
พิพัฒน์ ยันรัฐบาลใหม่เก็บ 'ค่าเหยียบแผ่นดิน' จีบเศรษฐี UAE ลงทุน 'Disneyland' ในไทย
พิพัฒน์ ยันรัฐบาลใหม่เดินหน้าเก็บค่าเหยียบแผ่นดิน 300 บาท พร้อมจีบเศรษฐีสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ หรือ UAE ปักหมุดอีอีซี ลงทุน Disneyland ในไทย เดินหน้าพัฒนาศูนย์กีฬา รวมมูลค่าการลงทุนกว่า 3 แสนล้านบาท ทั้งจ่อดึงโครงการทางด่วน ตั้งไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ แยกกระทรวงท่องเที่ยวออกจากกีฬา ไปรวมกับกระทรวงวัฒนธรรม ตั้งเป้าแล้วเสร็จใน 6 เดือนหลังตั้งรัฐบาล
KEY
POINTS
- พิพัฒน์ รัชกิจประการ ยันรัฐบาลใหม่เดินหน้าเก็บค่าเหยียบแผ่นดิน 300 บาท
- จีบเศรษฐีสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ หรือ UAE ปักหมุดอีอีซี ลงทุน Disneyland ในไทย
- แยกกระทรวงท่องเที่ยวออกจากกีฬา แล้วเสร็จใน 6 เดือนหลังตั้งรัฐบาล
วันนี้ (วันที่ 27 มีนาคม 2569) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า หลังจากทูลเกล้าครม.ชุดใหม่แล้วเสร็จ รัฐบาลก็พร้อมจะแถลงนโยบาย ซึ่งเป็นการรวมนโยบายทั้งภูมิใจไทย และพรรคเพื่อไทยไว้แล้ว โดยในส่วนนโยบายหลักที่จะผลักดันมีหลายเรื่องที่จะดำเนินการทันที มีหลายเรื่อง อาทิ การตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย “ไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์” เพื่อระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ โดยจะนำโครงการที่รัฐลงทุน และเก็บเงินได้เข้าไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ อาทิ โครงการทางด่วน
ฟันธงชงครม.นัดแรก จัดเก็บค่าเหยียบแผ่นดิน ต่างชาติเข้าไทย
นอกจากนี้ยังมีนโยบายเรื่องของการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวภายในประเทศ จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ หรือ ค่าเหยียบแผ่นดิน (Travel Fee) เรื่องนี้ถูกวางไว้ให้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายรัฐบาลที่จะเริ่มดำเนินการทันทีหลังจากมีการประชุม ครม. นัดแรก ซึ่งจะมีการปรับใหม่ให้จัดค่าเก็บค่าธรรมเนียมเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยผ่านทางอากาศเท่านั้น ในอัตรา 300 บาทต่อคน แต่จะไม่มีการจัดเก็บค่าธรรมเนียม
สำหรับนักเดินทางที่เข้าไทยผ่านด่านทางบก เนื่องจากนักท่องเที่ยวที่เดินทางทางบก มักเป็นการเดินทางระยะสั้นแบบเช้าไปเย็นกลับ ซึ่งไม่ควรถูกเรียกเก็บ ประกอบกับสถิตินักท่องเที่ยวทางอากาศในปัจจุบันมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา
เดินหน้าผลักดัน Disneyland ในไทย-สปอร์ตคอมเพล็กซ์ 3 แสนล้าน
ขณะเดียวกันผมจะยังคงเดินหน้าผลักดันให้เกิดการลงทุน ดิสนีย์แลนด์ (Disneyland) และ ศูนย์กีฬา สปอร์ตคอมเพล็กซ์ (Sports Complex) เป็นส่วนหนึ่งของโครงการเมกะโปรเจกต์ขนาดใหญ่ในพื้นที่เมืองใหม่อีอีซี หรือ "EEC City" ซึ่งอยู่ห่างจากสนามบินอู่ตะเภาประมาณ 15 กิโลเมตร พื้นที่เมืองใหม่อีอีซี จะมีพื้นที่รวมประมาณ 15,000 ไร่
จากการศึกษาเบื้องต้นการลงทุนสวนสนุก Disneyland จะอยู่ที่ ประมาณ 3,000 ไร่ (ตั้งเป้าสเกลเท่ากับเซี่ยงไฮ้ดิสนีย์แลนด์) และต้องการให้เป็น ดิสนีย์แลนด์ ในไทย แห่งแรกในอาเซียน ส่วนสปอร์ตคอมเพล็กซ์ 2,000 ไร่
ทั้งนี้การลงทุน ดิสนีย์แลนด์ (Disneyland) และ ศูนย์กีฬา สปอร์ตคอมเพล็กซ์ คาดการณ์เบื้องต้น แต่ยังไม่ได้ผ่านการศึกษาอย่างเป็นทางการคาดว่าจะใช้งบอยู่ที่ 300,000 ล้านบาท โดยเป็นการลงทุนสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ประมาณ 100,000 - 200,000 ล้านบาท
จีบเศรษฐี UAE ลงทุน Disneyland ในไทย ปักหมุดเมืองใหม่ อีอีซี
ความคืบหน้าล่าสุดในขณะนี้ทางดิสนีย์แลนด์เพิ่งจะเปลี่ยนประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ ผมจึงได้มีหนังสือไปแสดงความยินดี พร้อมนำเสนอว่าประเทศไทยมีแผนจะผลักดัน Disneyland ในพื้นที่อีอีซี และขณะนี้ผมก็ได้เชิญชวนกลุ่มทุนจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) โดยเฉพาะจาก อะบูดาบี ให้เข้ามาลงทุนในโครงการสวนสนุกและเมืองใหม่นี้
"เรื่องการลงทุนไม่วิตกเลย เพราะเชื่อว่าเศรษฐีตะวันออกกลาง ก็มองโอกาสในการขยายการลงทุนออกนอกตะวันออกกลาง โดยเฉพาะหลังเกิดสงครามตะวันออกกลาง เหลือเพียงรอการตัดสินใจของดิสนีย์แลนด์เท่านั้นว่าจะมาไทยหรือไม่ เราคาดหวังว่าจะมีความชัดเจนว่าดิสนีย์แลนด์จะตัดสินใจเข้ามาลงทุนหรือไม่ ภายในสิ้นปีนี้ โดยตั้งเป้าให้โครงการก่อสร้างแล้วเสร็จภายใน 4 ปี”
อีกทั้งหลังจากที่ผมเสนอมุมมองที่จะผลักดันให้เกิดดิสนีย์แลนด์ ในอีอีซี ก็ได้รับการติดต่อจากสวนสนุกระดับโลกจากค่ายอื่นๆที่แสดงความสนใจติดต่อเข้ามาหารือด้วยเช่นกัน
นายพิพัฒน์ ยังกล่าวต่อว่า สำหรับการพัฒนา สปอร์ตคอมเพล็กซ์ ไฮไลท์ คือ แผนการสร้างสนามฟุตบอลที่เน้นความ "ทันสมัยที่สุดในโลก" โดยจะมีลักษณะเป็น โดมปิดและติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ทั้งสนามเพื่อให้สามารถใช้งานได้ในทุกสภาวะอากาศ รองรับทั้งการจัดแข่งฟุตบอลและคอนเสิร์ต รองรับได้ 8 หมื่นที่นั่ง องค์ประกอบอื่น ๆ ภายในศูนย์กีฬาจะมี สนามอินดอร์ (Indoor Stadium) ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนเป็นห้องประชุมขนาด 5,000 คนได้ รวมถึงมีศูนย์กีฬาทางน้ำที่ครบวงจร
ทั้งนี้การผลักดันทั้ง 2 โครงการในพื้นที่เมืองใหม่อีอีซี เป็นเรื่องสำคัญในการสร้างแม็กเน็ต เพื่อดึงคนเข้าไปในพื้นที่อีอีซี ซึ่งจะช่วยดึงคนให้ไปใช้บริการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน และสนามบินอู่ตะเภา โดยผมยืนยันว่า โครงการพัฒนารถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน จะไม่มีการแก้ไขสัญญาใดๆ รวมถึงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกก็ต้องลงทุนตามแผนที่วางไว้ ในการพัฒนาการรองรับผู้โดยสารสูงสุดที่ 60 ล้านคน
แยกกระทรวงท่องเที่ยวออกจากกีฬา แล้วเสร็จใน 6 เดือน หลังตั้งรัฐบาล
นอกจากนี้รัฐบาล ยังมีนโยบายที่จะแยกกระทรวงการท่องเที่ยวออกจากกีฬา โดยตั้งเป้าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน หลังจากการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งจะรวมกระทรวงวัฒนธรรมเข้ากับกระทรวงการท่องเที่ยว เป็น"กระทรวงท่องเที่ยวและวัฒนธรรม" หรือ "Culture and Tourism" และแยกกีฬา ออกมาเป็นกระทรวงกีฬา เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกัน






