thansettakij
thansettakij
จัดเก็บภาษีคนไทยเดินทางออกต่างประเทศ 1,000 บาท แค่ศึกษา ‘ศุภจี’ ชี้ต้องพิจารณารอบคอบ

จัดเก็บภาษีคนไทยเดินทางออกต่างประเทศ 1,000 บาท แค่ศึกษา ‘ศุภจี’ ชี้ต้องพิจารณารอบคอบ

28 เม.ย. 69 | 11:56 น.
อัปเดตล่าสุด :28 เม.ย. 69 | 12:09 น.

รมว.ท่องเที่ยวฯ แจงเก็บเงินคนไทยเดินทางต่างประเทศ 1,000 บาท แค่ศึกษา ด้านรองนายกฯ ‘ศุภจี’ ระบุชัดยังไม่เห็นรายละเอียด เล็งหารือ ‘รมว.ท่องเที่ยว’ เก็บภาษีไทยเที่ยวนอก ต้องพิจารณารอบคอบ

วันที่ 28 เมษายน 25969 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงการจัดเก็บ "ค่าธรรมเนียมขาออก" (Exit Fee) 1,000 บาท จากคนไทยเดินทางไปต่างประเทศ หวังโกยรายได้หมื่นล้านบาท มาสนับสนุนโครงการกระตุ้นไทยเที่ยวไทย ว่า ค่าธรรมเนียมดังกล่าว
เป็นพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การเก็บภาษีเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ซึ่งเป็นพระราชกำหนดที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2526 ที่ประเทศไทยเคยดำเนินการจัดเก็บมาแล้วช่วงปี 2540

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เป็นแนวความคิดที่จะศึกษาของกระทรวงการคลัง ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ไม่มีอำนาจจัดเก็บในส่วนนี้ แต่จากการที่กระทรวงการคลังได้เชิญสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมหารือ ก็มีความกังวลว่า จะนำเงินที่ได้จากการจัดเก็บไปทำอะไร และใช้อย่างไร

นายสุรศักดิ์ ระบุว่า หลักการของการจัดเก็บภาษีครั้งนี้อยู่บนความคิดของจัดเก็บผู้ที่เดินทางออกนอกประเทศเพื่อการท่องเที่ยวเท่านั้น ส่วนวีซ่าประเภทอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นทูต วีซ่า Work Permit และวีซ่าต่างๆ จะพิจารณาเป็นบางกลุ่มที่ยกเว้นได้

 

พร้อมย้ำว่า การจัดเก็บดังกล่าวยังไม่ใช่เวลาที่จะมาสรุป เป็นเพียงแนวทางการรับฟังความเห็น ซึ่งตัวเลข 1,000 บาท เป็นตัวเลขที่เคยจัดเก็บในอดีตเท่านั้น จึงนำตัวเลขนี้กลับมาพิจารณา ซึ่งจะนำเงินที่ได้จากการจัดเก็บนำมากระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศไทย

ทั้งนี้ ATTA รวมถึงสมาคมต่างๆได้ทำหนังสือ และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ ทั้งเราเที่ยวด้วยกัน และทัวร์ทั่วไทย ซึ่งตรงกับความคิดของรัฐบาลอยู่แล้ว แต่การจะสนับสนุนในทุกๆเรื่องคงหนีไม่พ้นเรื่องของงบงบประมาณ ซึ่งรัฐบาลต้องกู้เงินเพื่อใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งการกู้เงินหนีไม่พ้นว่าจะเป็นภาระของประชาชน แต่จะทำอย่างไรที่จะทำให้มีเงินเข้ามาช่วยการท่องเที่ยว

พูดง่ายๆ ว่าจัดเก็บคนที่ไปเที่ยวต่างประเทศเพื่อมาช่วยคนไทยที่ไม่ได้มีโอกาสไปเที่ยวต่างประเทศ หรืออยากจะเที่ยวในประเทศไทยอยู่แล้วจะได้รับการสนับสนุนจากตรงนั้น และไม่ใช่การจัดเก็บคนที่จะไปเรียน หรือคนไปทำงาน ซึ่งในพระราชกำหนดมีการระบุไว้ว่า จะจัดเก็บได้สูงสุดไม่เกิน 5,000 บาท 

 

แต่ยืนยันว่ายังเป็นเพียงการศึกษา และยังไม่มีการสรุปว่าจะเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อไหร่ และย้ำว่า มีการคิดเป็นอย่างดีว่าเงินที่ได้จากผู้ที่เดินทางออกไปเที่ยวต่างประเทศจะกลับมาให้คนไทยได้เที่ยวในประเทศ” นายสุรศักดิ์ กล่าว

ส่วนที่บอกว่าแค่ศึกษาจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้เป็นการฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานต่างๆ เพื่อที่จะนำกลับไปพิจารณาหลักการ โดยจะพิจารณาว่า เห็นด้วยหรือไม่กับการจัดเก็บ, ราคาเท่าไหร่ที่เหมาะสม, ระยะเวลาที่จัดเก็บควรจะเป็นช่วงไหน และบุคคลใดบ้างที่ควรจะได้รับการยกเว้น ซึ่งกระทรวงการคลัง และรัฐบาลจะต้องเอาไปรวบรวมข้อมูลเพื่อศึกษาต่อไป

นางศุภจี สุธรรมพันธ์ุ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (ด้านการท่องเที่ยว) ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี ถึงแนวคิดในการจัดเก็บค่าธรรมเนียมคนไทยเดินทางไปต่างประเทศ เสียอัตรา 1,000 บาทต่อครั้ง ว่า ความชัดเจนเรื่องดังกล่าวต้องนำเข้าที่ประชุม ครม. โดยนายสุรศักดิ์จะต้องเสนอเรื่องให้ตนก่อนเข้านำเข้าที่ประชุม

เมื่อถามว่า มองว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ นางศุภจีกล่าวว่า ส่วนตัวยังไม่เห็นรายละเอียด ต้องขอไปพูดคุยรายละเอียดกับนายสุรศักดิ์ก่อน โดยจะต้องดูให้ละเอียดรอบคอบ