thansettakij
เปิดเสียงสะท้อนจากโซเชียล ‘ดิสนีย์แลนด์’ ในไทย ไปต่อ หรือ พอแค่คิด

เปิดเสียงสะท้อนจากโซเชียล ‘ดิสนีย์แลนด์’ ในไทย ไปต่อ หรือ พอแค่คิด

05 ก.พ. 2569 | 10:35 น.
อัปเดตล่าสุด :05 ก.พ. 2569 | 10:41 น.

ถอดรหัสโลกโซเชียลเสียงแตก กับแนวคิดตั้ง “ดิสนีย์แลนด์” สวนสนุกธีมพาร์กระดับโลกในไทย เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย

KEY

POINTS

  • ชาวโซเชียลแสดงความกังวลต่อโครงการดิสนีย์แลนด์ในไทย 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ ความต่อเนื่องของนโยบายรัฐ, สภาพอากาศที่ร้อนจัด และราคาบัตรเข้าชมที่อาจสูงเกินไปสำหรับคนไทย
  • แม้จะมีความกังวล แต่ผลสำรวจพบว่าผู้ใช้งานโซเชียลส่วนใหญ่ (75.7%) สนับสนุนให้โครงการเกิดขึ้นจริง เพราะมองเห็นโอกาสในการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว
  • มีข้อเสนอแนะให้นำเอกลักษณ์ความเป็นไทยมาผสมผสานในสวนสนุก เช่น การสร้างโซนตลาดน้ำ หรือการนำตัวละครที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาเป็นจุดขาย
  • นอกเหนือจากพื้นที่ EEC ที่เป็นเป้าหมายของรัฐบาล ชาวเน็ตยังเสนอทำเลที่มีศักยภาพในภูมิภาคอื่น ๆ โดยเฉพาะภาคตะวันออก ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งถูกพูดถึงมากที่สุด

การประกาศดึงโครงการระดับโลกอย่าง “ดิสนีย์แลนด์” (Disneyland) หรือสวนสนุกธีมพาร์กระดับโลก เข้ามาลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไทย ได้รับความสนใจอย่างมากบนโลกออนไลน์

ล่าสุดบริษัท ดาต้าเซ็ต จำกัด จึงได้รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจากสื่อสังคมออนไลน์ผ่านเครื่องมือ dxt:360 (Social Listening) ระหว่างวันที่ 22 ธันวาคม 2568 – 20 มกราคม 2569 จากแหล่งข้อมูล Facebook, Instagram, X และ Pantip เพื่อถอดรหัสความคิดเห็นของสังคมต่อแนวคิด “Disneyland ประเทศไทย” ทั้งในมิติของความคาดหวัง โอกาส และความกังวลที่ถูกพูดถึงในสังคมออนไลน์

4 ประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดบนโลกโซเชียล

ประเด็นที่ถูกกล่าวถึง (Mention) มากที่สุด ไม่ใช่แค่เรื่องความสนุกหรือความตื่นเต้นกับการมาถึงของ “ดิสนีย์แลนด์” ประเทศไทย แต่เป็น “ความเป็นไปได้” และ “อุปสรรค” ของโครงการ โดยพบว่า ประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดบนโลกโซเชียล 4 ประเด็นหลัก คือ

1. ความเชื่อมั่นด้านนโยบายและโครงสร้างพื้นฐาน (39.4%)

กลายเป็นประเด็นที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุด คือ “ความกังวลเรื่องความต่อเนื่องของนโยบายรัฐและความชัดเจนทางการเมือง” โดยชาวโซเชียลบางส่วนตั้งข้อสังเกตว่า โครงการอาจถูกมองเป็นเพียงการขายฝันในช่วงใกล้การเลือกตั้ง พร้อมยกตัวอย่างเมกะโปรเจกต์อื่น ๆ ที่ยังล่าช้า เช่น โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน รวมถึงความกังวลด้านความโปร่งใสและการทุจริตที่อาจกระทบความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ

2.สภาพอากาศ (28.6%)

ประเด็นที่ถูกกล่าวถึงรองลงมาคือ “สภาพอากาศร้อนของประเทศไทย” เป็นอีกหนึ่งข้อกังวลสำคัญ โดยเสียงส่วนหนึ่งมีคำถามว่า นักท่องเที่ยวจะสามารถต่อคิวเครื่องเล่นท่ามกลางแดดร้อนไหวหรือไม่ ส่งผลให้เกิดข้อเสนอเกี่ยวกับการออกแบบสวนสนุกในรูปแบบระบบปิด (Indoor) หรือโดมติดแอร์ เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศเมืองไทย

เปิดเสียงสะท้อนจากโซเชียล ‘ดิสนีย์แลนด์’ ในไทย ไปต่อ หรือ พอแค่คิด

3.ค่าครองชีพ vs ราคาบัตรเข้าชม (23.8%)

ประเด็นด้าน “เศรษฐกิจและกำลังซื้อในประเทศ” เป็นที่กล่าวถึงอย่างเข้มข้นไม่แพ้กัน เมื่อมีการประเมินจากบทสนทนาในสังคมออนไลน์ว่า ราคาบัตรเข้าชมอาจอยู่ในช่วง 2,000-3,000 บาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่ชาวโซเชียลหยิบยกขึ้นมาพูดถึงและตั้งคำถามถึงความเหมาะสมเมื่อเทียบกับค่าแรงขั้นต่ำและรายได้เฉลี่ยของคนไทย ทำให้เกิดข้อสังเกตว่า กำลังซื้อภายในประเทศเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากไม่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติหรือออกแบบโครงสร้างราคาที่เหมาะสมได้

เปิดเสียงสะท้อนจากโซเชียล ‘ดิสนีย์แลนด์’ ในไทย ไปต่อ หรือ พอแค่คิด

4.เอกลักษณ์ความเป็นไทย (8.2%)

อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจ คือ การเสนอให้นำ "เอกลักษณ์ความเป็นไทย" มาใช้เป็นจุดขาย โดยมีการพูดถึงไอเดียการนำธีมจากภาพยนตร์ "Raya and the Last Dragon" มาเป็นตัวชูโรงในฐานะเจ้าหญิงดิสนีย์แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงการเสนอไอเดียให้มิกกี้เมาส์นุ่งโจงกระเบน มินนี่เมาส์ห่มสไบ หรือการเนรมิตโซนตลาดน้ำดิสนีย์ (Floating Market) ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าแฟนคลับชาวไทยต้องการเห็น "Disney in Thai Style" ที่ผสมผสานวัฒนธรรมไทยสู่สายตาชาวโลกได้อย่างลงตัว

เสียงแตก? เห็นด้วย / ไม่เห็นด้วย

การสนทนาบนโซเชียล ยังพบว่า แม้จะมีข้อกังวลหลากหลาย แต่เสียงส่วนใหญ่ยังคงสนับสนุนให้โครงการนี้เกิดขึ้นได้จริง โดยมองว่าอุปสรรคต่าง ๆ เป็นโจทย์ที่ต้องแก้ มากกว่าจะเป็นเหตุผลให้ล้มเลิกโครงการ

เห็นด้วย (75.7%)

กลุ่มนี้มองว่า Disneyland จะช่วยดึงเม็ดเงินเข้าประเทศ สร้างงาน และยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย พร้อมเชื่อมั่นในศักยภาพของไทยในการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ไม่เห็นด้วย (24.3%)

กลุ่มนี้ให้เหตุผลหลักเรื่องความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ และมองว่าควรพัฒนาสวนสนุกหรือแหล่งท่องเที่ยวที่มีอยู่เดิม รวมถึงเสนอให้สร้างแลนด์มาร์กที่สะท้อนวัฒนธรรมไทยอย่างแท้จริงมากกว่า

เปิดเสียงสะท้อนจากโซเชียล ‘ดิสนีย์แลนด์’ ในไทย ไปต่อ หรือ พอแค่คิด

เสียงสะท้อนครั้งนี้ไม่ใช่ความขัดแย้ง แต่สะท้อนความต้องการของผู้คนในสังคมออนไลน์ส่วนหนึ่งที่อยากเห็นโครงการเกิดขึ้นจริง ภายใต้เงื่อนไขสำคัญทั้งด้านการจัดการสภาพอากาศ ระบบการเดินทาง และโครงสร้างราคาที่เข้าถึงได้ ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญสำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาโครงการในอนาคต

ตามแผนแม่บทของภาครัฐจะมุ่งเป้าไปที่พื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC (Eastern Economic Corridor) แต่เสียงจากโซเชียลสะท้อนว่ามีการพูดถึงทำเลศักยภาพกระจายไปยัง 6 โซนทั่วประเทศ

โดยทำเลที่ถูกกล่าวถึง (Mention) มากที่สุดได้แก่

1.ภาคตะวันออก (31.5%): EEC ครอบคลุม 3 จังหวัด ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา โดดเด่นในเรื่องความพร้อมหลายด้าน ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐาน การคมนาคม และความใกล้กรุงเทพฯ สะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวที่พักในเมืองหลวง สามารถจัดโปรแกรมเที่ยวแบบวันเดียวกลับ (One-day trip) ได้สะดวก

2.ภาคเหนือ (21.8%): เชียงใหม่/เชียงราย เป็นตัวเลือกที่ชนะใจชาวโซเชียลด้านสภาพอากาศ โดยเฉพาะหาก Disneyland ไปตั้งที่เชียงใหม่ หรือบนดอย รวมถึงบรรยากาศที่มี Vibe ใกล้เคียงกับ Disneyland ปารีส และ โตเกียว 

3.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (19.2%): เขาใหญ่/นครราชสีมา เป็นโลเคชันที่ถูกมองว่าเหมาะกับสวนสนุกกลางแจ้งเพราะมีอากาศเย็นสบาย และปลอดภัยจากภัยธรรมชาติ เพราะเขาใหญ่เป็นพื้นที่สูง ไม่มีความเสี่ยงเรื่องน้ำท่วม

นอกจากนี้ จังหวัดขอนแก่น ก็ติดหนึ่งในทำเลที่ถูกใจชาวโซเชียล ด้วยแนวคิดว่าเป็นจังหวัดใหญ่มีสนามบินนานาชาติ มีมหาวิทยาลัย และเป็นศูนย์กลางคมนาคมที่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวจาก สปป.ลาว และจีน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทันทีที่โครงการรถไฟความเร็วสูงดำเนินการแล้วเสร็จ

4.ภาคกลาง (14.5%): กรุงเทพฯ และปริมณฑล ชูจุดเด่นเรื่องความสะดวกในการเดินทางและความถี่ในการท่องเที่ยว โดยกลุ่มที่พูดถึงทำเลนี้มองข้ามเรื่องวิวทิวทัศน์ แต่ให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายเป็นปัจจัยสำคัญ

5. ภาคใต้ (8.4%): ภูเก็ต/กระบี่ ถูกพูดถึงในมุมศักยภาพของตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติระดับพรีเมียม (Luxury Market) ที่มีกำลังซื้อสูง

6. ภาคตะวันตก (4.6%): ประจวบคีรีขันธ์/เพชรบุรี การกล่าวถึงของโซนนี้สะท้อนแนวคิดการกระจายความเจริญและการใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานใหม่ ๆ อย่างคุ้มค่า เช่น สามารถเดินทางด้วยมอเตอร์เวย์สายใต้ (M81) ที่ช่วยย่นระยะเวลาการเดินทางมหาศาล และ สนามบินหัวหิน ซึ่งพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติได้ไม่แพ้ทำเลฝั่งตะวันออก

บนโลกออนไลน์ กระแส “ดิสนีย์แลนด์”  ยังสะท้อนความคาดหวังของสังคมที่ต้องการเห็นโครงการขนาดใหญ่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้เงื่อนไขด้านความชัดเจนของนโยบายภาครัฐ การออกแบบที่เหมาะสมกับบริบทของไทย และการบริหารจัดการอย่างยั่งยืน คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่าโครงการจะเกิดขึ้นหรือไม่ แต่คือ ไทยเราพร้อมแค่ไหนในการบริหารจัดการโปรเจกต์ระดับโลกให้ตอบโจทย์เศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว