thansettakij
thansettakij
The Pizza Company ไม่ขายแค่พิซซ่า ลุยตลาดไก่ทอดเต็มตัว ชิงเค้ก 2.76 หมื่นล้าน

สมรภูมิไก่ทอดเดือด 'The Pizza Company' ปัดฝุ่นสูตรเด็ด คัมแบ็คชิงเค้ก 2.76 หมื่นล้าน

06 ก.ค. 69 | 10:03 น.
อัปเดตล่าสุด :06 ก.ค. 69 | 10:05 น.

The Pizza Company ปัดฝุ่น รีเทิร์นตลาดไก่ทอด หลังเคยส่ง Chick-A-Boom ทำตลาด เปิดเกมปั้น “Chicken Tendies” ปักหมุด โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ สุวรรณภูมิ เจาะ Solo Dining ขยายฐาน Gen Z และคนทำงาน

KEY

POINTS

  • เดอะ พิซซ่า คอมปะนี บุกตลาดไก่ทอดมูลค่ากว่า 2.76 หมื่นล้านบาทอย่างเต็มตัว เพื่อสร้างการเติบโตใหม่นอกเหนือจากธุรกิจพิซซ่า
  • เปิดตัวเมนูไก่ทอดเรือธง "LONGZILLA" ซึ่งเป็นไก่ทอดไร้กระดูกชิ้นยาว เพื่อสร้างความแตกต่างและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่
  • มุ่งขยายฐานลูกค้าใหม่ไปยังกลุ่ม Gen Z, พนักงานออฟฟิศ และกลุ่มที่รับประทานอาหารคนเดียว (Solo Dining)
  • ยกระดับธุรกิจสู่โมเดลร้านอาหารบริการด่วน (QSR) พร้อมเปิดตัว "Digital Store" ที่ใช้ตู้ Kiosk สั่งอาหารเพื่อเพิ่มความรวดเร็ว

เดอะ พิซซ่า คอมปะนี กลับมารุกตลาดไก่ทอดอีกครั้ง หลังเคยทดลองทำตลาดผ่านแบรนด์ Chick-A-Boom ในอดีต แต่ครั้งนี้เลือกเปลี่ยนเกมใหม่ทั้งหมด จากการเพิ่มเมนูไก่ทอดในร้านพิซซ่า สู่การยกระดับโมเดลธุรกิจในรูปแบบ Quick Service Restaurant (QSR) ปั้นโมเดล “Chicken Tendies” รุกตลาดไก่ทอดเต็มตัว ที่เน้นความรวดเร็ว ความสะดวก และการตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่

พร้อมเปิดตัว “LONGZILLA” ไก่ทอดชิ้นยาวเป็นหัวหอกบุกตลาด ควบคู่การเปิดร้านต้นแบบ Digital Store สาขาแรก หวังชิงโอกาสในตลาดไก่ทอดที่มีมูลค่ากว่า 27,600 ล้านบาท และขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ โดยเฉพาะ Gen Z พนักงานออฟฟิศ และผู้บริโภคที่นิยมรับประทานอาหารคนเดียว (Solo Dining)

 

เดินเกมใหม่ หลังพิซซ่าโตทรงตัว แต่เห็นโอกาสตลาดไก่ทอด

นายปัทม์ พงษ์วิทยาพิพัฒน์ ผู้จัดการทั่วไป เดอะ พิซซ่า คอมปะนี ภายใต้ บริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แม้ในปี 2568 เดอะ พิซซ่า คอมปะนี จะยังรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดพิซซ่าอันดับ 1 ของประเทศ พร้อมผลักดันยอดขายเติบโต 50% จากการขยายสาขา การพัฒนา Flagship Store และการออกเมนูใหม่อย่างต่อเนื่อง แต่ปี 2569 บริษัทต้องการสร้างโอกาสการเติบโตครั้งใหม่ จึงหันมาให้ความสำคัญกับตลาด QSR มากขึ้น

 

นายปัทม์ พงษ์วิทยาพิพัฒน์ ผู้จัดการทั่วไป เดอะ พิซซ่า คอมปะนี ภายใต้ บริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

 

บริษัทประเมินว่า ตลาด QSR ไทยมีมูลค่ารวมกว่า 45,000 ล้านบาท โดยเซกเมนต์ไก่ทอดเป็นตลาดใหญ่ที่สุด คิดเป็นมูลค่ากว่า 27,600 ล้านบาท และยังเติบโตเฉลี่ย 8-10% ต่อปี ขณะที่ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา กระแสไก่ทอดคลุกซอสและเมนูจิ้มซอสได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่าผู้บริโภคต้องการรสชาติและประสบการณ์ใหม่ในการรับประทานอาหาร

การกลับเข้าสู่ตลาดไก่ทอดครั้งนี้จึงแตกต่างจากในอดีตที่เคยทำแบรนด์ Chick-A-Boom เพราะไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มไลน์สินค้า แต่เป็นการปรับโมเดลธุรกิจใหม่ทั้งระบบ เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการอาหารรวดเร็ว เข้าถึงง่าย และตอบโจทย์ทุกมื้ออาหาร

 

รุกตลาดไก่ทอด 2.7 หมื่นล้าน เต็มตัว ปั้น “Chicken Tendies”

กลยุทธ์สำคัญของการรุกตลาดครั้งนี้ คือการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Chicken Tendies หรือ เท็นดี้ ไก่เต็มสิบ” โดยมี LONGZILLA เป็นเมนูหลัก LONGZILLA เป็นไก่ทอดไร้กระดูกชิ้นยาว เน้นรับประทานง่าย จับถนัดมือ แตกต่างจากไก่ทอดทั่วไป พร้อมซอสเคลือบ 4 รสชาติ ได้แก่ สูตรคลาสสิก ฮ็อตฮันนี่ บูลดัก และสวีทแอนด์ซาวร์ รวมถึงบาร์บีคิว พร้อมดิปปิ้งซอสอีก 5 รสชาติ ให้ผู้บริโภคเลือกจับคู่ได้ตามความชอบ 

 

The Pizza Company ไม่ขายแค่พิซซ่า ลุยตลาดไก่ทอดเต็มตัว ชิงเค้ก 2.76 หมื่นล้าน

 

โดยระบุว่า การออกแบบเมนูให้มีรูปทรงยาว ไม่ได้เป็นเพียงการสร้างความแตกต่าง แต่ต้องการให้หยิบรับประทานสะดวก เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนเมือง ลดข้อจำกัดของการรับประทานพิซซ่าหรือไก่ทอดแบบเดิม และสร้างภาพจำใหม่ของแบรนด์ พร้อมกันนี้ยังต่อยอดแนวคิด “ความยาว” ไปยังอีก 2 เมนู ได้แก่ พิซซ่ายาว ความยาว 30 เซนติเมตร บนแป้งทาร์ตบางกรอบ เลือกได้ 10 หน้ายอดนิยม และ ทาร์ตไข่ยาว เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่และเพิ่มความหลากหลายของสินค้า

เปลี่ยนภาพจำพิซซ่า เจาะตลาดมื้อเดี่ยว

หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของการเปิดตัว LONGZILLA คือการขยายฐานลูกค้านอกเหนือจากกลุ่มครอบครัว ซึ่งเป็นฐานหลักของตลาดพิซซ่ามาอย่างยาวนาน นายปัทม์มองว่า เทรนด์ Solo Dining เติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Z และคนทำงานที่ต้องการอาหารรับประทานคนเดียวได้ง่าย รวดเร็ว และคุ้มค่า

เมนูใหม่จึงถูกออกแบบให้สามารถเป็นมื้อหลักสำหรับคนเดียว ขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่มโอกาสการขายผ่านกลยุทธ์ Cross-Selling ด้วยการจัดชุดคอมโบจับคู่ไก่ทอดกับพิซซ่า พาสต้า ข้าว เมนูทานเล่น และของหวาน เพื่อเพิ่มมูลค่าการใช้จ่ายของลูกค้าเดิม และขยายฐานลูกค้าใหม่ที่ชื่นชอบเมนูไก่ทอด หลังจากเปิดโมเดลใหม่สาขาแรกได้เพียง 15 วัน ดันยอดขายของสาขาโตกว่า 50% เมื่อเทียบจากปีก่อน โดยยอดใช้จ่ายต่อบิลอยู่ที่ 300 บาท

 

The Pizza Company ไม่ขายแค่พิซซ่า ลุยตลาดไก่ทอดเต็มตัว ชิงเค้ก 2.76 หมื่นล้าน

 

เปิด Digital Store ต้นแบบ รับยุคบริการดิจิทัล

นอกจากการเปิดตัวสินค้าใหม่แล้ว เดอะ พิซซ่า คอมปะนี ยังเปิด Digital Store แห่งแรกของประเทศไทย ที่สาขาโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ สุวรรณภูมิ โมเดลร้านใหม่นำระบบ Self-Ordering Kiosk มาใช้เต็มรูปแบบ ให้ลูกค้าเลือกเมนู ชำระเงิน และรับอาหารด้วยตนเอง เพื่อลดระยะเวลาการสั่งซื้อ เพิ่มความแม่นยำในการรับออเดอร์ และรองรับลูกค้าทั้ง Dine-in, Takeaway และ Delivery ได้พร้อมกัน

ขณะเดียวกันยังปรับระบบหลังบ้านใหม่ เชื่อมต่อคำสั่งซื้อกับครัวโดยตรง เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการผลิตอาหาร รองรับปริมาณคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น และยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการ พร้อมระบุว่า การพัฒนา Digital Store ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อลดจำนวนพนักงาน แต่เป็นการลงทุนด้านเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการร้านและยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า

 

เดินหน้าปรับสาขาตามศักยภาพแต่ละทำเล

สำหรับแผนการขยาย Digital Store ในอนาคต บริษัทระบุว่าจะพิจารณาเป็นรายสาขา เนื่องจากแต่ละทำเลมีข้อจำกัดด้านพื้นที่และพฤติกรรมผู้บริโภคแตกต่างกัน โดยตั้งเป้า 10 สาขาภายในปีนี้ และพร้อมเปิด 100 สาขาภายใน 3 ปี ปัจจุบัน เดอะ พิซซ่า คอมปะนี มีสาขารวม 428 แห่ง

มีรูปแบบร้านหลัก 4 โมเดล ได้แก่ สาขาในศูนย์การค้า สาขานอกศูนย์การค้าแบบมีที่นั่ง สาขาที่เน้นเดลิเวอรี และ Flagship Store ที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นขณะที่สัดส่วนยอดขายปัจจุบันมาจาก Delivery 40%, Dine-in 30% และ Takeaway 30% ซึ่งบริษัทมองว่าความเร็วในการให้บริการและนวัตกรรมจะเป็นปัจจัยสำคัญในการแข่งขันของธุรกิจร้านอาหารในระยะต่อไป

 

The Pizza Company ไม่ขายแค่พิซซ่า ลุยตลาดไก่ทอดเต็มตัว ชิงเค้ก 2.76 หมื่นล้าน

 

ครึ่งปีหลังจับตากำลังซื้อ เน้นสินค้า “คุ้มค่า”

นายปัทม์กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจช่วงครึ่งปีหลังยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด แม้ต้นทุนบางด้านเริ่มมีทิศทางดีขึ้นตามสถานการณ์ราคาน้ำมัน แต่ผู้บริโภคยังใช้จ่ายอย่างระมัดระวังมากขึ้น และให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า รวมถึงสินค้าที่มีขนาดเหมาะสม เข้าถึงง่าย และตอบโจทย์การใช้ชีวิต

ดังนั้น กลยุทธ์ของบริษัทจึงยังมุ่งพัฒนานวัตกรรมสินค้า ควบคู่กับการยกระดับความรวดเร็วในการให้บริการ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างและตอบรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง โดยคาดหวังว่า LONGZILLA และโมเดล Digital Store จะช่วยผลักดันการเติบโตของยอดขาย พร้อมขยายฐานลูกค้าใหม่ให้กับแบรนด์ในระยะยาว