
มาแน่! ค่าเหยียบแผ่นดิน 300 บาท ปรับใหม่เก็บเฉพาะต่างชาติบินเข้าไทย เผยหลายชาติก็เก็บ
รัฐบาลวางนโยบายชัดเจน เสนอครม.นัดแรกเดินหน้าจัดเก็บค่าเหยียบแผ่นดิน 300 บาท แต่จะปรับวิธีการจัดเก็บมาเรียกเก็บเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทย ผ่านทางอากาศ เผยการจัดเก็บค่าธรรมเนียมนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ มีหลายชาติที่เรียกเก็บ
KEY
POINTS
- รัฐบาลอนุทิน 2 วางนโยบายชัดเจน โดยจะเสนอในการประชุม ครม. นัดแรก เดินหน้าจัดเก็บค่าเหยียบแผ่นดิน 300 บาท
- ปรับวิธีการจัดเก็บค่าธรรมเนียม เฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทย ผ่านทางอากาศ
- การจัดเก็บค่าธรรมเนียมนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ มีหลายชาติรวมไม่ต่ำกว่า 40 ประเทศที่เรียกเก็บในลักษณะนี้
รัฐบาลวางนโยบายเก็บ 'ค่าเหยียบแผ่นดิน' 300 บาท เฉพาะต่างชาติเข้าไทยทางอากาศ
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า การจัดเก็บค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวภายในประเทศ จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ หรือ ค่าเหยียบแผ่นดิน (Travel Fee) เรื่องนี้ถูกวางไว้ให้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายรัฐบาลที่จะเริ่มดำเนินการทันทีหลังจากมีการประชุม ครม. นัดแรก ซึ่งจะมีการปรับใหม่ให้จัดค่าเก็บค่าธรรมเนียมเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยผ่านทางอากาศเท่านั้น ในอัตรา 300 บาทต่อคน
แต่จะไม่มีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมสำหรับนักเดินทางที่เข้าไทยผ่านด่านทางบก เนื่องจากนักท่องเที่ยวที่เดินทางทางบก มักเป็นการเดินทางระยะสั้นแบบเช้าไปเย็นกลับ ซึ่งไม่ควรถูกเรียกเก็บ ประกอบกับสถิตินักท่องเที่ยวทางอากาศในปัจจุบันมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา นายพิพัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย
อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้แนวคิดจากเดิมมีการหารือว่าการจัดเก็บอัตราการเดินทางทางอากาศจะจัดเก็บอยู่ที่ 300 บาทต่อคนต่อครั้ง แต่อัตราค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวฯ การเดินทางทางบกและทางน้ำ ปรับเพิ่มจาก 150 บาทต่อคนต่อครั้ง) แต่สามารถเดินทางเข้าไทยได้หลายครั้ง (Multiple Entry) ต่อระยะ 30-60 วัน
ในปี 2566 หลังโควิด มีการคาดการณ์ว่าจากนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 13 ล้านคนที่เดินทางเข้าไทยทางอากาศ ทำให้มีรายได้จากค่าธรรมเนียมราว 3,900 ล้านบาท (จากเงินที่เก็บมา 300 บาทต่อคน) จะนำมาซื้อประกันภัยให้กับนักท่องเที่ยว 50 บาท ส่วนที่เหลือคาดว่าประมาณ 3,250 ล้านบาทจะนำเข้ากองทุนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย
เปิดที่มาทำไมไทยต้องจัดเก็บค่าเหยียบแผ่นดิน
ที่มาของการเรียกเก็บค่าเหยียบแผ่นดิน มาจากกรณีเกิดเหตุระเบิดศาลพระพรหมเอราวัณเมื่อปี 2558 ซึ่งมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้รับบาดเจ็บด้วย ขณะที่สำนักงบประมาณได้จัดสรรงบประมาณมาให้สำหรับการเยียวยาชาวต่างชาติในส่วนนั้น ต่อมาเกิดเหตุการณ์เรือล่มที่ จ.ภูเก็ต ซึ่งกระทรวงท่องเที่ยว ได้รับงบประมาณจากส่วนกลางไปเพื่อทำการสนับสนุน
แต่เมื่อปี 2562 สำนักงบประมาณได้แจ้งมาทางกระทรวงฯ ว่า จะไม่จัดงบประมาณสำหรับการเยียวยานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมาให้ทางกระทรวงฯแล้ว ทำให้ทางกระทรวงฯ ต้องหาวิธีจัดเก็บเงินจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมาเป็นกองทุนเพื่อการเยียวยานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในไทย จึงมีการนำเสนอเรื่องการเรียกเก็บค่าเหยียบแผ่นดินให้รัฐบาลพิจารณา ตั้งแต่เมื่อปี 2562 หลังมีการหารือกันมาตั้งแต่ปี 2558 แล้ว แต่ที่ผ่านมาก็ยังไม่ได้เรียกเก็บ
“หลายคนอาจไม่ทราบว่าตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา กระทรวงสาธารณสุขต้องใช้งบประมาณปีละประมาณ 300 กว่าล้านบาทไปชำระค่ารักษาพยาบาลให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ แต่ถ้ามีเงินกองทุนในส่วนนี้ให้ไปซื้อประกันแก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ จะทำให้ไม่ต้องไปรบกวนเงินภาษีที่เก็บจากประชาชนคนไทย”
ไม่ต่ำกว่า 40 ประเทศ เรียกเก็บค่าธรรมเนียมเข้าประเทศ จากนักท่องเที่ยว
สำหรับรูปแบบการจัดเก็บค่าธรรมเนียมจากนักท่องเที่ยวของประเทศต่างๆปัจจุบันมีการจัดเก็บอยู่แล้วกว่า 40 ประเทศ อาทิ “ญี่ปุ่น” ปรับขึ้นภาษีซาโยนาระ (Sayonara Tax) หรือภาษีขาออก จากเดิม 1,000 เยน เป็น 3,000 เยนต่อคน โดยจะมีผลตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อนำรายได้มาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและจัดการปัญหานักท่องเที่ยวล้นเมือง (Overtourism) ซึ่งจะเรียกเก็บผ่านตั๋วเครื่องบินทั้งชาวต่างชาติและชาวญี่ปุ่นที่เดินทางออกนอกประเทศ
รัฐบาล“ภูฏาน” จัดเก็บค่าธรรมเนียมการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Fee : SDF) ให้แก่รัฐบาลในอัตรา 200 ดอลลาร์สหรัฐต่อคืน (6,560 บาทต่อคืน) แต่ล่าสุดได้ลดค่าธรรมเนียม SDF เหลือ 100 ดอลลาร์สหรัฐ (3,280 บาทต่อคืน) จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2570 ซึ่งนักท่องเที่ยวจะต้องจ่ายค่าใช้จ่ายในการเดินทางแยกต่างหาก เช่น ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเข้าชม และค่าใช้จ่ายอื่นๆ
“มาเลเซีย” จัดเก็บภาษีการท่องเที่ยว Tourism Tax (TTx) ในอัตรา 10 ริงกิต (RM10 ต่อห้องต่อคืน) โดยเรียกเก็บจากนักท่องเที่ยวที่เข้าพักในสถานที่พักในมาเลเซีย “อินโดนีเซีย(บาหลี)” จัดเก็บค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยว (Tourism Tax) 150,000 รูเปียห์ต่อคน (15 ดอลลาร์สหรัฐต่อคน)
“นิวซีแลนด์” ปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยว (International Visitor Conservation and Tourism Levy - IVL) จากเดิม 35 ดอลลาร์ เป็น 100 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ (NZD) ต่อคน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา โดยภาษีนี้จะถูกเรียกเก็บพร้อมกับการขอวีซ่าหรือ NZeTA ซึ่งผู้เดินทางต้องชำระเพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและโครงสร้างพื้นฐานท่องเที่ยว
“สหรัฐอเมริกา” จัดเก็บ Occupancy Tax 16.25% ของค่าโรงแรมและที่พักแตกต่างกันตามรัฐ “ฝรั่งเศส” (ปารีส) เก็บ 0.20-15 ยูโร หรือ 8-600 บาท ต่อคืน ขึ้นอยู่กับระดับดาวของที่พัก และ “เยอรมนี” เก็บ 5 ยูโร หรือราว 188 บาท ต่อวัน







