
CAAT หารือพลังงาน-ผู้ผลิตน้ำมัน รับมือราคาน้ำมันเครื่องบินพุ่ง ระยะสั้น Jet A-1 ยังพอ
CAAT หารือกรมธุรกิจพลังงาน กรมสรรพสามิต ปตท. บางจาก รับมือความผันผวนราคาน้ำมันเครื่องบินพุ่ง จากผลกระทบความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ยันไทยยังมีปริมาณน้ำมันดิบสำรอง 3 เดือน กรณีที่ไม่สามารถนำเข้าน้ำมันดิบเข้ามาได้ ครอบคลุมน้ำมัน Jet A-1 แล้ว
สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) จัดประชุมหารือเพื่อติดตามสถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน (Jet A-1) ที่อาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง เมื่อวานนี้
โดยมีนายศรัณย์ เบ็ญจนิรัตน์ รองผู้อำนวยการ CAAT เป็นประธานการประชุม ร่วมกับผู้แทนจากกรมธุรกิจพลังงาน ผู้แทนกรมสรรพสามิต ผู้แทนจากบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เพื่อหารือและติดตามสถานการณ์ด้านพลังงานที่อาจส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมการบินของประเทศไทย
ในการประชุม ผู้แทนจากบริษัทผู้ผลิตน้ำมันทั้ง 2 แห่งได้ชี้แจงว่า ปัจจุบันประเทศไทยยังคงมีปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานเพียงพอต่อความต้องการใช้งาน และคาดว่าจะยังไม่เกิดผลกระทบด้านปริมาณในระยะสั้น
ขณะที่ผู้แทนจากกรมธุรกิจพลังงานได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยยังมีปริมาณน้ำมันดิบสำรองประมาณ 3 เดือน ในกรณีที่ไม่สามารถนำเข้าน้ำมันดิบเข้ามาในประเทศได้ โดยปริมาณสำรองดังกล่าวครอบคลุมน้ำมันทุกประเภท รวมถึงน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน (Jet A-1)
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือถึงแนวทางมาตรการรองรับในกรณีที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานปรับตัวสูงขึ้น โดยผู้แทนจากกรมสรรพสามิตได้ชี้แจงว่า ขณะนี้ยังไม่มีมาตรการปรับลดอัตราภาษีน้ำมัน
อย่างไรก็ตาม หากสายการบินมีข้อเสนอเกี่ยวกับการปรับลดอัตราภาษี สามารถจัดส่งข้อมูลประกอบการพิจารณาที่แสดงถึงผลต่อการลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาต่อไป
ทั้งนี้ CAAT จะติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน (Jet A-1) อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งประสานกับสายการบินสัญชาติไทยเพื่อรวบรวมข้อมูลความต้องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน
ทั้งนี้เพื่อนำไปใช้ในการประเมินสถานการณ์และสนับสนุนการบริหารจัดการด้านพลังงานให้เพียงพอต่อความต้องการของภาคอุตสาหกรรมการบินต่อไป











