ (Active Ingredient) ต่าง ๆ เพื่อแก้ปัญหาผิวเฉพาะด้าน เช่น ไนอะซินาไมด์ (Niacinamide), วิตามินซี (Vitamin C) หรือ กรดทราเนซามิก (Tranexamic Acid: TXA)
ทำให้ปัจจุบันผู้บริโภคไม่ได้ใช้สินค้าเพียงแบรนด์เดียวทั้งเซ็ตอีกต่อไป แต่เลือกผสมหลายแบรนด์ในตะกร้าเดียว เช่น ใช้สกินแคร์จากต่างประเทศ แต่เลือกใช้ลิปสติกแบรนด์ไทย หรือใช้ดินสอเขียนคิ้วจากจีน
T-Beauty โตแรง แบรนด์ไทยขึ้นมาแข่งแบรนด์นอก
อีกหนึ่งปรากฏการณ์สำคัญของตลาดความงามไทย คือการเติบโตของกลุ่ม T-Beauty หรือแบรนด์ความงามไทย ที่กำลังมีอิทธิพลมากขึ้นอย่างชัดเจน
นายหิรัญ ระบุว่า หลายแบรนด์ไทยสามารถเติบโตจากยอดขายระดับหลักร้อยล้านบาท ไปสู่ระดับ 2,000-3,000 ล้านบาทได้ในเวลาไม่นาน เช่น แบรนด์ศรีจันทร์ เป็นต้น จุดแข็งสำคัญของแบรนด์ไทยคือความเข้าใจผู้บริโภคไทย ทั้งเรื่องสภาพผิว สภาพอากาศ และความต้องการของตลาด รวมถึงการปรับตัวตามเทรนด์ได้รวดเร็วกว่าแบรนด์ต่างประเทศ
ขณะเดียวกัน EVEANDBOY ยังเปิดรับแบรนด์ไทยหน้าใหม่เข้ามาวางขายอย่างต่อเนื่อง แต่ยอมรับว่าการแข่งขันในตลาดสูงขึ้นมาก แบรนด์ใหม่จึงต้องมีทั้งคุณภาพสินค้าและภาพลักษณ์แบรนด์ที่ชัดเจน จึงจะสามารถแข่งขันได้
เร่งขยายสาขา ดันรายได้แตะ 1 หมื่นล้าน
สำหรับผลประกอบการที่ผ่านมา ปี 2567 บริษัทมีรายได้ 7,000 ล้านบาท ปี2568 มีรายได้ 8,000 ล้านบาท และปี 2569 จะพยายมดันรายได้แตะ 10,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเร็วกว่าแผนเดิมที่เคยวางไว้ในปี 2570 โดยปัจจัยสำคัญยังมาจากการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง
ปีที่ผ่านมา EVEANDBOY เปิดสาขาใหม่ประมาณ 22 สาขา ปัจจุบันมีสาขารวมราว 67 แห่งทั่วประเทศ และปีนี้ยังมีแผนขยายสาขาใกล้เคียงกับปีก่อน
“เราขยับเป้าหมื่นล้านเร็วขึ้น เพราะตลาดยังโต และกำลังซื้อในกลุ่มบิวตี้ยังดีโดยเฉพาะต่างจังหวัดที่ยังมีโอกาสอีกมาก”
ปรับเกมสู่ Experience Store และ Beauty Destination
นอกจากการขยายสาขา บริษัทกำลังปรับบทบาทจากร้านขายเครื่องสำอาง ไปสู่ “Beauty Destination” หรือพื้นที่ไลฟ์สไตล์ด้านความงามมากขึ้น ผ่านการพัฒนา Experience Store รูปแบบใหม่
ตัวอย่างคือสาขาสีลม ที่พัฒนาให้มีพื้นที่ Workshop สอนแต่งหน้า รวมถึงพื้นที่ Glass House สำหรับจัด Pop-up Store และกิจกรรมร่วมกับแบรนด์ต่าง ๆ โดยเน้นเจาะกลุ่มพนักงานออฟฟิศและนักท่องเที่ยว
ส่วนสาขา Platinum Pop จะเป็นสาขาแรกที่มี EVEANDBOY Cafe เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้า ผ่านการทำ Marketing Collaboration กับแบรนด์และพรีเซนเตอร์ระดับโลก รวมถึงการออกแบบเมนูเครื่องดื่มพิเศษร่วมกัน ขณะเดียวกันยังเตรียมเปิด Concept Store ใหม่ย่านทรงวาดในเดือนสิงหาคมนี้ โดยวางให้เป็นแลนด์มาร์กด้านไลฟ์สไตล์และดีไซน์ เพื่อดึงคนรุ่นใหม่เข้ามาถ่ายรูปและสัมผัสประสบการณ์ใหม่ของแบรนด์
รับมือเศรษฐกิจ-แบรนด์จีน แต่ยอดขายยังโต Double Digit
แม้ธุรกิจจะได้รับผลกระทบจากต้นทุนขนส่งที่สูงขึ้น ราคาวัตถุดิบ รวมถึงสถานการณ์สงครามในหลายประเทศ แต่ยอดขายของ EVEANDBOY ในไตรมาสแรกยังเติบโตระดับ Double Digit ขณะเดียวกันตลาดยังเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากแบรนด์จีน หรือ C-Beauty ที่เข้ามาทำตลาดในไทยมากขึ้น
นายหิรัญ กล่าวว่า ปัจจุบันแบรนด์จีนไม่ได้แข่งขันเฉพาะเรื่องราคาถูกเหมือนในอดีต แต่หลายแบรนด์เริ่มขยับเข้าสู่ตลาดพรีเมียม และมีราคาสินค้าระดับหลักพันบาทเช่นกัน นอกจากนี้ยังเห็นเทรนด์ใหม่ในกลุ่มวัยรุ่น เช่น การ “พอกตัวขาว” รวมถึงการเลือกใช้รองพื้นที่ขาวกว่าสีผิวจริง ซึ่งกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง







