thansettakij
thansettakij
ตลาดหม้อทอดไร้น้ำมันแข่งเดือด ชูเทคโนโลยีสร้างดีมานด์ใหม่

ตลาดหม้อทอดไร้น้ำมันแข่งเดือด งัด 'นวัตกรรม' สร้างดีมานด์ใหม่

25 มิ.ย. 69 | 08:05 น.
อัปเดตล่าสุด :25 มิ.ย. 69 | 08:07 น.

"หม้อทอดไร้น้ำมัน" พลิกกลยุทธ์เปลี่ยน "สงครามราคา" สู่ "นวัตกรรม" Philips เปิดตัว SteamFry รุกสร้างระบบนิเวศอาหารครบวงจร ตั้งเป้ายอดขายกลุ่มเครื่องครัวเติบโต 15%

KEY

POINTS

  • ตลาดหม้อทอดไร้น้ำมันมีการแข่งขันรุนแรงขึ้น โดยความต้องการของผู้บริโภคเปลี่ยนจากการเน้นเรื่องสุขภาพไปสู่เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ทำอาหารได้หลากหลายและมีคุณภาพสูง
  • ฟิลิปส์เปิดตัวนวัตกรรม “AirFryer SteamFry” ที่ผสานเทคโนโลยีไอน้ำและลมร้อน เพื่อแก้ปัญหาอาหารแห้งกระด้าง ซึ่งเป็นจุดอ่อนของหม้อทอดไร้น้ำมันแบบเดิม
  • กลยุทธ์การตลาดมุ่งสร้างระบบนิเวศด้านอาหาร (Food Ecosystem) โดยร่วมมือกับ Wongnai เพื่อสร้างคอนเทนต์และสูตรอาหาร หวังผลักดันยอดขายกลุ่มเครื่องครัวให้เติบโต 15% ภายในปี 2569

ตลาดหม้อทอดไร้น้ำมันที่เคยเติบโตแบบก้าวกระโดดในช่วงโควิด-19 กำลังก้าวสู่การแข่งขันรอบใหม่ จากเดิมที่ผู้บริโภคมองหาอุปกรณ์ทำอาหารเพื่อสุขภาพ สู่การมองหาเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์การทำอาหารได้หลากหลายและใกล้เคียงการปรุงแบบมืออาชีพมากขึ้น ล่าสุด Philips เปิดตัว “AirFryer SteamFry” ผสานเทคโนโลยีไอน้ำและลมร้อน พร้อมจับมือ Wongnai สร้างระบบนิเวศด้านอาหารครบวงจร หวังขยายฐานผู้ใช้งานและผลักดันยอดขายกลุ่มเครื่องครัวเติบโต 15% ภายในปี 2569

ตลาดหม้อทอดไร้น้ำมัน (Air Fryer) ถือเป็นหนึ่งในสินค้าที่ได้รับอานิสงส์สูงสุดจากพฤติกรรม “อยู่บ้านมากขึ้น” ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 เมื่อผู้บริโภคหันมาทำอาหารรับประทานเอง และมองหาอุปกรณ์ที่ช่วยลดเวลาในการประกอบอาหาร รวมถึงตอบโจทย์กระแสรักสุขภาพ

ข้อมูลจากหลายสำนักวิจัยตลาดระบุว่า ตลาดหม้อทอดไร้น้ำมันทั่วโลกยังคงเติบโตต่อเนื่อง แม้จะผ่านช่วงบูมสูงสุดไปแล้ว โดยมูลค่าตลาดโลกในปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 9,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ยเกือบ 9% ต่อปีในช่วงหลายปีข้างหน้า ขณะที่ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกเป็นตลาดใหญ่ที่สุด คิดเป็นสัดส่วนกว่า 46% ของตลาดโลก 

สำหรับประเทศไทย แม้ยังไม่มีการเปิดเผยตัวเลขมูลค่าตลาดอย่างเป็นทางการ แต่ผู้เล่นในอุตสาหกรรมต่างมองตรงกันว่าหม้อทอดไร้น้ำมันได้กลายเป็นหนึ่งในเครื่องใช้ไฟฟ้าประจำครัวเรือนไปแล้ว หลังจากยอดขายขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วงปี 2563-2565 และยังคงเติบโตจากความต้องการสินค้าในกลุ่มดิจิทัลและมัลติฟังก์ชันที่สามารถทำอาหารได้หลากหลายประเภท 

จาก “หม้อทอด” สู่ “ผู้ช่วยทำอาหาร”

ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ผู้ผลิตจึงต้องเร่งพัฒนาสินค้าให้ก้าวข้ามบทบาทเดิมของการเป็นเพียงอุปกรณ์ทอดอาหารแบบใช้น้ำมันน้อย นายวุฒิชัย รัตนสุมาวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายพาณิชย์ บริษัท เวอร์ซูนี (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ Philips อย่างเป็นทางการในประเทศไทย กล่าวว่า แม้ Philips จะเป็นหนึ่งในแบรนด์ผู้นำตลาดหม้อทอดไร้น้ำมัน แต่ทิศทางตลาดในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านฟังก์ชันพื้นฐาน ไปสู่การสร้างประสบการณ์การทำอาหารที่ครบวงจรมากขึ้น

บริษัทจึงเปิดตัว Philips AirFryer SteamFry ภายใต้แนวคิด “Beyond Airfrying. Real Cooking.” ซึ่งมุ่งยกระดับอุปกรณ์ให้เป็นโซลูชันการทำอาหารในบ้าน รองรับผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการความสะดวก แต่ยังคงให้ความสำคัญกับรสชาติและคุณภาพอาหาร

จุดเด่นสำคัญอยู่ที่ SteamFry Technology ซึ่งผสานการทำงานระหว่างระบบไอน้ำอัตโนมัติและเทคโนโลยีลมร้อน RapidAir Plus เพื่อแก้ปัญหาอาหารแห้งกระด้างซึ่งเป็นข้อจำกัดของหม้อทอดไร้น้ำมันแบบดั้งเดิม แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางของตลาดโลกที่กำลังพัฒนาจากหม้อทอดระบบเดี่ยวไปสู่เครื่องใช้ไฟฟ้าแบบ Multi-Cooking Appliance ที่รวมความสามารถในการอบ ย่าง นึ่ง และปรุงอาหารหลายรูปแบบไว้ในเครื่องเดียว เพื่อเพิ่มความคุ้มค่าในการใช้งานและตอบโจทย์พื้นที่ครัวที่มีจำกัด 

ผู้บริโภคยุคใหม่ต้องการมากกว่าความกรอบ

หากย้อนกลับไปในช่วงแรกของกระแส Air Fryer จุดขายสำคัญคือการทอดอาหารโดยใช้น้ำมันน้อยลง ช่วยลดปริมาณไขมันและตอบรับเทรนด์สุขภาพ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพอาหาร ความหลากหลายของเมนู ความสะดวกในการใช้งาน รวมถึงการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันและคอนเทนต์การทำอาหารมากขึ้น 

ผู้ผลิตจึงแข่งขันกันเพิ่มฟังก์ชันใหม่ ๆ เช่น ระบบปรุงอาหารอัตโนมัติ โปรแกรมอัจฉริยะ เซนเซอร์ตรวจวัดอุณหภูมิ ไปจนถึงเทคโนโลยีไอน้ำ เพื่อให้สามารถทำเมนูที่ซับซ้อนขึ้นได้ Philips มองว่าอาหารไทยจำนวนมากต้องอาศัยการควบคุมความชุ่มฉ่ำของวัตถุดิบ ซึ่งเป็นจุดที่หม้อทอดไร้น้ำมันทั่วไปยังทำได้ไม่สมบูรณ์ จึงนำเทคโนโลยีไอน้ำเข้ามาช่วยรักษาความชุ่มชื้นของอาหาร พร้อมคงความกรอบของพื้นผิวภายนอก

จับมือ Wongnai สร้าง Food Ecosystem

นอกจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์แล้ว Philips ยังเลือกใช้กลยุทธ์สร้างระบบนิเวศด้านอาหาร (Food Ecosystem) ผ่านความร่วมมือกับ Wongnai นางสาวญาดา แสงธนนิรมิต ผู้จัดการฝ่ายการตลาด กลุ่มธุรกิจเครื่องครัว กล่าวว่า ความร่วมมือดังกล่าวมีเป้าหมายเชื่อมโยงเทคโนโลยีการทำอาหารเข้ากับคอนเทนต์ สูตรอาหาร และประสบการณ์ของผู้ใช้งานจริง

หนึ่งในเครื่องมือสำคัญคือแพลตฟอร์ม HomeID Application ซึ่งรวบรวมสูตรอาหารมากกว่า 1,000 เมนู พร้อมคำแนะนำแบบ Step-by-Step รวมถึงสูตรอาหารที่พัฒนาโดยเชฟฟ้า พัชรมณฑ์ เจริญชัย คอนเทนต์ครีเอเตอร์จาก LINE MAN Wongnai เพื่อรองรับการใช้งาน SteamFry โดยเฉพาะ

กลยุทธ์ดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว ที่ไม่ได้แข่งขันกันเพียงตัวผลิตภัณฑ์อีกต่อไป แต่ขยายไปสู่การสร้าง Ecosystem ผ่านแอปพลิเคชัน คอนเทนต์ และชุมชนผู้ใช้งาน ซึ่งช่วยสร้างความผูกพันกับแบรนด์ในระยะยาว

เดินเกมดิจิทัล เจาะผู้บริโภครุ่นใหม่

ควบคู่กับการเปิดตัวสินค้าใหม่ Philips ยังเดินหน้าทำตลาดผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยเปิดตัวแคมเปญ “Philips AirFryer รสมือแม่ Challenge” บน TikTok ระหว่างวันที่ 1-31 กรกฎาคม 2569 เพื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วมของผู้บริโภคผ่านการแชร์เมนูอาหารในความทรงจำ

การใช้แพลตฟอร์มวิดีโอสั้นสะท้อนทิศทางการสื่อสารการตลาดของแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้ายุคใหม่ ที่หันมาใช้คอนเทนต์และ User Generated Content เป็นเครื่องมือสำคัญในการเข้าถึงผู้บริโภครุ่นใหม่ แทนการพึ่งพาโฆษณาแบบดั้งเดิมเพียงอย่างเดียว สำหรับเป้าหมายทางธุรกิจ Philips ตั้งเป้าผลักดันยอดขายกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องครัวเติบโตไม่น้อยกว่า 15% ภายในปี 2569 จากแรงหนุนของสินค้าใหม่และการขยายฐานผู้ใช้งานในตลาดครัวอัจฉริยะ

ตลาดยังโต แต่การแข่งขันเข้มข้นขึ้น

แม้กระแส Air Fryer จะไม่ได้ร้อนแรงเหมือนช่วงโควิด แต่หลายสำนักวิจัยยังมองว่าตลาดยังอยู่ในช่วงขยายตัว จากปัจจัยด้านสุขภาพ ความสะดวกในการใช้งาน และการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่อย่างต่อเนื่อง  โจทย์สำคัญของผู้ประกอบการในระยะต่อไปจึงไม่ใช่เพียงการขายหม้อทอดไร้น้ำมัน แต่คือการสร้างคุณค่าเพิ่มเติมผ่านนวัตกรรมและระบบนิเวศการทำอาหารที่ครบวงจร เพื่อให้ผู้บริโภคมองอุปกรณ์เหล่านี้เป็น “ผู้ช่วยทำอาหาร” มากกว่าการเป็นเพียงเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวอีกต่อไป.