
เปิดร่างกฎหมายใหม่ ปลดล็อค ขายเหล้า-เบียร์ วันพระใหญ่
ร่างประกาศคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ย้ำห้ามขาย 5 วันสำคัญทางศาสนา เพิ่มข้อยกเว้นสนามบิน สถานบริการ โรงแรม พื้นที่ท่องเที่ยว และกิจกรรมระดับชาติ–นานาชาติ ด้านภาคธุรกิจมองเป็นการผ่อนคลายเฉพาะจุด ไม่เปิดเสรีทั้งหมด
KEY
POINTS
- ร่างประกาศใหม่ยังคงกำหนดห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันสำคัญทางศาสนา 5 วันเช่นเดิม
- มีการเพิ่มข้อยกเว้นให้สามารถจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันดังกล่าวได้ เพื่อสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ
- สถานที่ที่ได้รับยกเว้นให้ขายได้ ได้แก่ สนามบิน โรงแรม สถานบริการ และสถานประกอบการในพื้นที่ท่องเที่ยวตามที่กำหนด
คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จัดทำร่างประกาศเรื่อง “กำหนดวันห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. ….” เพื่อปรับปรุงหลักเกณฑ์จากประกาศเดิมให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2568
ร่างประกาศดังกล่าวยังคงกำหนดวันห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันสำคัญทางศาสนา 5 วัน ได้แก่ วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา และวันออกพรรษา โดยให้ยกเลิกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีฉบับเดิม และจะมีผลบังคับใช้ภายหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา
อย่างไรก็ตาม ร่างประกาศฉบับใหม่ได้เพิ่มข้อยกเว้นให้สามารถจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันดังกล่าวได้บางกรณี เพื่อรองรับกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ ได้แก่ การขายภายในอาคารผู้โดยสารของสนามบินที่ให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศ สถานบริการที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย โรงแรม สถานประกอบการลักษณะคล้ายสถานบริการในพื้นที่ท่องเที่ยวตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด รวมถึงสถานที่จัดกิจกรรมพิเศษระดับชาติหรือระดับนานาชาติที่มีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก
สำหรับสถานที่ที่ได้รับยกเว้น จะต้องมีมาตรการคัดกรองและควบคุมเพื่อรักษาความปลอดภัย รวมถึงจำกัดการเข้าถึงของเด็กและเยาวชน โดยร่างประกาศกำหนดให้มีการลงนามโดยนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ภาคธุรกิจชี้ยังไม่ใช่ปลดล็อกขายทั่วประเทศ
นางสาวประภาวี เหมทัศน์ เลขาธิการสมาคมการค้าผู้ประกอบธุรกิจคราฟต์เบียร์ และโฆษกกรรมาธิการวิสามัญร่าง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า สาระสำคัญของร่างประกาศฉบับนี้ไม่ได้เป็นการยกเลิกวันห้ามขาย แต่เป็นการเพิ่มข้อยกเว้นให้กับบางสถานที่เท่านั้น
“ไม่ได้ปลดล็อกให้ขายได้ทั่วไป ร้านค้าทั่วไปยังไม่ได้รับอนุญาต โดยจะเปิดเฉพาะพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เช่น สนามบิน สถานบริการ โรงแรม และสถานที่ตามเงื่อนไขที่กำหนด”
นางสาวประภาวี อธิบายเพิ่มเติมว่า การปรับหลักเกณฑ์ครั้งนี้มีแนวโน้มช่วยสนับสนุนภาคการท่องเที่ยว เนื่องจากกลุ่มสถานที่ที่ได้รับยกเว้นเป็นพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยวโดยตรง แต่ผลกระทบต่อผู้ประกอบการทั่วไปอาจยังมีจำกัด เนื่องจากไม่ได้ครอบคลุมร้านค้าจำนวนมาก “มองว่าเป็นการปลดล็อกมากขึ้น แต่ไม่ได้เป็นการเปิดทั้งหมด ยังมีข้อจำกัดอยู่”
ชี้ประเด็นสำคัญอยู่ที่การบังคับใช้
นางสาวประภาวี ระบุว่า ประเด็นเรื่องวันห้ามขายในวันสำคัญทางศาสนาเป็นข้อกำหนดที่มีมานาน โดยที่ผ่านมาในมุมของผู้ประกอบการมีการตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพในการลดการบริโภค เนื่องจากการควบคุมไม่ได้ขึ้นอยู่กับการห้ามขายเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายด้วย
“เรื่องนี้ไม่ได้มีแค่ตัวเลขว่าการดื่มลดลงหรือไม่ แต่ต้องดูว่ากฎหมายสามารถบังคับใช้ได้จริงหรือไม่ เพราะบางช่วงอาจมีการซื้อสะสมก่อนวันห้ามขาย หรือมีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง”
ทั้งนี้มองว่าการผ่อนคลายครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าภาครัฐเริ่มพิจารณาผลกระทบด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวมากขึ้น แต่ในระยะต่อไป หากจะมีการปรับเพิ่มเติม อาจต้องพิจารณาจากข้อมูลและผลกระทบอย่างรอบด้าน
จับตาปลดล็อกเพิ่มเติม–โฆษณายังเป็นโจทย์ใหญ่
สำหรับแนวทางในอนาคต นางสาวประภาวี กล่าวว่า ภาคธุรกิจต้องการให้มีการทบทวนกฎเกณฑ์ในหลายด้าน โดยเฉพาะเรื่องการโฆษณาและการขายผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งเป็นประเด็นที่มีการหารืออยู่ อย่างไรก็ตาม การปรับแก้แต่ละประเด็นจำเป็นต้องดำเนินการเป็นลำดับ เนื่องจากต้องมีการศึกษาและรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้อง ทั้งผู้ประกอบการรายใหญ่ รายเล็ก รวมถึงภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารและพื้นที่โฆษณา
“ตอนนี้ภาครัฐน่าจะโฟกัสเรื่องกฎหมายโฆษณาและการขายออนไลน์มากกว่า เป็นการทำทีละเรื่อง ไม่ได้ปรับทุกอย่างพร้อมกัน”
ทั้งนี้ ร่างประกาศดังกล่าวยังต้องผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นก่อนประกาศใช้ โดยหน่วยงานจะเปิดรับความคิดเห็นจากสมาคมและผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป คาดจะมีผลบังคับใช้เดือนกรกฎาคม 2569







