
ทุน‘ค้าปลีก’มั่นใจยอดขายไตรมาส3เพิ่ม กำลังซื้อเปราะบาง-ต้องชะลอขึ้นราคาสินค้า
ดัชนีค้าปลีกเผยผู้ประกอบการส่วนใหญ่คาดยอดขายไตรมาส 3 จะขยายตัว แต่จำต้องชะลอการปรับขึ้นราคาสินค้าลง เนื่องจากกำลังซื้อในภาพรวมยังคงเปราะบาง หลังเดือนส.ค. 2569 ความเชื่อมั่นขยับขึ้น 5.3 จุด รับอานิสงส์มาตรการรัฐและปัจจัยฤดูกาลช่วยดันยอดขายสาขาเดิมพุ่ง 8.5 จุด
KEY
POINTS
- ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ค้าปลีกเดือนสิงหาคมปรับตัวดีขึ้นจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ ทำให้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่คาดว่ายอดขายในไตรมาส 3 จะขยายตัวเพิ่มขึ้น
- ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีแนวโน้มชะลอการปรับขึ้นราคาสินค้า แม้ต้นทุนจะยังสูง เนื่องจากกำลังซื้อของผู้บริโภคยังคงเปราะบางและกังวลว่าจะกระทบยอดขาย
- การฟื้นตัวของกำลังซื้อยังไม่ทั่วถึง โดยดัชนีความเชื่อมั่นในกรุงเทพฯ และปริมณฑลยังต่ำกว่าเกณฑ์ ขณะที่ภาคเหนือและภาคใต้ฟื้นตัวได้ดีกว่าภูมิภาคอื่น
สมาคมผู้ค้าปลีกไทย ร่วมกับ ธนาคารแห่งประเทศไทย ทำการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ค้าปลีก (Retail Sentiment Index : RSI) เดือนสิงหาคม 2569 ระหว่างวันที่ 19-29 สิงหาคม 2569 พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของผู้ประกอบการค้าปลีก ประจำเดือน ส.ค. 2569 ปรับตัวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเทียบกับเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา
โดยมีปัจจัยหนุนหลักมาจากผลลัพธ์ของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ ควบคู่ไปกับปัจจัยฤดูกาลตามวัฏจักรธุรกิจ ซึ่งช่วยเพิ่มสภาพคล่องและส่งผลให้พฤติกรรมการจับจ่ายของผู้บริโภคในระดับฐานรากมีความคึกคักมากขึ้นอย่างชัดเจน
ดัชนีค้าปลีกเดือน ส.ค. เพิ่ม 5.3 จุด
ภาพรวมดัชนีค้าปลีกในเดือนส.ค. 2569 พบว่า ดัชนีมีการปรับตัว “เพิ่มขึ้น” จากเดือนก.ค. 5.3 จุด โดยการปรับตัวดีขึ้นในครั้งนี้เป็นการเพิ่มขึ้นในทุกองค์ประกอบของดัชนี ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นต่อยอดขายสาขาเดิม (SSSG-MoM): ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 46.2 จุด ไปอยู่ที่ 54.7 จุด เพิ่มขึ้นถึง 8.5 จุด
ดัชนียอดใช้จ่ายต่อใบเสร็จ (Spending Per Bill): ปรับเพิ่มขึ้นจาก 47.0 จุด ไปอยู่ที่ 50.0 จุด เพิ่มขึ้น 3.0 จุด และดัชนีความถี่ในการใช้บริการ (Frequency of Shopping) : ปรับเพิ่มขึ้นจาก 47.7 จุด ไปอยู่ที่ 52.3 จุด เพิ่มขึ้น 4.6 จุด
คาดยอดขายไตรมาส 3 ขยายตัวเพิ่มขึ้น
ผลการสำรวจผู้ประกอบการค้าปลีกได้คาดการณ์ยอดขายในไตรมาส 3/2569 เปรียบเทียบกับ ไตรมาส 3/2568 พบว่า ผู้ประกอบการ 3% เชื่อว่า ยอดขายไตรมาส 3 นี้ จะเพิ่มขึ้นมากกว่า 15%, มีผู้ประกอบการ 16% เชื่อว่า ยอดขายไตรมาส 3 จะเพิ่มขึ้น 6- 15%, มีผู้ประกอบการ 25% เชื่อว่า ยอดขายไตรมาส 3 จะเพิ่มขึ้น ไม่เกิน 5%
มีผู้ประกอบการ 19% เชื่อว่า ยอดขายไตรมาส 3 จะใกล้เคียงเดิม, มีผู้ประกอบกา 9% เชื่อว่า ยอดขายไตรมาส 3 จะลดลง ไม่เกิน 5%, มีผู้ประกอบการ 25% เชื่อว่า ยอดขายไตรมาส 3 จะลดลง 6-15% และมีผู้ประกอบการ 3% เชื่อว่า ยอดขายไตรมาส 3 จะลดลงมากกว่า 15%
ราคาสินค้าชะลอตัว ไม่ปรับขึ้น
ผลการสำรวจผู้ประกอบการค้าปลีกทั่วประเทศ ยังสอบถามถึงแนวโน้มการปรับราคาสินค้าในระยะเวลา 3 เดือนข้างหน้า ซึ่งพบว่า แม้ธุรกิจส่วนใหญ่จะมีแผนปรับราคาในช่วง 3 เดือนข้างหน้าจากต้นทุนที่ยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง โดยเฉพาะหมวดวัสดุก่อสร้างและอาหารที่มีแนวโน้มปรับขึ้นราคามากกว่ารอบสำรวจเมื่อเดือน พ.ค. 2569
อย่างไรก็ดี หลายหมวดสินค้า ได้แก่ สินค้ากึ่งคงทนและไม่คงทน สินค้าคงทน ร้านอาหาร และ สินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน เริ่มมีแนวโน้มชะลอการปรับขึ้นราคา เมื่อเทียบกับผลสำรวจรอบก่อน ส่วนหนึ่งจากแรงกดดันด้านต้นทุนที่เริ่มคลี่คลาย การส่งผ่านต้นทุนได้มีการดำเนินไปบ้างแล้วในช่วงก่อนหน้านี้ ประกอบกับ กำลังซื้อยังเปราะบาง ก็จะปรับราคาสินขึ้นอาจจะกระทบกับยอดขายโดยตรง
ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นต่อยอดขายสาขาเดิมแยกตามภูมิภาค พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นในทุกภูมิภาค แต่ดัชนีโดยรวมมีเพียงภาคเหนือ และภาคใต้ ที่ยืนอยู่เหนือระดับค่ากลางที่ 50 ส่วนภาคอื่นๆยังอยู่ต่ำกว่าเส้นระดับค่ากลางที่ 50 เดือนส.ค. ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นตัวจากเม็ดเงินจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ไทยช่วยไทย พลัส ที่หมุนมาถึงเดือนที่ 3 มีส่วนช่วย “ดึงให้ผู้บริโภคกลับมาจับจ่ายถี่ขึ้น” เสริมแรงกับช่วง Seasonality
ดัชนีค้าปลีกกรุงเทพฯ-ปริมณฑล อยู่ในเกณฑ์ทรงตัว
โดยกรุงเทพและปริมณฑล ซึ่งมีมูลค่า GPP ค้าปลีกค้าส่งและบริการมีสัดส่วนมากถึง 43%ของมูลค่า GPP ค้าปลีกค้าส่งและบริการทั้งประเทศ แม้ภาพรวมจะปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า แต่ดัชนียังคงอยู่ต่ำกว่าระดับค่ากลางที่ 50 แม้จะได้รับประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและ Seasonality เช่นกัน
แต่ด้วยโครงสร้างเศรษฐกิจที่มีความซับซ้อน ภาระค่าครองชีพ และหนี้สินครัวเรือนในพื้นที่ ทำให้การฟื้นตัวของกำลังซื้อในภาพรวมยังต้องใช้เวลาและความต่อเนื่องของมาตรการเพิ่มเติมเพื่อให้ดัชนีทะยานผ่านระดับ 50 ได้
ทั้งนี้พบว่า ร้านค้าประเภทห้างสรรพสินค้า แฟชั่นไลฟ์สไตล์ ยอดขายทรงตัวจากการความถี่ในการจับจ่ายที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ยอดซื้อต่อบิลทรงตัว ส่วนภัตตาคาร-ร้านอาหารเพิ่มขึ้นมาก จากการได้สิทธิ์เข้าร่วมโครงการ ไทยช่วยไทย ที่ผู้บริโภคไปใช้สิทธิในร้านค้าที่เป็นแฟรนไชส์ เป็นจำนวนมาก รวมทั้ง Delivery ผ่าน Platform online
ร้านสะดวกซื้อทรงตัวจากการลดลงเล็กน้อยจากของปัจจัยShopping Frequency ที่เพิ่มขึ้น แต่ Basket Size ไม่โต ในขณะที่ไฮเปอร์มาร์เก็ตเติบโตเล็กน้อย ผลบวกทางอ้อมจากโครงการ ไทยช่วยไทย ซูเปอร์มาร์เก็ต ลดลงมากทั้ง Frequency of Shopping และ Basket size ส่วนร้านค้าวัสดุก่อสร้าง แม้ว่าจะไม่ผลกระทบจากโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส แต่ยอดขายทรงตัวมากเนื่องจากเดือนสิงหาคม ฝนตกน้อยกว่า เดือนก.ค.
ดัชนีค้าปลีกภาคกลาง อยู่ในเกณฑ์ทรงตัว
ขณะที่ภาคกลาง ซึ่งประกอบด้วยภาคกลาง ภาคตะวันออกและภาคตะวันตก เป็นภูมิภาคที่มีรายได้หลัก 3 แหล่ง ทั้งจากนิคมอุตสาหกรรม ผลผลิตทางการเกษตร และการท่องเที่ยว พบว่า ดัชนีทรงตัว จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่ได้เพิ่มขึ้นเล็กประกอบกับนักท่องเที่ยวคนไทยก็เพิ่มขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากเดือนส.ค. ไม่มีช่วงวันหยุดยาว โดยพบว่า ยอดขายทรงตัวในเกือบทุกประเภทร้านค้าปลีกประเภท ไม่ว่าจะเป็น ห้างสรรพสินค้า ที่ทรงตัวทั้ง Frequency of Shopping และ Basket size
ภัตตาคารร้านอาหารเชนใหญ่ ยอดขายทรงตัวทั้ง จาก Frequency of Shopping และ Basket size ส่วนร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต ยอดขายลดลงเล็กน้อย ทั้งจาก Frequency of Shopping ที่ลดลงและ Basket size ลดลงเล็กน้อย ไฮเปอร์มาร์ท ร้านค้าอุปโภคบริโภค ยอดขายเพิ่มขึ้นจากโครงการทั้งประชารัฐและไทยช่วยไทยพลัส และวัสดุก่อสร้างยอดขายลดลงมาก เนื่องจากเป็นช่วงเข้าสู่ฤดูฝน การก่อสร้างชะลอตัว
ดัชนีค้าปลีกภาคเหนือ อยู่ในเกณฑ์สูงขึ้น
ขณะที่ภาคเหนือ ซึ่งประกอบด้วยภาคเหนือตอนบนที่มีรายได้หลักจากด้านการท่องเที่ยว และบริเวณภาคเหนือตอนล่างที่มีภาคเกษตรเป็นรายได้หลัก เป็นภูมิภาคที่ดัชนีความเชื่อมั่นเดือนสิงหาคม ยอดขาย (MoM) เป็นบวกเพิ่มขึ้นชัดเจน จากการสอบถามจากผู้ประกอบการพบว่า แม้ว่านักท่องเที่ยวต่างชาติโดยรวมเดือนสิงหาคม เมื่อเทียบกับเดือนก.ค.
แต่ปรากฏว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาเที่ยวภาคเหนือเพิ่มขึ้น โยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวสายวัฒนธรรมและ Digital Nomad อยู่ตามเมืองหลัก เช่น เชียงใหม่ สำหรับจำนวนนักท่องเที่ยวคนไทยทรงตัว ขณะเดียวกับผู้บริโภคเองก็มีความสบายใจที่ออกมาทำกิจกรรมนอกบ้านมากขึ้น เนื่องจากฝุ่น PM 2.5 ลดลง
โดยห้างสรรพสินค้า แฟชั่น เครื่องหนัง เครื่องสำอาง ยอดขายเพิ่มขึ้นมาก จากจำนวน Frequency of Shopping แต่ Basket Size ทรงตัวที่ชัดเจน, ภัตตาคาร ร้านอาหารและเครื่องดื่ม ยอดขายเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการเข้าร่วมโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส ผ่านทาง Delivery online
ร้านค้าประเภทที่จำหน่ายสินค้าอุปโภค-บริโภค ไฮเปอร์มาร์เก็ต ยอดขายเพิ่มขึ้น อานิสงส์จากโครงการไทยช่วยไทยพลัส และ ประชารัฐ, ซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดเล็ก ร้านสะดวกซื้อ ร้านค้าอุปกรณ์เบเกอรี่ ยอดขายลดลง (น้อยกว่า 5%) โดยการลดลงมากทั้งจาก Shopping per Basket เป็นสำคัญ ส่วนร้านค้าวัสดุก่อสร้างลดลงมากเป็นตามไซเคิ้ลของธุรกิจที่การก่อสร้าง
ดัชนีค้าปลีกภาคอิสาน อยู่ในเกณฑ์ลดลง
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นภูมิภาคที่มีประชากรรวมกันมากกว่าหนึ่งในสามของประเทศ รายได้ส่วนใหญ่อยู่ภาคเกษตรกรรมและภาคการค้า โดย “ไทยช่วยไทยพลัส” ช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในเศรษฐกิจภาคอีสานได้ระดับหนึ่ง สะท้อนจากการบริโภคสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นปรับขึ้น
โดยพบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาอีสานลดลง 5 เดือนติดต่อกันตั้งแต่ เม.ย. 69 โดยเฉพาะเมืองรองสายมูและเศรษฐกิจก็ยังเผชิญแรงกดดันจากหลายด้าน ทั้งราคาพืชผลตกต่ำ การจ้างงานเกษตรลดลง และกำลังซื้อของครัวเรือนที่ยังไม่ฟื้นเต็มที่ ความไม่สงบจากการปะทะตามชายแดนไทย-กัมพูชา กระแสเงินจับจ่ายลดน้อยลง
โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นภูมิภาคที่ดัชนีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นมากเช่นเดียวกับกรุงเทพฯและภาคกลาง แต่ยังอยู่ต่ำกว่าระดับค่ากลางที่ 50 ห้างสรรพสินค้า แฟชั่น เครื่องหนัง เครื่องสำอาง และภัตตาคาร ร้านอาหารและเครื่องดื่ม ยอดขายทรงตัวโดยเฉพาะจากการลดลงที่ชัดเจนของBasket Size, กลุ่มร้านค้าอุปโภคบริโภค-ไฮเปอร์มาร์เก็ต ยอดขายเพิ่มขึ้น อานิสงส์จากโครงการภาครัฐ
ซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดเล็ก ร้านสะดวกซื้อ ยอดขายลดลงเช่นกัน จากการลดลงของ ความถี่ในการจับจ่าย Frequency of Shopping และ Shopping per Basket และร้านค้าวัสดุก่อสร้าง ยอดขายทรงตัว จากความต้องการในการซ่อมบ้านเรือนที่อยู่อาศัยหลังเกิดการปะทะตามชายแดนยังคงมีอยู่
ดัชนีค้าปลีกภาคใต้ อยู่ในเกณฑ์ทรงตัว
ภาคใต้ เป็นภูมิภาคที่มีรายได้จากการท่องเที่ยวเป็นหลัก รองลงเป็นก็เป็นพืชเศรษฐกิจสองชนิดคือ ยางพาราและปาล์ม ซึ่งภาพรวมนักท่องเที่ยวชาวไทยแผ่วลงอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากไม่มีวันหยุดยาว (มีเพียงวันแม่แห่งชาติกลางสัปดาห์) ทำให้การเดินทางท่องเที่ยวแบบข้ามภาคของคนไทยลดลง
เหลือเพียงกลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มย่อยหรือกลุ่มที่เดินทางช่วงสุดสัปดาห์ ขณะที่ฝั่ง นักท่องเที่ยวต่างชาติ ยังคงมีเข้ามาอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ แต่พฤติกรรมการกระจายตัวจะถูกบีบด้วยปัจจัยด้านสภาพอากาศตามฤดูกาลอย่างมีนัยสำคัญ
โดยห้างสรรพสินค้า แฟชั่น เครื่องหนัง เครื่องสำอาง และภัตตาคาร ร้านอาหารและเครื่องดื่ม ยอดขายเพิ่มขึ้นเล็กน้อยทั้งปัจจัย Frequency of Shopping และ Shopping per Basket, ซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดเล็ก ร้านสะดวกซื้อ ยอดขายลดลงเช่นกัน ผลกระทบจากที่ผู้บริโภคไปใช้สิทธิ โครงการไทยช่วยไทย กับร้านค้าขนาดเล็กทั้ง
กลุ่มร้านค้าอุปโภคบริโภค ไฮเปอร์มาร์เก็ต ยอดขายเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากโครงการประชารัฐ และไทยช่วยช่วยทางอ้อม และร้านค้าวัสดุก่อสร้าง ยอดขายลดลง เดือนสิงหาคมทางภาคใต้ ซึ่งเป็นช่วงที่เข้าสู่ “ฤดูฝนอย่างเต็มตัว” ส่งผลกระทบต่อยอดขายของร้านค้าวัสดุก่อสร้างในภาคใต้อย่างมีนัยสำคัญ







