ททท.เดินเกมปี 2569 ปั้มมะกันเที่ยวไทย เจาะกลุ่ม GCC ขยายฐานนักท่องเที่ยวตะวันออกกลาง

05 ม.ค. 2569 | 05:07 น.
อัปเดตล่าสุด :05 ม.ค. 2569 | 05:07 น.

นักท่องเที่ยวระยะไกล จัดว่าเป็นตลาดเติบโตของการท่องเที่ยวไทย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวสหรัฐอเมริกา แม้เงินบาทแข็งค่า จะมาเป็นปัจจัยท้าทาย แต่ก็ยังขยายตัวต่อเนื่อง ขณะที่ตลาดตะวันออกกลาง แม้จะมีปัญหาภูมิรัฐศาสตร์มารุมเร้า แต่ก็กระทบน้อยมาก การขับเคลื่อน 2 ตลาดนี้จึงยังเป็นเป้าหมายการขยายตลาดอย่างต่อเนื่อง ของททท.ในปี 2569

นายสันติ แสวงเจริญ ผู้อำนวยการภูมิภาคอเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จะมาเปิดกลยุทธในการทำตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกลที่จะเกิดขึ้น

ดันตะวันออกกลาง-แอฟริกา ทะลุ 1 ล้านคน

นายสันติ มองว่าการเติบโตของตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกล (Long-haul) ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มประเทศอเมริกา (อเมริกาเหนือและละตินอเมริกา) ยุโรป และตะวันออกกลางรวมแอฟริกาใต้ คาดการณ์ว่าในปีนี้น่าจะปิดที่ระดับหลักสิบล้านคน หรืออาจจะสูงถึง 11 ล้านคน โดยนักท่องเที่ยวยุโรป อยู่ที่ราว 8.4 ล้านคน ในส่วนของตลาดสหรัฐอเมริกา คาดว่าจะปิดที่ราว 1 ล้านคน

ขณะที่กลุ่มตะวันออกกลางรวมแอฟริกา คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านคนเช่นกัน จากปัจจุบันนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางมีตัวเลขอยู่ที่ 900,000 คน แม้ว่าตัวเลขรวมในปี 2568 จะติดลบอยู่เล็กน้อย 0.81 % จากผลของแผ่นดินไหว การปิดน่านฟ้า ในช่วงเทศกาลถือศีลอด ซึ่งเป็นช่วงพีค จากความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล และอิหร่าน

แต่มั่นใจว่าปี 2569 นักท่องเที่ยวตะวันออกกลาง จะกลับมาเป็นบวกและเติบโตขึ้นประมาณ 5% และจำนวนนักท่องเที่ยวจากกลุ่มตะวันออกกลางรวมแอฟริกาใต้จะเกิน 1 ล้านคน

สันติ แสวงเจริญ

เนื่องจากมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่สายการบินเปิดเส้นทางบินประจำเข้าไทย แทนที่จะเป็นเพียงแค่เที่ยวบินตามฤดูกาล (Seasonal) เช่น สายการบินเอทิฮัด เปิดเที่ยวบินประจำมายังกระบี่และเชียงใหม่

นอกเหนือจากภูเก็ตและกรุงเทพฯที่มีอยู่แล้ว ซึ่งเที่ยวบินประจำเหล่านี้อาจเปิดให้บริการถึง 7 วันต่อสัปดาห์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงไฮซีซันหรือช่วงเทศกาลอิฐ อาจมีการเพิ่มเที่ยวบินเป็น 2-3 เที่ยวต่อวัน รวมถึงสายการบิน Air Arabia ซึ่งเป็นกลุ่ม Economy Class ก็ได้ขยายการบินไปยังกระบี่และเชียงใหม่ด้วย

เจาะกลุ่ม GCC อัพค่าใช้จ่ายต่อทริป

นักท่องเที่ยวตะวันออกกลางมีค่าใช้จ่ายต่อทริปที่โดดเด่นมาก เฉลี่ยอยู่ที่ 100,000 บาทต่อทริป สำหรับการเดินทางเฉลี่ย 5-6 วัน นักท่องเที่ยวชื่นชอบประเทศไทย เนื่องจากมีสิ่งที่ไม่มีในประเทศตนเอง เช่น สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติและวัฒนธรรมไทย

ททท.จึงโฟกัสการขยายตลาดตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง โดยกำหนดแผนกระตุ้นตลาดที่หลากหลาย มุ่งเน้นไปที่กลุ่มประเทศสภาความร่วมมืออ่าวอาหรับ (GCC) เป็นหลัก ซึ่งมี 6 ประเทศ ได้แก่ ซาอุดิอาระเบีย (วอลุ่มสูงสุด) สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โอมาน คูเวต กาตาร์ และบาห์เรน

แผนกระตุ้นตลาดตะวันออกกลาง จะเน้นการทำ Joint Sale Promotion ร่วมกับสายการบินและผู้มีอิทธิพลทางความคิด (KOL) การทำตลาดแบบ B2B (Business-to-Business) และ B2C (Business-to-Consumer) ตลอดทั้งปี เช่น การจัดโรดโชว์และเทศกาลอาหารไทย การมุ่งผลักดันตลาดใหม่ เช่น ซาอุดิอาระเบีย ซึ่งเพิ่งเปิดสัมพันธ์ทางการทูตระหว่าง 2 ประเทศราว 2 ปี

นักท่องเที่ยวตลาดระยะไกล

ททท.จึงเตรียมเปิดสำนักงานททท.ที่ริยาด ถึงแม้ว่าตลาดใหม่ ๆ อย่างซาอุดิอาระเบียจะยังไม่มีความภักดีต่อแบรนด์ (Royalty) เท่ากับตลาดดั้งเดิมอย่างบาเรนหรือโอมาน แต่ประเทศไทยมีความโดดเด่นในเรื่องของนักท่องเที่ยวที่เดินทางซ้ำ เมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค และเชื่อมั่นว่าซาอุดิอาระเบียจะกลายเป็นตลาดหลักในที่สุด

นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นขยายระยะเวลาพำนัก ของนักท่องเที่ยว โดยการนำเสนอกิจกรรมและสถานที่ใหม่ ๆ อย่างเช่นจังหวัดกระบี่ ที่มีศักยภาพสูงเนื่องจากสนามบินสามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 8 ล้านคน แต่ปัจจุบันใช้เพียง 3 ล้านคน และมีการเปิดตัวสิ่งอำนวยความสะดวกใหม่ๆ เช่น ห้างสรรพสินค้า

ดันนักท่องเที่ยวสหรัฐอเมริกาโต 5%

สำหรับนักท่องเที่ยวสหรัฐอเมริกา จัดเป็นตลาดที่ไม่เคยหลุด TOP 10 เลยสำหรับประเทศไทย คาดว่าจะปิดที่ราว 1 ล้านคน และในปีหน้ามองว่าจะยังคงเติบโต 5 % เนื่องจากมีปัจจัยที่สร้างความมั่นใจในการเติบโตมาจากสายการบินที่กลับมาเปิดเส้นทางบิน เช่น สายการบินยูไนเต็ด แอร์ไลน์ส เพิ่งกลับมาเปิดเส้นทางบินอีกครั้ง หลังจากหยุดไปกว่า 12-13 ปี โดยเดินทางมาจากฮ่องกง ทำให้มีนักท่องเที่ยวชาวอเมริกันเดินทางเข้าไทยถึง 70%และสายการบินแอร์แคนาดา เปิดเที่ยวบินแบบประจำ

ทั้งนี้นักท่องเที่ยวกลุ่ม Long-haul ไม่ได้ตัดสินใจเดินทางรวดเร็ว แต่ต้องวางแผนกันเป็นเดือน และมักจะอยู่ยาว 10 วันขึ้นไป โดยเฉพาะชาวแคนาดาที่เดินทางมาสูงสุดถึง 14 วัน ททท.จึงกระตุ้นตลาดอเมริกาเน้นการทำงานผ่านผู้มีอิทธิพลทางความคิด (KOL) และ Influencer เป็นหลัก

ไม่ว่าจะเป็น การใช้ Soft Power และ Film Marketing: กลยุทธ์สำคัญคือการทำตลาดผ่านภาพยนตร์/ซีรีส์ หรือ “ฟิล์ม” เช่น การถ่ายทำเรื่อง The White Lotus ที่มาถ่ายทำในไทย ซึ่งได้ภาพลักษณ์และอิมเมจที่ดี รวมไปถึงอิทธิพลของ Series Y โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มนักท่องเที่ยวลาตินอเมริกาที่ชื่นชอบซีรีส์วาย ก็จะใช้ในการกระตุ้นให้เกิดการตามรอยซีรีส์ในไทย และโปรโมทประเทศ

ในส่วนของปัจจัยความท้าทายด้านการท่องเที่ยวในปีหน้า สำหรับตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกล ปจจัยภายนอก ที่เป็นความท้าทายที่น่ากังวลก็ยังคงเป็นความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ สงครามและเศรษฐกิจโลก ภัยพิบัติต่างๆ

ส่วนปัจจัยภายในประเทศ คือ ปัญหาเกี่ยวกับภาพลักษณ์และน้ำท่วม ถือเป็นสิ่งที่ต้องรับมือ และททท.ก็ได้ใช้กลยุทธ์การสื่อสาร เพื่อรับมือกับปัญหาเหล่านี้ โดยการเน้นย้ำว่าปัญหาเหล่านั้นเป็นเรื่อง เฉพาะจุด และแยกให้ชัดเจนว่าจุดท่องเที่ยวหลักยังสามารถเดินทางได้ตามปกติ

ทั้งหมดล้วนเป็นทิศทางในการกระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวสหรัฐอเมริกา และตะวันออกกลางที่จะเกิดขึ้น