
น้ำมันแพงพ่นพิษเที่ยวไทย ททท.ชูแคมเปญใหม่ ดึงกลุ่มรายได้สูงเที่ยวเยียวยาจิตใจ-เศรษฐกิจ
น้ำมันแพงพ่นพิษเที่ยวไทย นักท่องเที่ยวต่างชาติหด ททท.รุกโปรโมทท่องเที่ยวผ่านแคมเปญใหม่ "Healing is the New Luxury” ดึงกลุ่มรายได้สูงเที่ยวเยียวยาจิตใจ เยียวยาเศรษฐกิจ สู้ศึกพลังงานแพง วิกฤตตะวันออกกลาง
วันนี้(วันที่ 20 มีนาคม 2569) จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อต้นทุนพลังงานและการเดินทางท่องเที่ยวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เร่งปรับกลยุทธ์ชูแคมเปญ “Healing is the New Luxury” ดึงกลุ่มรายได้สูงเที่ยวไทยระยะใกล้เพื่อเยียวยาจิตใจและเศรษฐกิจ พร้อมเตรียมเปิด “วอร์รูม” ถกเอกชนรับมือวิกฤตในวันที่ 20 มีนาคมนี้
วิกฤตพลังงานกระทบวงจรการเดินทางท่องเที่ยว
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานทั่วโลกปรับสูงขึ้น รวมถึงประเทศไทย เกิดติดขัดในการเติมน้ำมันหน้าปั๊มนั้น จะพูดว่าไม่กระทบคงเป็นไปไม่ได้
เพราะชาวบ้านก็ถูกผลกระทบจากการหาปั๊มเติมน้ำมันได้แบบไม่ปกติ และน้ำมันมีราคาแพงขึ้นจริงๆ เมื่อการใช้รถเดินทางประจำวันต้องคิดมากขึ้น ทำให้การเดินทางท่องเที่ยวมีผลกระทบแน่นอน
จากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ราคาพลังงานทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงประเทศไทยที่เริ่มประสบปัญหาการเติมน้ำมันหน้าสถานีบริการที่ไม่ปกติและมีราคาสูงขึ้น ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยวของประชาชน
เนื่องจากต้นทุนการใช้รถเดินทางในชีวิตประจำวันเพิ่มสูงขึ้น ทำให้การท่องเที่ยวซึ่งเป็นหนึ่งในฟันเฟืองเศรษฐกิจอาจชะลอตัวลงในระยะนี้
ชูแคมเปญ “Healing is the New Luxury”
ทั้งนี้เพื่อรับมือกับสภาวะที่ไม่ปกตินี้ ททท. ได้เปิดตัวแนวคิดการท่องเที่ยวแบบใหม่ภายใต้แคมเปญ "Healing is the New Luxury” หรือการท่องเที่ยวหรูหราที่เน้นการเยียวยาจิตใจ โดยมีวัตถุประสงค์หลัก 3 ประการคือ
- เยียวยาตัวเอง ใช้การท่องเที่ยวพักผ่อนจากความเหนื่อยล้าในชีวิตประจำวันทั้งในโลกจริงและโลกออนไลน์
- เยียวยาผู้ประกอบการ กระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายในภาคธุรกิจอาหาร ที่พัก และของฝาก
- เยียวยาเศรษฐกิจ สนับสนุนให้คนไทยออกเดินทางท่องเที่ยวใกล้บ้านในลักษณะ “ค้นหาเพชรเม็ดงามใกล้ตัว” เพื่อสร้างสมดุลในช่วงวิกฤตและลดการใช้พลังงาน
โดยกลุ่มเป้าหมายหลักคือกลุ่มคนไทยที่มีฐานะ ซึ่งเดิมมักจะเดินทางไปต่างประเทศ ททท. จะเน้นดึงดูดให้หันมาเที่ยวในประเทศแบบกลุ่มเพื่อนหรือครอบครัว สัมผัสประสบการณ์ใหม่ในชุมชนที่ยังไม่เคยค้นพบมาก่อน
นักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยติดลบ
สำหรับสถานการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติตั้งแต่วันที่ 1-18 มีนาคม 2569 พบว่ามีแนวโน้มลดลงในหลายตลาดสำคัญ ได้แก่
- ตลาดนักท่องเที่ยวยุโรปและอิสราเอล ลดลง 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
- ตลาดนักท่องเที่ยวสหรัฐอเมริกาลดลง 3% จากปัญหาตั๋วเครื่องบินราคาแพง
- ตลาดนักท่องเที่ยวตะวันออกกลาง ลดลงถึง 58% ซึ่งเป็นการกระเตื้องขึ้นหลังจากช่วงที่มีการปิดน่านฟ้าที่ยอดตกลงไปกว่า 86%
อย่างไรก็ตาม ททท. ได้เร่งหาตลาดทดแทนในกลุ่มระยะใกล้ เช่น อินเดีย จีน ฮ่องกง และไต้หวัน โดยเฉพาะตลาดจีนที่เริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้นจากอัตราการบรรทุกผู้โดยสาร (Load Factor) ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจนแม้จะยังไม่เท่าระดับปี 2562 ก่อนเกิดโควิด-19
เปิดวอร์รูมถกเอกชนจัดการวิกฤต-เร่งสื่อสารต่างชาติยันน้ำมันสำรองพอใช้
ในด้านการจัดการวิกฤต ผู้ว่าททท.ระบุว่า ททท. เตรียมหารือร่วมกับภาคเอกชนท่องเที่ยวและสำนักงาน ททท. ทั้ง 45 แห่ง ในวันที่ 20 มีนาคม 2569 เพื่อจัดตั้งคณะทำงานติดตามผลกระทบ (วอร์รูม) เฉพาะกิจ
นอกจากนี้ ยังได้เร่งสื่อสารเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ หลังจากมาเลเซียมีการประกาศเตือนพลเมืองเรื่องความไม่สะดวกในการเติมน้ำมันในไทย
โดย ททท. ยืนยันตามประกาศรัฐบาลว่า น้ำมันในประเทศไทยไม่ได้ขาดแคลน และมีสำรองไว้ใช้ได้นานกว่า 100 วัน พร้อมขอความร่วมมือผู้ประกอบการทัวร์ช่วยอธิบายทำความเข้าใจกับนักท่องเที่ยวหากต้องใช้เวลาเดินทางเพิ่มขึ้นจากภาวะปกติ






