thansettakij
thansettakij
รมว.ท่องเที่ยวยันเดินหน้าจัดเก็บค่าเหยียบแผ่นดิน แย้มอาจจะเกินคนละ 300 บาท

รมว.ท่องเที่ยวยันเดินหน้าจัดเก็บค่าเหยียบแผ่นดิน แย้มอาจจะเกินคนละ 300 บาท

21 พ.ค. 69 | 01:23 น.
อัปเดตล่าสุด :21 พ.ค. 69 | 01:44 น.

รมว.ท่องเที่ยวยันเดินหน้าเก็บค่าเหยียบแผ่นดิน นักท่องเที่ยวต่างชาติ แย้มอาจจะเกิน 300 บาทต่อคน ชี้กำลังเร่งสรุปโมเดลการจัดเก็บและราคาที่เหมาะสม จากที่ศึกษาไว้อยู่ 2 แนวทาง เผยมีอีกหลายประเทศจัดเก็บ

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึง ความคืบหน้าในการจัดเก็บค่าธรรมเนียมกองทุนส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ หรือ ค่าเหยียบแผ่นดิน ว่า ในขณะนี้กำลังเร่งสรุปโมเดลการจัดเก็บและราคาที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้กระทบต่อความรู้สึกของนักท่องเที่ยวและการใช้งาน

ศึกษา 2 แนวทาง เลือกวิธีการจัดเก็บค่าเหยียบแผ่นดิน

กระทรวงท่องเที่ยวฯกำลังพิจารณาวิธีการจัดเก็บว่าจะเป็นกรณีใดใน 2 กรณี คือ

แนวทางที่ 1. เก็บรวมกับตั๋วเครื่องบิน  เป็นวิธีที่สะดวกที่สุดและนักท่องเที่ยวไม่รู้สึกว่าต้องจ่ายเพิ่มหน้างาน แต่มีข้อเสียคือระบบสายการบินปัจจุบันยังไม่สามารถแยกประเภทผู้โดยสารได้ ว่าเป็นนักท่องเที่ยว นักธุรกิจ เป็นคนไทย หรือต่างชาติ

ทางออกในแนวทางนี้เพื่อแยกคนไทยออกจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ก็จะมีการสร้าง แอปพลิเคชันสำหรับการขอคืนเงิน (Refund) ให้กับคนไทยหรือผู้ที่ได้รับยกเว้น โดยสามารถยื่นสิทธิ์ขอคืนเงิน ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดหลังจากเดินทางเข้าประเทศ

ค่าเหยียบแผ่นดิน

แนวทางที่ 2 เก็บผ่านระบบ ตม. (สแกนจ่าย)  สามารถแยกประเภทวีซ่าและบุคคลได้ชัดเจน แต่อาจไม่สะดวกเพราะต้องมีขั้นตอนการจ่ายเงินเพิ่มขึ้นมาก่อนเข้าประเทศ

เผยค่าธรรมเนียม อาจเกิน 300 บาทต่อคน

สำหรับอัตราค่าธรรมเนียม เดิมเคยมีการพูดถึงตัวเลข 300 บาท แต่ปัจจุบันมีแนวโน้มว่าอาจจะมากกว่า 300 บาท

เพราะต้องการให้ครอบคลุมประกันภัยนักท่องเที่ยวต่างชาติแบบพรีเมียม ซึ่งต้นทุนประกันในปัจจุบันสูงขึ้นกว่าเดิม และรัฐบาลต้องการให้มีเงินเหลือพอเข้ากองทุนเพื่อนำไปพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวด้วย โดยขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการหารือกับสมาคมประกันภัยเพื่อสรุปราคาที่เหมาะสม

สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

โดยวัตถุประสงค์และการจัดสรรเงินที่จะได้รับ จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก โดยให้ความสำคัญกับส่วนแรกก่อน คือ ประกันภัยระดับพรีเมียม รัฐบาลต้องการมอบประกันภัยที่ "ดีจริง" ให้กับนักท่องเที่ยว เพื่อให้รู้สึกอุ่นใจและคุ้มครองทันทีเมื่อก้าวเข้าสู่ประเทศไทย

โดยเน้นให้ครอบคลุมการรักษาในโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำได้เลย และช่วยลดภาระให้รัฐบาลที่ต้องดูแลนักท่องเที่ยวที่ได้รับอุบัติเหตุในการเดินทางมาเที่ยวไทย ในส่วนที่ประกันของนักท่องเที่ยวเองไม่ครอบคลุม 

ส่วนเงินส่วนที่เหลือหลังจากหักค่าประกันจะนำเข้ากองทุนเพื่อนำไปพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งการจัดเก็บค่สธรรมเนียมดังกล่าวไม่ใช่แค่ไทยประเทศเดียว แต่มีการจัดเก็บในหลายประเทศ แต่มีรูปแบบการจัดเก็บแตกต่างกันไป
รมว.ท่องเที่ยว กล่าวทิ้งท้าย

อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจของ "ฐานเศรษฐกิจ" พบว่า รูปแบบการจัดเก็บค่าธรรมเนียมจากนักท่องเที่ยวของประเทศต่างๆปัจจุบันมีการจัดเก็บอยู่แล้วกว่า  40 ประเทศ ซึ่งบางประเทศจะเรียกว่า เป็นการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Fee : SDF) ภาษีซาโยนาระ (Sayonara Tax) หรือบางประเทศจะมีการจัดเก็บภาษีที่พัก เป็นต้น

โดยประเทศภูฏาน จัดเก็บค่าธรรมเนียมแพงที่สุดในโลก โดยแต่ละประเทศมีการจัดเก็บภาษีในเรื่องของการท่องเที่ยวที่น่าสนใจ 

การจัดเก็บภาษี/ค่าธรรมเนียม นักท่องเที่ยวของประเทศต่างๆ

รัฐบาล“ภูฏาน” จัดเก็บค่าธรรมเนียมการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Fee : SDF) ให้แก่รัฐบาลในอัตรา 200 ดอลลาร์สหรัฐต่อคืน (6,560 บาทต่อคืน)

แต่ล่าสุดได้ลดค่าธรรมเนียม SDF เหลือ 100 ดอลลาร์สหรัฐ (3,280 บาทต่อคืน) จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2570 ซึ่งนักท่องเที่ยวจะต้องจ่ายค่าใช้จ่ายในการเดินทางแยกต่างหาก เช่น ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเข้าชม และค่าใช้จ่ายอื่นๆ

ประเทศ“ญี่ปุ่น” ปรับขึ้นภาษีซาโยนาระ (Sayonara Tax) หรือภาษีขาออก จากเดิม 1,000 เยน เป็น 3,000 เยนต่อคน โดยจะมีผลตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อนำรายได้มาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและจัดการปัญหานักท่องเที่ยวล้นเมือง (Overtourism) ซึ่งจะเรียกเก็บผ่านตั๋วเครื่องบินทั้งชาวต่างชาติและชาวญี่ปุ่นที่เดินทางออกนอกประเทศ

รวมท้ั้งตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป ประเทศญี่ปุ่น เริ่มขยายการจัดเก็บ “ภาษีที่พัก” (Accommodation Tax) ในโรงแรมและที่พักทั่วประเทศอย่างเป็นทางการ โดยเพิ่มพื้นที่จัดเก็บใหม่อีก 20 แห่ง ส่งผลให้จำนวนเทศบาลที่ใช้มาตรการนี้เพิ่มจาก 19 แห่ง เป็นเกือบ 40 แห่งในทันที หรือเพิ่มขึ้นราว 100% ภายในวันเดียว

นับเป็นการเร่งใช้นโยบายด้านการท่องเที่ยวครั้งใหญ่ เพื่อรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พื้นที่หลักที่เริ่มจัดเก็บใหม่อยู่ในฮอกไกโด รวม 15 เทศบาล เช่น ซัปโปโร และ ฮาโกดาเตะ โดยอัตราภาษีแตกต่างกันไปตามราคาห้องพัก เริ่มตั้งแต่ประมาณ 100-500 เยนต่อคนต่อคืน (ราว 20-100 บาท)

ขณะที่บางเมืองกำหนดอัตราคงที่ เช่น 200 เยนต่อคืน (ประมาณ 40 บาท) และในบางพื้นที่อย่าง ฮาโกดาเตะ อาจเรียกเก็บสูงสุดถึง 2,000 เยนต่อคืน หรือประมาณ 412.19 บาท ตามอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน

นอกจากนี้ญี่ปุ่น จะปรับระบบ Tax Free โดยตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2569 ญี่ปุ่นจะเปลี่ยนจากระบบหักภาษีทันทีที่ร้าน (Tax Free) เป็นระบบ “จ่ายก่อน คืนทีหลัง” (Tax Refund) โดยต้องทำเรื่องขอคืนภาษีที่สนามบินก่อนเดินทางออก

การจัดเก็บภาษีนักท่องเที่ยวของประเทศต่างๆ

มาเลเซีย” จัดเก็บภาษีการท่องเที่ยว Tourism Tax (TTx) ในอัตรา 10 ริงกิต (RM10 ต่อห้องต่อคืน) หรือราว 80.83 บาทต่อคืน โดยเรียกเก็บจากนักท่องเที่ยวที่เข้าพักในสถานที่พักในมาเลเซีย

อินโดนีเซีย (บาหลี)” จัดเก็บค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยว (Tourism Tax) 150,000 รูเปียห์ต่อคน (15 ดอลลาร์สหรัฐต่อคน)

นิวซีแลนด์” ปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยว (International Visitor Conservation and Tourism Levy - IVL) จากเดิม 35 ดอลลาร์ เป็น 100 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ (NZD) ต่อคน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา

โดยภาษีนี้จะถูกเรียกเก็บพร้อมกับการขอวีซ่าหรือ NZeTA ซึ่งผู้เดินทางต้องชำระเพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและโครงสร้างพื้นฐานท่องเที่ยว

สหรัฐอเมริกา” ไม่มีการเก็บภาษีนักท่องเที่ยว แต่จะมีการจัดเก็บภาษีที่พัก (Hotel Tax/Transient Occupancy Tax) ซึ่งในแต่ละเมืองไม่เหมือนกัน เช่น นิวยอร์ก (สูงสุด 14.75% + 3.50 ดอลลาร์/คืน), ลอสแอนเจลิส (12%), ซานฟรานซิสโก (14%) และฮาวาย (10.25% - 13.25%)

สวิตเซอร์แลนด์” จัดเก็บภาษีนักท่องเที่ยว Tourist Tax แตกต่างกันไปตามจุดหมายปลายทาง โดยมีราคาตั้งแต่ประมาณ 2 ฟรังก์สวิส (1.81 ปอนด์) ถึง 7 ฟรังก์สวิส (6.34 ปอนด์) ต่อคนต่อคืน

ฝรั่งเศส” จัดเก็บภาษีที่พัก Taxe de se’jourตามระดับของที่พัก ซึ่งจะอยู่ตั้งแต่ 0.2 ยูโรต่อคืน สำหรับการพักในแคมป์ ไปจนถึงมากกว่า 15 ยูโรต่อคืน สำหรับการพักในโรงแรมหรูหรา

เยอรมนี” จัดเก็บ Culture Tax และ Bed Tax แตกต่างกันในแต่ละเมือง อาทิ เบอร์ลิน 7.5 % ของราคาที่พัก “สเปน” หลายเมืองในสเปนเพิ่งตัดสินใจขึ้นราคาภาษีนักท่องเที่ยว อัตราภาษีจะอยู่ที่ 1-7 ยูโรต่อคนต่อคืน

อาทิ ในบาร์เซโลนา ค่าธรรมเนียมสูงสุดอยู่ที่ 7.50 ยูโรต่อคนต่อคืน ในขณะที่หมู่เกาะบาเลอริก ค่าธรรมเนียมอยู่ระหว่าง 1 ถึง 4 ยูโรต่อคนต่อคืน

สาธารณรัฐเช็ก” จัดภาษีนักท่องเที่ยว อยู่ที่ประมาณ 50 โครนาเช็ก ต่อคนต่อคืน (ประมาณ 1.71 ปอนด์)

เบลเยียม” ในบรัสเซลส์ ภาษีนักท่องเที่ยวอยู่ที่ประมาณ 4 ยูโรต่อคนต่อคืน และจะถูกบวกเพิ่มเข้าไปในบิลค่าที่พัก แต่จะแตกต่างกันไปในแต่ละเมือง

ออสเตรีย” จัดเก็บภาษีนักท่องเที่ยว แตกต่างกันไปตามจุดหมายปลายทาง เช่น เวียนนา 3.2 ยูโรต่อคนต่อคืน ในซาลซ์บูร์ก อาจสูงถึง 1.75 ยูโรต่อคนต่อคืน โดยจะถูกบวกเพิ่มเข้าไปในบิลค่าที่พัก

เนเธอร์แลนด์” จำนวนภาษีนักท่องเที่ยวแตกต่างกันไปในแต่ละเทศบาล อัมสเตอร์ดัมเป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีภาษีนักท่องเที่ยวแพงที่สุดในยุโรป โดยในปี 2567 อัตราภาษีเพิ่มขึ้นจาก 7 % เป็น 12.5 %ของราคาที่พักนั่นเอง