
อุตสาหกรรมดัน มอก. ประหยัดพลังงาน ขยายตลาด-ลดค่าไฟประชาชน
กระทรวงอุตสาหกรรมดัน มอก. ประหยัดพลังงาน ขยายตลาด-ลดค่าไฟประชาชน พร้อมหนุนผู้ประกอบการ เพิ่มแต้มต่อจัดซื้อภาครัฐ
KEY
POINTS
- กระทรวงอุตสาหกรรมสั่งการให้ สมอ. เร่งขับเคลื่อนมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ด้านประสิทธิภาพพลังงาน เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้แก่ประชาชน
- ออกมาตรการจูงใจผู้ประกอบการ เช่น การยกเว้นค่าธรรมเนียม และเตรียมผลักดันให้สินค้าที่ได้ มอก. ประหยัดพลังงาน ได้สิทธิเป็นตัวเลือกแรกในการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐเพื่อขยายตลาด
- ปัจจุบันมีมาตรฐานด้านประสิทธิภาพพลังงานแล้ว 40 มาตรฐาน ครอบคลุมสินค้าหลายกลุ่ม เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และวัสดุก่อสร้าง
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่าได้ดำเนินการสั่งให้สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เร่งขับเคลื่อนมาตรฐาน มอก. ด้านประสิทธิภาพพลังงาน เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้ประกอบการผลิตสินค้าคุณภาพและช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้แก่ประชาชน
โดยข้อมูลจาก สมอ.พบว่ามีกำหนดมาตรฐานด้านประสิทธิภาพพลังงานแล้ว 40 มาตรฐาน แบ่งเป็นมาตรฐานบังคับ 5 รายการ และมาตรฐานทั่วไป 35 รายการ
ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน เช่น เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ไมโครเวฟหม้อหุงข้าว และเครื่องเชื่อมไฟฟ้า
รวมถึงหลอดไฟ อุปกรณ์ส่องสว่าง วัสดุก่อสร้าง กลุ่มยานยนต์รถยนต์ไฟฟ้า หรือ (EV) รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า รถไฮบริด และผลิตภัณฑ์อื่น เช่น ฟิล์มติดกระจก และฉนวนกันความร้อน
นอกจากนี้ ยังอัดฉีดมาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียม เพื่อจูงใจผู้ประกอบการพัฒนาสินค้าประหยัดพลังงาน ขณะนี้ผู้ประกอบการได้รับใบอนุญาต 119 ราย รวม 235 ฉบับ ส่วนมาตรการใหม่เพิ่มแต้มต่อในจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ สมอ.กำลังหารือกับกรมบัญชีกลาง เพื่อผลักดันให้สินค้าที่มี มอก. ประหยัดพลังงานได้สิทธิเป็นตัวเลือกแรกในการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานภาครัฐ ตามระเบียบกระทรวงการคลังปี 2560 ซึ่งจะช่วยขยายตลาดสินค้าประหยัดพลังงานให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด
ขณะเดียวกัน ยังยกระดับโรงงานด้วยมาตรฐานสากล ISO 50001 ซึ่ง สมอ. กำหนดมาตรฐานระบบการจัดการพลังงานอีก 15 มาตรฐาน เช่น มตช. 50001 (ISO 50001)
ทั้งนี้ เพื่อให้โรงงานอุตสาหกรรมนำไปใช้บริหารจัดการพลังงานภายในองค์กรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งปัจจุบันมีหน่วยงานที่ได้รับการรับรองแล้วกว่า 70 แห่ง







