thansettakij
thansettakij
ตลาดสุกี้-ชาบู 4 หมื่นล้าน ยังไม่อิ่มตัว ’ลัคกี้สุกี้‘ งัดโมเดลใหม่ชิงกำลังซื้อ

ตลาดสุกี้-ชาบู 4 หมื่นล้าน ยังไม่อิ่มตัว ’ลัคกี้สุกี้‘ งัดโมเดลใหม่ชิงกำลังซื้อ

27 ส.ค. 69 | 04:55 น.
อัปเดตล่าสุด :27 ส.ค. 69 | 05:05 น.

ตลาดชาบู-สุกี้ไทย 3.5-4 หมื่นล้านยังไม่ถึงจุดอิ่มตัว แม้แข่งเดือด-กำลังซื้อชะลอ ลัคกี้สุกี้ชี้เกมบุฟเฟต์เปลี่ยนจากสงครามราคา สู่การสร้าง “ความคุ้มค่า” ผ่านเมนูหลากหลาย ดันโมเดลสุกี้ควบติ่มซำชิงฐานลูกค้า

KEY

POINTS

  • ตลาดสุกี้-ชาบูมีมูลค่าราว 4 หมื่นล้านบาทและยังคงเติบโต ไม่ถึงจุดอิ่มตัว เนื่องจากตอบโจทย์ความคุ้มค่าของผู้บริโภค
  • ลัคกี้สุกี้เปิดตัวโมเดลใหม่ “ลัคกี้สุกี้ มาร์เช่ แอนด์ ติ่มซำ” เพื่อสร้างความแตกต่างและชิงกำลังซื้อในตลาดที่มีการแข่งขันสูง
  • กลยุทธ์ใหม่มุ่งเพิ่มความหลากหลายของอาหาร โดยนำเมนูติ่มซำกว่า 50 รายการเข้ามาเสริม เพื่อยกระดับการแข่งขันจาก “สงครามราคา” ไปสู่ “สงครามความคุ้มค่า”

นางสาวรสรินทร์ ติยะวราพรรณ กรรมการบริหาร บริษัท มิราเคิล แพลนเนท จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมตลาดสุกี้-ชาบูในประเทศไทยมีมูลค่าประมาณ 35,000-40,000 ล้านบาท ครอบคลุมร้านอาหารหลายรูปแบบ ทั้งร้านสุกี้ ร้านชาบูญี่ปุ่นพรีเมียม ร้านปิ้งย่าง และหม่าล่าสายพานเฉพาะทาง

โดยตลาดดังกล่าวคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 6-7% ของตลาดร้านอาหารไทย ซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 600,000 ล้านบาท และตลาดร้านอาหารโดยรวมมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยประมาณ 5-8% ต่อปี แม้อยู่ในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว เนื่องจากเป็นอาหารที่ตอบโจทย์ด้านความคุ้มค่าต่อมื้อ

ตลาดสุกี้-ชาบู 4 หมื่นล้าน ยังไม่อิ่มตัว ’ลัคกี้สุกี้‘ งัดโมเดลใหม่ชิงกำลังซื้อ

หากแยกเฉพาะตลาดสุกี้ พบว่ามีมูลค่าประมาณ 23,000-26,000 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 65-70% ของตลาดสุกี้-ชาบูทั้งหมด สะท้อนให้เห็นว่าสุกี้ยังเป็นเซกเมนต์หลักของตลาดหม้อรวม และยังมีฐานผู้บริโภคขนาดใหญ่รองรับการแข่งขันของผู้ประกอบการ

สำหรับแนวโน้มตลาดบุฟเฟต์ นางสาวรสรินทร์มองว่า ยังไม่ถึงจุดอิ่มตัว เนื่องจากสามารถรองรับลูกค้าได้หลายกลุ่ม โดยเฉพาะการรับประทานเป็นกลุ่ม ครอบครัว และเพื่อน อีกทั้งรูปแบบบุฟเฟต์ยังตอบโจทย์ผู้บริโภคในช่วงที่ต้องระมัดระวังการใช้จ่าย เพราะสามารถกำหนดงบประมาณต่อมื้อได้ชัดเจน

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญอยู่ที่การแข่งขันจากผู้เล่นหน้าใหม่ที่เข้าสู่ตลาดต่อเนื่อง ขณะที่ผู้ประกอบการต้องควบคุมต้นทุนให้สามารถรักษาระดับราคาและความคุ้มค่าไว้ได้ โดยมองว่าผู้บริโภคในปัจจุบันตัดสินใจใช้จ่ายละเอียดขึ้น การรับประทานอาหารที่มีค่าใช้จ่ายระดับ 500 บาทขึ้นไปจึงต้องแลกกับความรู้สึกว่า “คุ้ม” มากพอที่จะตัดสินใจ

เกมบุฟเฟต์แข่งความคุ้มค่า ดันเมนูติ่มซำ

ท่ามกลางการแข่งขันที่สูงขึ้น ผู้ประกอบการในตลาดบุฟเฟต์เริ่มเพิ่มความหลากหลายของอาหารเข้ามาเป็นเครื่องมือสร้างความแตกต่าง จากเดิมที่การแข่งขันเน้นราคาและวัตถุดิบหลัก ขยับมาสู่การเพิ่มเมนูที่อยู่นอกเหนือจากสุกี้ หรือ Non-Suki Menu เพื่อเพิ่มมูลค่าต่อหัว ลัคกี้สุกี้จึงพัฒนาโมเดล “ลัคกี้สุกี้ มาร์เช่ แอนด์ ติ่มซำ” โดยนำติ่มซำเข้ามาเสริมจากโมเดลลัคกี้มาร์เช่ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค และสร้างความแตกต่างจากร้านบุฟเฟต์สุกี้ทั่วไป

 

ตลาดสุกี้-ชาบู 4 หมื่นล้าน ยังไม่อิ่มตัว ’ลัคกี้สุกี้‘ งัดโมเดลใหม่ชิงกำลังซื้อ

 

โมเดลใหม่นี้เปิดให้บริการที่สาขายูเนี่ยนมอลล์ ชั้น B เป็นสาขาที่ 58 ของบริษัท โดยมีเมนูติ่มซำมากกว่า 50 รายการ ครอบคลุมทั้งขนมจีบ ซาลาเปา ของนึ่ง และเมนูอื่นๆ ซึ่งบริษัทมองว่าเป็นการเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าสามารถรับประทานอาหารหลากหลายประเภทภายในมื้อเดียว การเพิ่มติ่มซำยังสะท้อนการแข่งขันของตลาดบุฟเฟต์ราคาหลักร้อยที่ไม่ได้แข่งขันกันด้วยราคาต่ำที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสร้างความรู้สึกคุ้มค่าให้กับผู้บริโภคมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่กำลังซื้อยังถูกกดดัน

ลัคกี้สุกี้ 58 สาขา เลือกโตผ่านโมเดลใหม่

ปัจจุบันลัคกี้สุกี้มี 3 โมเดล ได้แก่ ลัคกี้สุกี้ 33 สาขา ลัคกี้บาร์บีคิว 13 สาขา และลัคกี้มาร์เช่ 11 สาขา ก่อนเปิดโมเดลใหม่ “ลัคกี้สุกี้ มาร์เช่ แอนด์ ติ่มซำ” เป็นสาขาที่ 58 สำหรับการขยายสาขา บริษัทให้ความสำคัญกับการเลือกทำเล โดยเฉพาะโมเดลใหม่ที่ต้องการพื้นที่ขนาดใหญ่และมีทราฟฟิกหนาแน่น สามารถรองรับลูกค้าหลากหลายเจเนอเรชัน

โดยเน้นพื้นที่ชุมชนที่มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการเป็นกลุ่ม ขณะที่พฤติกรรมลูกค้าในภาพรวมมีจำนวนเฉลี่ยประมาณ 3 คนต่อกลุ่มบริษัทวางแผนขยายสาขาเพิ่มอีก 1-2 สาขาภายในสิ้นปี 2569 โดยยังให้ความสำคัญกับการควบคุมต้นทุนและการเลือกทำเลที่เหมาะสม มากกว่าการเร่งขยายสาขาเพียงอย่างเดียว

รายได้ครึ่งปี 69 แตะ 1,500 ล้านบาท

ด้านผลประกอบการ ลัคกี้สุกี้มีรายได้ประมาณ 1,000 ล้านบาทในปี 2567 เพิ่มเป็น 2,000 ล้านบาทในปี 2568 และช่วงครึ่งแรกของปี 2569 มีรายได้ประมาณ 1,500 ล้านบาท การพัฒนาโมเดลใหม่จึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการขยายพอร์ตธุรกิจ โดยเฉพาะการเพิ่มเมนูติ่มซำเข้ามาเสริมธุรกิจสุกี้ ซึ่งบริษัทมองว่าเป็นกลุ่มอาหารที่สามารถขยายฐานลูกค้าได้กว้าง และช่วยเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคโดยไม่จำเป็นต้องแยกไปใช้บริการร้านอาหารประเภทอื่น

 

ตลาดสุกี้-ชาบู 4 หมื่นล้าน ยังไม่อิ่มตัว ’ลัคกี้สุกี้‘ งัดโมเดลใหม่ชิงกำลังซื้อ

 

ภาพรวมการแข่งขันของตลาดชาบู-สุกี้จึงมีแนวโน้มขยับจาก “สงครามราคา” ไปสู่ “สงครามความคุ้มค่า” มากขึ้น เพราะแม้ตลาดยังเติบโตและมีฐานผู้บริโภคขนาดใหญ่ แต่ผู้ประกอบการต้องเผชิญกับทั้งคู่แข่งหน้าใหม่ ต้นทุนธุรกิจ และกำลังซื้อที่ระมัดระวังมากขึ้น การเพิ่มความหลากหลายของเมนูจึงกลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญในการรักษาฐานลูกค้าและสร้างความแตกต่างในตลาดที่การแข่งขันยังไม่ถึงจุดอิ่มตัว

ปี 2570 จ่อเปิดแบรนด์ใหม่ ขยายพอร์ตนอกสุกี้

สำหรับแผนธุรกิจในปี 2570 บริษัทเตรียมขยายพอร์ตธุรกิจอาหารเพิ่มเติม จากปัจจุบันที่มีทั้งลัคกี้สุกี้ ลัคกี้บาร์บีคิว และลัคกี้มาร์เช่ โดยอยู่ระหว่างการพัฒนาแบรนด์ใหม่ในธุรกิจอาหารอีกหนึ่งแบรนด์ แต่ยังไม่เปิดเผยว่าจะเป็นอาหารประเภทใด

เบื้องต้นแบรนด์ใหม่ดังกล่าวอาจใช้ชื่อ “ลัคกี้” เพื่อเชื่อมโยงกับแบรนด์เดิม หรืออาจพัฒนาเป็นแบรนด์ใหม่โดยเฉพาะ ขึ้นอยู่กับรูปแบบธุรกิจและกลุ่มเป้าหมายที่บริษัทวางไว้ สะท้อนทิศทางของมิราเคิล แพลนเนท ที่เริ่มขยับจากการเป็นผู้ประกอบการธุรกิจสุกี้และบาร์บีคิว ไปสู่การสร้างพอร์ตธุรกิจอาหารที่หลากหลายมากขึ้น

การเตรียมเปิดแบรนด์ใหม่ในปี 2570 จึงเป็นอีกหนึ่งโจทย์ที่ต้องติดตามว่า บริษัทจะเลือกเข้าไปแข่งขันในเซกเมนต์ใดของตลาดอาหาร และจะใช้ฐานลูกค้า ทำเล และศักยภาพในการบริหารธุรกิจร้านอาหารที่มีอยู่เดิมต่อยอดไปยังธุรกิจใหม่อย่างไร