
วิกฤตการบินโลก IEA เตือนน้ำมันเครื่องบินในยุโรปเหลือ 6 สัปดาห์ สายการบินยกเลิกบิน
IEA เตือนน้ำมันเครื่องบินในยุโรปเหลือสำรองแค่ 6 สัปดาห์ พิษสงครามอิหร่านปิดอ่าวฮอร์มุซกระทบหนัก สายการบินเริ่มประกาศยกเลิกเที่ยวบินแล้ว ชี้โลกอาจต้องใช้เวลาฟื้นฟูพลังงานนานถึง 2 ปี
IEA เตือนน้ำมันเครื่องบินในยุโรปเหลือสำรองแค่ 6 สัปดาห์
วันนี้(วันที่ 17 เมษายน 2569) ผู้อำนวยการสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ออกโรงเตือนวิกฤตพลังงานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ระบุยุโรปอาจเหลือ "น้ำมันเครื่องบิน" สำรองไว้ใช้ได้อีกเพียง 6 สัปดาห์ และอาจต้องเริ่ม "ยกเลิกเที่ยวบิน" ในเร็วๆ นี้ หากเส้นทางขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังถูกปิดตายจากสงครามอิหร่าน
นายฟาติห์ บีโรล ผู้อำนวยการบริหาร IEA ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว AP ณ กรุงปารีส โดยฉายภาพสถานการณ์ที่น่ากังวลของเศรษฐกิจโลกที่กำลังเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อพุ่งสูงและอุปสงค์พลังงานที่ขาดแคลนอย่างหนัก
น้ำมันเครื่องบินจ่อหมด: บีโรลระบุว่ายุโรปมีน้ำมันสำรองสำหรับอากาศยานเหลือเพียงประมาณ 6 สัปดาห์เท่านั้น หากช่องแคบฮอร์มุซไม่เปิดภายในสิ้นเดือนพฤษภาคม โลกจะได้เห็นข่าวการยกเลิกเที่ยวบินระหว่างเมืองต่อเมืองในวงกว้าง
สายการบินเริ่มประกาศยกเลิกเที่ยวบินแล้ว
- KLM (เนเธอร์แลนด์) ประกาศยกเลิก 160 เที่ยวบินในเดือนหน้า เนื่องจากราคาน้ำมันพุ่งสูงจนไม่คุ้มทุน
- EasyJet (อังกฤษ): ยอมรับว่าต้นทุนพลังงานกระทบงบประมาณอย่างหนัก
- Delta (สหรัฐฯ): กำลังเฝ้าระวังสถานการณ์ในยุโรปอย่างใกล้ชิด แม้จะยังไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงในทันที
บีโรลชี้ว่าประเทศที่จะทุกข์ทรมานที่สุดไม่ใช่ชาติมหาอำนาจ แต่เป็นประเทศกำลังพัฒนาที่ยากจนในเอเชีย แอฟริกา และละตินอเมริกา ซึ่งไม่มีเสียงดังพอในเวทีโลก
ผู้อำนวยการ IEA แสดงความกังวลอย่างรุนแรงต่อระบบ "Toll Booth" หรือการเก็บค่าผ่านทางที่อิหร่านบังคับใช้กับเรือบางลำเพื่อให้ผ่านช่องแคบได้ โดยระบุว่านี่เป็นการสร้างบรรทัดฐานที่อันตราย ซึ่งอาจถูกนำไปเลียนแบบในเส้นทางสำคัญอื่นๆ เช่น ช่องแคบมะละกา ในเอเชีย
"ผมต้องการเห็นน้ำมันไหลจากจุด A ไปจุด B อย่างไม่มีเงื่อนไข หากเรายอมรับระบบค่าผ่านทางที่นี่ มันจะยากมากที่จะหยุดไม่ให้มันเกิดขึ้นที่อื่น" บีโรลกล่าว
หากยุโรปทดแทนอุปทานได้ไม่ถึง 50% อาจเกิดภาวะขาดแคลนจริงในสนามบินบางแห่ง ส่งผลให้ต้องยกเลิกเที่ยวบินและกระทบความต้องการเดินทาง ขณะเดียวกันแม้ทดแทนได้ถึง 75% ความเสี่ยงนี้ก็ยังอาจเกิดขึ้นได้ภายในเดือนสิงหาคม หากสถานการณ์ไม่คลี่คลาย
รายงานของ IEA ระบุว่า ก่อนเกิดวิกฤต ยุโรปพึ่งพาน้ำมันเครื่องบินจากตะวันออกกลางราว 75% ของการนำเข้าทั้งหมด ขณะนี้หลายประเทศเร่งหาซัพพลายใหม่จากสหรัฐฯ และไนจีเรีย ถึงแม้การส่งออกจากสหรัฐฯ จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ยังสามารถชดเชยปริมาณที่หายไปได้เพียงเล็กน้อยเกินครึ่งเท่านั้น
ความเสียหายหนักเกินคาด อาจใช้เวลาฟื้นฟูถึง 2 ปี
แม้สงครามจะยุติลงในวันนี้ แต่ความเสียหายของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในอ่าวเปอร์เซียนั้นรุนแรงกว่าที่คิด
เป้าหมายถูกทำลาย: สินทรัพย์ด้านพลังงานหลักกว่า 80 แห่งได้รับความเสียหาย โดย 1 ใน 3 เสียหาย "รุนแรงมาก"
ระยะเวลาฟื้นฟู: บีโรลคาดการณ์ว่าอาจต้องใช้เวลาค่อยเป็นค่อยไปนานถึง 2 ปี กว่าที่กำลังการผลิตจะกลับไปสู่ระดับก่อนเกิดสงคราม
เรือบรรทุกที่รอคอย: ปัจจุบันมีเรือบรรทุกน้ำมันกว่า 110 ลำ และเรือขนส่งก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) อีก 15 ลำ จอดรออยู่ในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งหากระบายออกมาได้จะช่วยบรรเทาวิกฤตได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น
บีโรลทิ้งท้ายอย่างเศร้าใจว่า เป็นเรื่องที่รับไม่ได้ที่คนถือปืนเพียงไม่กี่ร้อยคนจะสามารถจับเศรษฐกิจโลกเป็นตัวประกันได้ วิกฤตครั้งนี้จะ "เขย่าแผนที่พลังงานโลกใหม่" และบีบให้หลายประเทศต้องหันไปหาพลังงานทางเลือกอื่นรวมถึงพลังงานนิวเคลียร์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้







