
ปลัดท่องเที่ยว หวั่นราคาน้ำมันพุ่ง ดันค่าตั๋วแพง กระทบกลุ่ม Gen Z เที่ยวไทย
ปลัดท่องเที่ยว จับตาราคาน้ำมัน หวั่นราคาน้ำมันพุ่ง ดันค่าตั๋วแพง กระทบกลุ่ม Gen Z เที่ยวไทย ยันภาพรวมท่องเที่ยวไทยต้นปีนี้ต่างชาติเที่ยวไทยทะลุ 7.4 ล้านคน เผยยอดรายวันทรงตัว ยังไม่ถึงขั้นชะลอตัวอย่างรุนแรง แม้หนักท่องเที่ยวยุโรป ตะวันออกกลาง ลดลง 16%
วันนี้(วันที่ 12 มีนาคม 2569) นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยสถิตินักท่องเที่ยวสะสมในช่วงต้นเดือนมีนาคม ซึ่งสะท้อนภาพรวมการเดินทางเข้าประเทศไทยที่ยังคงมีความต่อเนื่องแม้จะมีความท้าทายจากปัจจัยภายนอก จากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
โดยยืนยันว่าตัวเลขนักท่องเที่ยว "ยังคงรักษาเสถียรภาพได้ดีและไม่มีการชะลอตัวอย่างรุนแรง" โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงเดินทางเข้าไทยอย่างต่อเนื่อง
นางสาวนัทรียา เปิดเผยข้อมูลภาพรวมว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 11 มีนาคม 2569 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมแล้วจำนวน 7,489,983 คน (แม้จะลดลงร้อยละ 4.40 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 ด้วยสถานการณ์ตะวันออกกลาง )
โดยช่วงต้นปี มียอดนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยวันละกว่าแสนคน สามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเข้าประเทศแล้วกว่า 368,172 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยวทั่วโลก
ในส่วนของสถิตินักท่องเที่ยวรายวันในช่วงที่มีสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ปลัดกระทรวงฯ ระบุว่า "ยังคงรักษาเสถียรภาพได้ดีและไม่มีการชะลอตัวอย่างรุนแรง"
โดยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติจากภูมิภาคยุโรป และตะวันออกกลาง เดินทางมาประเทศไทย 304,714 คน ลดลง 16% จากแนวโน้มการเดินทางปกติ
ในจำนวนนี้มีนักท่องเที่ยวภูมิภาคยุโรป ลดลง 14 % โดยเป็นกลุ่มที่มีเส้นทางบินผ่านตะวันออกกลาง สำหรับนักท่องเที่ยวภูมิภาคตะวันออกกลาง ลดลง 55 % หรือคิดเป็นจำนวน 7,490 คน ในจำนวนนี้ส่วนมาก (77%) เป็นนักท่องเที่ยวอิสราเอล
เนื่องจากตลาดภูมิภาคตะวันออกกลางที่เป็นประเทศมุสลิมอยู่ในช่วงเดือนรอมฎอน จึงมีการเดินทางไม่มากนักเป็นปกติ
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือ ราคาน้ำมัน ที่ส่งผลกระทบต่อราคาบัตรโดยสารเครื่องบิน ซึ่งหากสถานการณ์ยืดเยื้อไปอีก 2-3 เดือน อาจกระทบต่อการตัดสินใจเดินทางของนักท่องเที่ยวกลุ่ม Gen Z ที่อ่อนไหวต่อราคา
สำหรับการดำเนินงานเชิงรุก ททท. ได้เร่งรักษา Momentum ผ่านกิจกรรม ส่งเสริมการท่องเที่ยว ต่างๆ เช่น Amazing Thailand Post-ITB Roadshow 2026 ในภูมิภาคยุโรปตะวันออก เริ่มที่เมืองปอซนาน (Poznan) โปแลนด์ เพื่อเจาะตลาดดาวรุ่งคุณภาพที่มีวันพักเฉลี่ยยาวถึง 14 วัน และเตรียมเปิดบินตรงวอร์ซอ-กรุงเทพฯ กับสายการบิน LOT Polish Airlines ในเดือนตุลาคมนี้ เพิ่มที่นั่งอีกกว่า 88,000 ที่นั่ง เพื่อทดแทนตลาดที่ชะลอตัว
นอกจากการบุกยุโรปแล้ว ททท. ยังเดินสายส่งเสริมการท่องเที่ยวในเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน อย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นตลาดระยะใกล้และรักษาความร้อนแรงของตลาดจีน ซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ทางการท่องเที่ยว โดยมุ่งเน้นการนำเสนอแคมเปญใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์พฤติกรรมนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่และกลุ่มครอบครัว
ล่าสุดสำนักงานปลัดกระทรวงฯ ยังเตรียมเปิดตัวโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีลุ่มแม่น้ำโขง 7 จังหวัด (เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี) ชูอัตลักษณ์วัฒนธรรมท้องถิ่นเป็นจุดขายใหม่ เพื่อสร้างประสบการณ์ให้นักท่องเที่ยวและกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน
ตัวเลขนักท่องเที่ยวสะสมกว่า 7.4 ล้านคน เป็นเครื่องยืนยันถึงความเชื่อมั่นที่นักท่องเที่ยวยังคงมีต่อประเทศไทย แม้มีปัจจัยราคาน้ำมันและภูมิรัฐศาสตร์ท้าทาย แต่
อย่างไรก็ดี กระทรวงฯมีการปรับแนวทางให้มีการส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ ผ่านโครงการ เที่ยวไทย ช่วยไทย ซึ่งจะช่วยรักษาเป้าหมายรายได้ของประเทศไว้ได้ตามแผน











