
ครึ่งหลังปี 69 ความท้าทายสูง “JAS Asset” ปรับเกมสู่ “Destination“ ของชุมชน
JAS Asset ประเมินครึ่งหลังปี 2569 ยังเผชิญความท้าทายจากกำลังซื้อชะลอตัว เดินหน้าปรับองค์กรพัฒนาโครงการเดิมเป็น “Destination ของชุมชน” รุกตลาด Community Mall
KEY
POINTS
- JAS Asset ปรับกลยุทธ์ครึ่งหลังปี 2569 รับมือความท้าทายทางเศรษฐกิจ มุ่งสู่การเป็น “Destination ของชุมชน” ที่เป็นพื้นที่ใช้ชีวิตมากกว่าแค่แหล่งซื้อของ
- ชูโครงการต้นแบบ “แจส กรีน วิลเลจ คู้บอน” ในรูปแบบ Mixed-Use ที่ผสมผสานคอมมูนิตี้มอลล์, สปอร์ตคลับ, โรงแรม และศูนย์ดูแลสุขภาพเพื่อตอบโจทย์ทุกกลุ่ม
- ขยายธุรกิจสู่กลุ่ม Wellness และ Hospitality เพื่อตอบรับเทรนด์สุขภาพและสังคมผู้สูงอายุ สร้างระบบนิเวศการใช้ชีวิตในชุมชน (Community Living Ecosystem) ที่ครบวงจร
ภาพรวมเศรษฐกิจปี 2569 ยังเผชิญความท้าทายและกำลังซื้อชะลอตัว หลากหลายธุรกินจึงเดินหน้าปรับกลยุทธ์ในช่วงครึ่งปีหลัง ทั้งปรับองค์กร เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนในชุมชนมากขึ้น "JAS Asset " ก็เป็นหนึ่งในนั้น เดินหน้าพัฒนาโครงการเดิมในรูปแบบ Mixed-Use และย้ำจุดยืนการเป็น “Destination ของชุมชน” ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในตลาด Community Mall
นายสุพจน์ สิริกุลภัสสร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Chief Executive Officer : CEO) บริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปี 2569 เป็นปีที่บริษัทดำเนินธุรกิจท่ามกลางความยากและความท้าทายสูง โดยมีทั้งเป้าหมายที่ทำได้ตามแผนและส่วนที่ต้องปรับให้สอดรับกับโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
โดยการดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทมองว่าชุมชนต้องการอะไรจากศูนย์การค้ามากกว่าการตั้งคำถามว่าลูกค้าต้องการมาซื้ออะไร โดยเลือกวางกลยุทธ์ที่แตกต่างจากศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่แข่งขันกันด้วยขนาด พื้นที่ และจำนวนร้านค้า
วางตำแหน่งเป็น Destination ของชุมชน
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา JAS Asset เติบโตเคียงข้างชุมชนผ่าน Community Mall ในหลายพื้นที่ทั่วกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จากประสบการณ์ดังกล่าวทำให้บริษัทเรียนรู้ว่า ผู้คนไม่ได้ต้องการเพียงสถานที่สำหรับซื้อสินค้า แต่ต้องการ “พื้นที่ใช้ชีวิต” สำหรับใช้เวลา พบปะผู้คน สร้างความทรงจำ และเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของคนในชุมชน ดังนั้น JAS Community Mall จึงเลือกวางกลยุทธ์ให้เป็น Destination ของชุมชน
พัฒนา “แจส กรีน วิลเลจ คู้บอน” ต้นแบบ Mixed-Use
จากแนวคิดดังกล่าว บริษัทจึงพัฒนา “แจส กรีน วิลเลจ คู้บอน” เป็นต้นแบบโครงการ Mixed-Use เต็มรูปแบบ ด้วยการบูรณาการธุรกิจในเครือให้เป็นพื้นที่ที่ทุกกลุ่มสามารถเข้ามาใช้บริการได้ พร้อมตอบโจทย์กระแสการดูแลสุขภาพและรองรับสังคมผู้สูงอายุ
องค์ประกอบภายในโครงการ ได้แก่
- คอมมูนิตี้มอลล์ รวมร้านอาหาร ร้านกาแฟ ซูเปอร์มาร์เก็ต คลินิกความงาม คลินิกทันตกรรม ร้านเสริมสวย ร้านนวด โรงเรียนสอนทักษะและสอนพิเศษ ศูนย์อาหาร ร้านหนังสือ และร้านค้าไลฟ์สไตล์ รวมมากกว่า 200 ร้านค้า
- JAS Sport Club ประกอบด้วย Pickleball 1 Court, Badminton 5 Courts (สาขาคู้บอน) และ 9 Courts (สาขาศรีนครินทร์), Football Arena 2 สนาม (สาขาคู้บอน) พร้อมกิจกรรม Aerobic Community ที่จัดอย่างสม่ำเสมอ
- โรงแรม Premium Budget ภายใต้ชื่อ SENS Hotel จำนวน 77 ห้อง
- ซีเนร่า เวลเนส ขนาด 52 เตียง ให้บริการดูแลผู้สูงอายุทั้งแบบรายวัน ระยะสั้น และระยะยาว รวมถึงผู้ป่วยพักฟื้นหลังผ่าตัด ผู้ป่วยสโตรก และผู้ป่วยระยะสุดท้าย
- ซีเนร่า คลินิกกายภาพบำบัด สำหรับผู้มีภาวะออฟฟิศซินโดรม ผู้บาดเจ็บจากการเล่นกีฬา หรืออุบัติเหตุ
- Vasu Pain Management Clinic ศูนย์ดูแลและรักษาอาการปวดกระดูกและข้อ กล้ามเนื้อ และเส้นประสาท โดยแพทย์เฉพาะทาง เน้นหลีกเลี่ยงการผ่าตัด หรือผ่าตัดในเวลาที่เหมาะสม
- Green Community พื้นที่สีเขียวและสนามเด็กสำหรับครอบครัวทำกิจกรรมร่วมกัน
ประเมินเศรษฐกิจ 2569 ยอมรับกำลังซื้อหดตัว
นายสุพจน์กล่าวว่า ปี 2569 เป็นอีกปีที่มีความท้าทายสูง แต่จากโอกาสที่มองเห็นในชุมชน บริษัทจึงปรับและขยายธุรกิจในหลายสาขา โดยให้ความสำคัญกับกลุ่มพันธมิตรที่เติบโตร่วมกันมาตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อสร้าง Tenant Mix ที่มีความหลากหลายมากขึ้น และรักษาความสัมพันธ์ดังกล่าวให้เติบโตไปพร้อมกันอย่างต่อเนื่อง
"สำหรับปีนี้ นังถือว่าดีกว่าปีก่อน แต่ยังไม่ใช่ปีที่ดีมาก เพราะภาพรวมเศรษฐกิจยังต้องเฝ้าระวัง โดยเฉพาะกำลังซื้อที่หดตัวและผลกระทบจากปัจจัยต่าง ๆ ดังนั้น บริษัทมองว่าจุดแข็งสำคัญคือการเป็น Community Mall ที่มีฐานลูกค้าในชุมชน ซึ่งเป็นรากฐานที่แข็งแรงและได้รับผลกระทบจากภาวะตลาดน้อย เนื่องจากไม่ได้พึ่งพาตลาดนักท่องเที่ยว"
ทั้งนี้ บริษัทได้เดินหน้ากลยุทธ์ Slim Organization โดยตัดหน่วยธุรกิจที่ไม่ทำกำไร ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และมุ่งสร้างความคล่องตัวในการดำเนินงาน ปัจจุบันอัตราการเช่าพื้นที่ (Occupancy) อยู่ที่ประมาณ 92% และตั้งเป้าปิดปีที่ระดับ 95% โดยธุรกิจโรงแรมยังเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่บริษัทให้ความสำคัญ อย่างโรงแรมเซ็น วัดราชประดิษฐ์ และเซ็น บางบัวทอง เตรียมเปิดเพิ่มปลายเดือนหน้าอีกประมาณ 60 ห้อง เพื่อเป็นอีกหนึ่งเครื่องยนต์ในการสร้างรายได้
ขยายฐานลูกค้ารับเทรนด์ Wellness และ Longevity
นางพงศิยา กิตติขจร Senior Vice President บริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า SENERA ได้รีแบรนด์จาก SENERA Senior Wellness มาเป็น SENERA พร้อมแบ่งรูปแบบธุรกิจใหม่ เพื่อขยายฐานลูกค้าและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้หลากหลายมากขึ้น โดยสอดคล้องกับเทรนด์การดูแลสุขภาพและการมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ (Longevity)มเบื้องต้นแบ่งธุรกิจออกเป็น 2 Segments ได้แก่ Wellness และ Hospitality
1. Wellness ประกอบด้วย Senior Nursing Homes & Assisted Living Care และคลินิกกายภาพบำบัด ซึ่งจะเปิดให้บริการสำหรับบุคคลภายนอกในไตรมาส 3 โดยปัจจุบันธุรกิจ Wellness เปิดให้บริการเฉพาะสาขาคู้บอน
2. Hospitality บริษัทปรับกลยุทธ์จากธุรกิจ Nursing Homes โดยนำอาคาร Active Living เดิมมาพัฒนาเป็นโรงแรมภายใต้ชื่อ SENS Hotel Bangkok Kubon เน้นการเข้าพักที่มีความสบาย สะอาด สะดวก ปลอดภัย เรียบง่าย และคุ้มค่า
ขณะเดียวกันยังช่วยเติมเต็มธุรกิจฝั่ง Wellness โดยรองรับลูก หลาน และญาติที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดและต่างประเทศ ให้มีที่พักในบริเวณเดียวกันเพื่อความสะดวกในการมาเยี่ยม อีกทั้งห้องพักเดิมที่ออกแบบรองรับผู้สูงอายุ ยังตอบโจทย์ผู้เข้าพักที่เดินทางมาพร้อมผู้สูงอายุ
โดยธุรกิจ Wellness ในช่วงไตรมาส 1-2 ดำเนินงานได้ตามเป้าหมาย โดยรายได้ (Revenue) เติบโตประมาณ 26% เมื่อเทียบกับปีก่อนและจากผลตอบรับที่ดีของการปรับกลยุทธ์ บริษัทอยู่ระหว่างปรับศูนย์ดูแลผู้สูงอายุสาขาบางบัวทองเป็น SENS Hotel Nonthaburi Bangbuathong ภายในห้างแจส กรีน วิลเลจ บางบัวทอง โดยมีกำหนดเปิดให้บริการภายในไตรมาส 3
"การบูรณาการธุรกิจ Wellness กับ Hospitality รวมถึงการเชื่อมโยงบริการต่าง ๆ ภายใน Community Mall จะช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ซึ่งปัจจุบันลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนไทยประมาณ 70% ส่วนที่เหลือเป็นลูกค้าต่างชาติ โดยส่วนใหญ่เป็นครอบครัวที่ภรรยาเป็นคนไทยและสามีเป็นชาวยุโรป
มุ่งสู่ Community เติบโตไปพร้อมชุมชน
ด้าน นายพิทักษ์ นรเทพกิตติ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (Chief Operating Officer : COO) บริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปี 2569 การนำวิสัยทัศน์ 'Community Living Ecosystem' มาปฏิบัติจริงให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในทุกโครงการ หัวใจสำคัญคือการสร้าง 'Operational Synergy' ระหว่างธุรกิจในเครือ โดยเฉพาะการเชื่อมโยงประสบการณ์ของลูกค้า (Customer Journey) ระหว่างฝั่ง Community Mall, Wellness Center และ Hospitality ให้เป็นเนื้อเดียวกันอย่างไร้รอยต่อ
"เรามุ่งเน้นการบริหารจัดการพื้นที่แบบบูรณาการที่ตอบโจทย์ Longevity Trend อย่างจริงจัง ผ่านการใช้ข้อมูล (Data-Driven Operations) เพื่อวิเคราะห์ความต้องการจริงของชุมชน เพื่อปรับปรุงบริการและ Tenant Mix ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงเสมอ นอกจากนี้ เรายังให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรฐานการให้บริการและความปลอดภัยในทุกมิติ"
โดยกำหนดมาตรฐานการทำงานที่สูง (High Standard Operations) เพื่อให้ JAS Mixed-Use Community Mall เป็นพื้นที่ที่ปลอดภัย เป็นมิตร และสามารถรองรับการใช้ชีวิตของชุมชนทุก Generation ได้อย่างแท้จริง ซึ่งนี่คือรากฐานสำคัญที่จะทำให้โมเดลธุรกิจใหม่นี้เติบโตได้อย่างมั่นคง ยั่งยืน และสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวให้แก่องค์กร เป็นทิศทางใหม่ของ JAS Asset จาก Community Mall สู่ Community Living Ecosystem ที่ไม่ได้เติบโตเพียงธุรกิจ แต่เติบโตไปพร้อมกับผู้คน ชุมชน และสังคม







