
ท่องเที่ยวชงรัฐบาลอัดหมื่นล้าน ดัน บัสล้านคันเที่ยวทั่วไทย โคเพย์ เที่ยวข้ามจังหวัด
วิกฤตน้ำมันกระทบความเชื่อมั่นท่องเที่ยวในช่วงสงกรานต์ 2569 FETTA ตัวแทน 7 บิ๊ก สมาคมท่องเที่ยว หารือททท.เสนอรัฐบาลอัดฉีดงบ 1.4 หมื่นล้านกระตุ้นตลาด ร้องจัดสรรโควต้าน้ำมันสำหรับภาคการท่องเที่ยว ดันโครงการ บัสล้านคันเที่ยวทั่วไทย ออกมาตรการโคเพย์ 1 ล้านสิทธิ์ จูงใจเดินทางข้ามจังหวัด
วันนี้(วันที่ 20 มีนาคม 2569) นายธนพล ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า ช่วงบ่ายของวันนี้ทาง“สมาพันธ์สมาคมท่องเที่ยวไทย” หรือ เฟตต้า (FETTA) ซึ่งประกอบด้วย 7 สมาคมท่องเที่ยวรายใหญ่ของประเทศไทย จะมีการหารือกับทางผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ถึงข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อการรักษาสถียรภาพจากภาวะวิกฤติน้ำมันของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยและบริการไทย ปี 2569
ทั้งนี้ตามที่สมาคมในภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการได้หารือร่วมกับภาคเอกชนผู้ประกอบ การในอุตสาหกรรม รวมถึงนักวิชาการด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ เพื่อประเมินสถานการณ์และผล กระทบที่เกิดขึ้นจากปัญหาสงครามตะวันออกกลาง ปัจจุบันพบว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายสำคัญจากข้อจำกัดด้านพลังงาน ต้นทุนการเดินทางที่เพิ่มสูงขึ้น และความเปราะบางของความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว
ทั้งมีแนวโน้มส่งผลต่อการตัดสินใจต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยวในประเทศและต่างประเทศที่เริ่มมีการประกาศเตือนนักท่องเที่ยวให้เลื่อนการเดินทาง เช่นตลาดมาเลเซีย ดังข่าวที่ประจักษ์โดยทั่วไป และอาจเกิดขึ้นต่อเนื่องในตลาดอื่น ๆ
หากไม่มีมาตรการออกมาแก้ไขอย่างเร่งด่วน จะส่งผลกระทบทั้งต่อการดำเนินงานของผู้ประกอบการและภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศที่มีอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวรวม 2.7 ล้านล้านบาท เป็นสัดส่วนราว 13% ของจีดีพีของประเทศ และอัตราการจ้างงานราว 4 ล้านคนซึ่งเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจหลักของประเทศ เพื่อให้ผู้ว่าททท.ฯ นำเรียนเสนอรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน
ไม่มีน้ำมันให้เติม กระทบเที่ยวสงกรานต์ 2569
การขาดแคลนน้ำมันไม่ใช่แค่เรื่องพลังงาน แต่คือ “วิกฤตความเชื่อมั่น” โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์ที่คนไทยเดินทางด้วยรถยนต์เป็นหลัก หากไม่มั่นใจว่าจะมีน้ำมันเพียงพอ คนจะตัดสินใจไม่เดินทางทันที กระทบท่องเที่ยวทั้งระบบ ยิ่งหากข่าวนี้แพร่ไปต่างประเทศ จะยิ่งทำให้นักท่องเที่ยวไม่กล้าเดินทางมาไทย ในภาวะนี้ “ไม่มีน้ำมันให้เติม” สำคัญกว่า“การคุมราคา” เพราะไม่มีอะไรแย่ไปกว่าสถานการณ์ที่รถโดยสารเต็มคัน แต่ไม่สามารถเติมน้ำมันกลางทางและไปต่อไม่ได้
ดังนั้น รัฐบาลควรเร่งแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำมันในปั๊มอย่างเร่งด่วนที่สุด เพื่อฟื้นความมั่นใจของประชาชนและนักท่องเที่ยว ก่อนที่ผลกระทบจะลุกลามเป็นวงกว้าง
FETTA ชง 7 มาตรการ ชงรัฐบาลอัดฉีดงบ 1.4 หมื่นล้านบาท กู้ท่องเที่ยว
จากการหารือดังกล่าวภาคเอกชนได้มีข้อเสนอแนวทางการแก้ไขเชิงนโยบายแบบบูรณาการโดยมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาเชิงระบบ ทั้งด้าน Supply, Cost และ Demand ควบคู่กับการสร้างความเชื่อมั่นในระยะสั้นและการเสริมความยั่งยืนในระยะยาว โดยมีมาตรการสำคัญ ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาล ราว 14,000 ล้านบาท ดังนี้
1 การบริหารจัดการพลังงานจัดสรรโควต้าน้ำมันสำหรับภาคการท่องเที่ยว จัดตั้งช่องทางเติมน้ำมันเฉพาะ และควบคุมต้นทุนการกลั่นในช่วงวิกฤต
2. การลดต้นทุนการเดินทางทางอากาศ : สนับสนุนเที่ยวบินเช่าเหมาลำ และลดค่าธรรมเนียมสนามบินงบประมาณ 1,000 ล้านบาท สามไตรมาสๆละ 1,000 เที่ยวบิน เที่ยวบินละ 350,000 บาท
3. การกระตุ้นตลาดในประเทศ : มาตรการร่วมจ่าย และแรงจูงใจด้านการเดินทางส่งเสริมเที่ยวข้ามจังหวัด หนึ่งล้านสิทธิ์ งบประมาณ 3,000 ล้านบาท โดยมีเงื่อนไขให้เกิดการกระจายของของนักท่องเที่ยว คือ 2 วัน 1 คืน 1 จังหวัด 1,000 บาท 3 วัน 2 คืน 2 จังหวัด 2,000 บาท 4 วัน 3คืน 3 จังหวัด 3,000 บาท ส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบหมู่คณะทั้งตลาดในประเทศและอินบาวด์เพื่อการประหยัดพลังงานและกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ
รวมถึงกิจการขนส่งสาธารณะเสนอให้จัดทำโครงการ“บัสล้านคันเที่ยวทั่วไทย” โดยออกแบบเส้นทางเส้นทางเที่ยวข้ามภาค ลงพื้นที่ชุมชน เป็นหมู่คณะ 20 คน ขึ้นไป 3 วัน 2 คืน สนับสนุนคันละ 10,000 บาท สิทธิ์ 1,000,000 คน งบประมาณ 10,000 ล้านบาท ตามมติ ครม.10 มีนาคม 2569 รัฐบาลให้หน่วยงานของรัฐ และรัฐวิสาหกิจ จัดประชุม สัมมนา ดูงาน ในประเทศ ขอให้ ใช้บริการ บริษัททัวร์ และใช้รถบัส ผ่านสมาคมต่างๆ
4. จัดตั้งระบบติดตาม เฝ้าระวัง และจัดทำการส่งเสริมตลาดต่างประเทศ : กลยุทธ์ Two-way Marketing และ Roadshow ในตลาดหลัก
5. การสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย : บริหารจัดการ Overstay และระบบคัดกรองนักท่องเที่ยวนักท่องเที่ยวที่เข้มข้นเพื่อเฝ้าระวังบุคคลไม่พึงประสงค์
6. การพัฒนาบุคลากรภาคการท่องเที่ยว : ยกระดับทักษะภาษาและดิจิทัล
7.ออกมาตรการควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ที่มีผลต่อการดำรงชีพขั้นพื้นฐานเพราะมีผลกระทบต่อต้นทุนต่อการดำเนินธุรกิจภาคการท่องเที่ยวโดยตรง
ทั้งนี้เพื่อให้การดำเนินมาตรการมีประสิทธิภาพ เสนอให้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการร่วม ภาครัฐ ภาคเอกชน และวิชาการ เพื่อบูรณาการข้อมูลและติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์
ภาคเอกชนท่องเที่ยว ได้แก่ สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) สมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) สมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (ทีทีเอเอ) สมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย สมาพันธ์ท่องเที่ยวชลบุรี สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ และสมาคมมัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทย หวังว่าจะได้รับความร่วมมือในการขับเคลื่อน มาตรการดังกล่าว เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของ อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในภาวะวิกฤตพลังงานและวิกฤตสงครามต่อไป






