thansettakij
thansettakij
ร้านอาหารหืดจับ ต้นทุนพุ่ง ติดกลุ่ม 3 ธุรกิจเลิกกิจการสูงสุด ครึ่งปีแรก 69

ร้านอาหารหืดจับ ต้นทุนพุ่ง ติดกลุ่ม 3 ธุรกิจเลิกกิจการสูงสุด ครึ่งปีแรก 69

20 ส.ค. 69 | 05:57 น.
อัปเดตล่าสุด :20 ส.ค. 69 | 06:16 น.

ร้านอาหารไทยครึ่งปีหลัง 2569 ยัต้นทุนรอบด้านพุ่งสวนทางกำลังซื้อ “ฐนิวรรณ” นายกสมาคมภัตตาคารไทย ชี้ร้านอาหารในห้างเริ่มแบกค่าเช่าไม่ไหว ยอดใช้จ่ายต่อหัวลดฮวบ ด้าน DBD เผยครึ่งปีแรกธุรกิจไทยเลิกกิจการ 7,024 ราย เพิ่ม 12.49%

KEY

POINTS

  • ธุรกิจร้านอาหารเผชิญปัญหารอบด้านจากต้นทุนวัตถุดิบ ค่าเช่า และค่าแรงที่สูงขึ้น สวนทางกับกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลง
  • ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ในช่วงครึ่งปีแรก 2569 ระบุว่า ธุรกิจร้านอาหารเป็นหนึ่งใน 3 กลุ่มธุรกิจที่มีการจดทะเบียนเลิกกิจการสูงสุด
  • ผู้ประกอบการไม่สามารถปรับขึ้นราคาอาหารได้เต็มที่ตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากต้องรักษาฐานลูกค้าไว้ ขณะที่ยอดใช้จ่ายต่อหัวของลูกค้าลดลงอย่างชัดเจน

นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ภาพรวมธุรกิจร้านอาหารในปี 2569 โดยเฉพาะช่วงครึ่งปีหลัง ถือว่ายากกว่าปีก่อน เนื่องจากต้องเผชิญทั้งต้นทุนที่สูงขึ้น ค่าเช่าพื้นที่ ค่าแรง และกำลังซื้อที่ชะลอตัว ขณะที่ผู้ประกอบการไม่สามารถปรับราคาขายเพิ่มขึ้นตามต้นทุนได้ทั้งหมด เพราะต้องรักษาฐานลูกค้าไว้

 

DBD ชี้ธุรกิจไทยเลิกกิจการ 7,024 ราย ร้านอาหารติดกลุ่มเสี่ยง

 

ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ระบุว่า ช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 มีธุรกิจจดทะเบียนเลิกกิจการสะสม 7,024 ราย เพิ่มขึ้น 12.49% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ทุนจดทะเบียนของธุรกิจที่เลิกกิจการอยู่ที่ 98,857 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 224%

อย่างไรก็ตาม ตัวเลข 7,024 ราย ไม่ใช่จำนวนร้านอาหารที่ปิดกิจการทั้งหมด แต่เป็นจำนวนธุรกิจที่จดทะเบียนเลิกกิจการในทุกประเภทธุรกิจ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุว่า กลุ่มที่มีการเลิกกิจการสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร สะท้อนว่าร้านอาหารเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจที่ได้รับแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ฟื้นตัวไม่เต็มที่ฃ

ในทางกลับกัน ตลาดร้านอาหารยังมีผู้ประกอบการรายใหม่เข้ามา โดยช่วงครึ่งปีแรกมีการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร 2,119 ราย เพิ่มขึ้น 15.67% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนว่าตลาดไม่ได้มีเพียงภาพ “ปิดกิจการ” แต่กำลังเกิดการหมุนเวียนของผู้ประกอบการ ทั้งรายใหม่ที่เข้ามาและรายเดิมที่ต้องลดขนาดหรือออกจากตลาด

ภาพดังกล่าวสอดคล้องกับข้อมูลการจัดตั้งธุรกิจใหม่ทั่วประเทศ ซึ่งครึ่งปีแรก 2569 มีธุรกิจจัดตั้งใหม่ 44,773 ราย เพิ่มขึ้น 2.13% แม้ทุนจดทะเบียนรวมลดลง 25% เหลือ 111,201 ล้านบาท สะท้อนว่าธุรกิจใหม่ส่วนใหญ่ยังเป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมที่ใช้เงินลงทุนเริ่มต้นไม่สูง

 

ค่าเช่าห้างตัวเร่ง ร้านอาหารเริ่มคืนพื้นที่

 

สำหรับธุรกิจร้านอาหาร นางฐนิวรรณ กล่าวว่า หนึ่งในปัญหาที่น่ากังวลที่สุดคือ ค่าเช่าพื้นที่ โดยเฉพาะร้านที่อยู่ในศูนย์การค้า เพราะต้องแบกรับค่าใช้จ่ายประจำทุกเดือน แม้ยอดขายจะไม่สม่ำเสมอ ปัจจุบันมีร้านอาหารบางส่วนเริ่มพิจารณาคืนพื้นที่ เนื่องจากยอดขายไม่เพียงพอรองรับค่าเช่า ขณะที่การคืนพื้นที่ก็มีต้นทุนตามมา ทั้งค่าใช้จ่ายในการรื้อร้านและการคืนพื้นที่ รวมถึงเงินประกันที่ต้องรอรับคืน

 

นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย

 

“ร้านที่อยู่ในห้างตอนนี้ลำบาก เพราะรายได้ไม่เสถียร แต่ค่าเช่าต้องจ่ายทุกเดือน”

 

แตกต่างจากร้านอาหารในต่างจังหวัดที่มีพื้นที่ของตัวเอง ซึ่งยังสามารถปรับเวลาหรือวันเปิดร้านได้ หากประเมินแล้วว่าการเปิดร้านไม่คุ้มกับต้นทุน แต่สำหรับร้านที่เช่าพื้นที่ในห้างไม่สามารถหยุดกิจการชั่วคราวได้ง่าย เพราะยังมีค่าใช้จ่ายประจำที่ต้องจ่ายต่อเนื่อง

ลูกค้าไม่หาย แต่ยอดใช้จ่ายต่อหัวลด

 

อีกแรงกดดันสำคัญคือ กำลังซื้อที่อ่อนตัว โดยผู้บริโภคยังออกมารับประทานอาหาร แต่ลดค่าใช้จ่ายต่อครั้งลงอย่างชัดเจน นางฐนิวรรณระบุว่า ร้านอาหารในห้างที่เคยมีค่าใช้จ่ายต่อหัวระดับ 500-700 บาท ปัจจุบันผู้บริโภคจำนวนหนึ่งพยายามลดค่าใช้จ่าย ทำให้ยอดต่อหัวในบางร้านลดลงเหลือประมาณ 200 บาท

ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่จำนวนลูกค้าเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่อง “ยอดขายต่อบิล” เพราะแม้จะมีลูกค้าเข้าร้านจำนวนมาก แต่หากค่าใช้จ่ายต่อหัวลดลงครึ่งหนึ่ง ขณะที่ค่าเช่า ค่าแรง และต้นทุนอื่นยังอยู่ในระดับเดิม ร้านก็ยังไม่สามารถทำกำไรได้

 

ต้นทุนวัตถุดิบผันผวน บีบกำไรต่อเนื่อง

 

ขณะเดียวกันต้นทุนวัตถุดิบยังเป็นอีกโจทย์ใหญ่ โดยเฉพาะผลกระทบจากราคาพลังงานและสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ซึ่งทำให้ต้นทุนการผลิตและขนส่งปรับตัวขึ้น แม้ราคาพลังงานบางช่วงจะลดลง แต่ต้นทุนวัตถุดิบไม่ได้ลดลงตามทันที

ขณะที่สินค้าบางรายการมีปัญหาด้านราคาและปริมาณ ทำให้ร้านอาหารต้องปรับแหล่งจัดซื้อ บางรายหันไปหาซัพพลายเออร์รายใหม่หรือหาแหล่งนำเข้าเพื่อควบคุมต้นทุน แต่การขึ้นราคาขายทำได้จำกัด เพราะผู้บริโภคกำลังซื้ออ่อนแรง ทำให้ร้านอาหารอยู่ในภาวะ “ต้นทุนเพิ่ม แต่ขึ้นราคาไม่ได้เต็มที่” และต้องยอมรับภาระส่วนต่างที่ลดลง

 

เงินสดตึงมือ ขอสินเชื่อแต่แบงก์ยังเข้ม

 

เมื่อยอดขายชะลอตัว แต่ค่าใช้จ่ายประจำยังต้องจ่าย ทำให้ผู้ประกอบการร้านอาหารเริ่มประสบปัญหากระแสเงินสดและต้องการสินเชื่อเข้ามาประคองธุรกิจ อย่างไรก็ตาม การเข้าถึงสินเชื่อยังไม่ง่าย เพราะสถาบันการเงินพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้และยอดขายเป็นสำคัญ ยิ่งร้านใดมียอดขายลดลงก็ยิ่งเข้าถึงสินเชื่อได้ยาก

สมาคมฯ จึงต้องการให้การพิจารณาสินเชื่อมองศักยภาพของธุรกิจในระยะยาวและผลประกอบการในอดีตประกอบด้วย ไม่ใช่ดูเพียงยอดขายในปี 2569 ซึ่งเป็นช่วงที่ธุรกิจได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัยพร้อมกัน

 

ไทยช่วยไทยพลัส จบ หวั่นยอดขายร้านอาหารวูบ

 

สำหรับมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายอย่าง ไทยช่วยไทย Plus นางฐนิวรรณมองว่า มีส่วนช่วยเพิ่มรายได้ให้กับร้านอาหารบางกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายเล็ก แต่เมื่อมาตรการสิ้นสุดลงในเดือนกันยายน ร้านอาหารอาจกลับมาเผชิญแรงกดดันด้านยอดขายอีกครั้ง

สมาคมฯ จึงอยากให้ภาครัฐพิจารณามาตรการต่อเนื่องเพื่อประคองผู้ประกอบการในช่วงที่กำลังซื้อยังไม่ฟื้นเต็มที่ โดยเฉพาะกลุ่มร้านอาหารขนาดกลางที่มักไม่เข้าเกณฑ์ได้รับความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ส่วนมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวที่ภาครัฐเตรียมออกมา

แม้มีเป้าหมายเพิ่มการใช้จ่าย แต่ในมุมของสมาคมฯ ร้านอาหารทั่วไปอาจไม่ได้รับประโยชน์เต็มที่ เนื่องจากกระบวนการตรวจรับและเบิกจ่ายใช้เวลา ขณะที่ร้านอาหารต้องสำรองเงินทุนไปก่อน ผู้ได้รับประโยชน์จึงมีแนวโน้มเป็นโรงแรมและร้านอาหารภายในโรงแรมมากกว่าร้านอาหารทั่วไปที่อยู่รอบแหล่งท่องเที่ยว

 

หวังไฮซีซัน แต่ท่องเที่ยวปีนี้ยังไม่ง่าย

 

แม้เข้าสู่ช่วงปลายปีซึ่งตามปกติจะเป็นฤดูกาลท่องเที่ยว แต่สมาคมฯ ยังไม่มั่นใจว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะช่วยพลิกสถานการณ์ร้านอาหารได้มากนัก เพราะเศรษฐกิจโลกยังมีความไม่แน่นอน และหลายประเทศกำลังเผชิญแรงกดดันด้านกำลังซื้อเช่นเดียวกัน

นางฐนิวรรณประเมินว่า 4 เดือนสุดท้ายของปี 2569 มีแนวโน้มแย่กว่าปีก่อน แม้มีเม็ดเงินจากมาตรการรัฐเข้ามาช่วย เนื่องจากขณะนี้ธุรกิจร้านอาหารจำนวนมากอยู่ในภาวะ “ประคองตัว” มากกว่าการเติบโต โดยเฉพาะปีนี้ ปัจจัยลบเข้ามาเร็วกว่าฤดูกาลปกติ ทั้งต้นทุนพลังงาน ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และกำลังซื้อที่ชะลอตัว ทำให้ร้านอาหารได้รับผลกระทบตั้งแต่ก่อนเข้าสู่ช่วงโลว์ซีซันตามปกติ

 

แนะร้านอาหาร “สร้างรายได้เอง” ลดฝากความหวังรัฐ

 

สำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารในช่วง 4 เดือนสุดท้าย นางฐนิวรรณมองว่า ธุรกิจต้องเร่งปรับตัวและพึ่งพาความสามารถของตัวเองมากขึ้น ทั้งการบริหารต้นทุน ปรับเมนู ควบคุมวัตถุดิบ และสร้างจุดขายที่แตกต่างโดยเฉพาะอาหารที่มีคุณภาพในราคาสมเหตุสมผลยังมีโอกาส เพราะผู้บริโภคไม่ได้ต้องการเพียงอาหารราคาถูก แต่ยังพร้อมจ่ายหากรู้สึกว่า “คุ้มค่า”

ดังนั้นโจทย์สำคัญของร้านอาหารครึ่งปีหลังจึงไม่ใช่แค่การเพิ่มจำนวนลูกค้า แต่ต้องทำให้ ทุกบิลสร้างรายได้และกำไรได้มากที่สุด ท่ามกลางต้นทุนที่ยังสูงและกำลังซื้อที่ยังเปราะบาง ภาพรวมตลาดจึงไม่ได้หมายความว่า “ร้านอาหารกำลังปิดตัวทั้งหมด” แต่เป็นภาวะที่ ธุรกิจบางส่วนต้องออกจากตลาด

ขณะที่ผู้ประกอบการรายใหม่ยังเข้ามาแทนที่ สอดคล้องกับตัวเลข DBD ที่พบทั้งการเลิกกิจการในระดับสูงและการจัดตั้งธุรกิจใหม่ที่ยังเติบโต นี่จึงเป็นโจทย์สำคัญของร้านอาหารในครึ่งปีหลัง 2569 ว่า ผู้ประกอบการรายใดจะสามารถปรับโครงสร้างต้นทุน รักษาฐานลูกค้า และสร้างกำไรให้อยู่รอดได้ ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มแรง