
‘EEC’ โตแรง 204% ชลบุรีครองแชมป์ลงทุน ดึงเม็ดเงินทะลุ 1.65 หมื่นล้าน
เขตพิเศษพื้นที่ ‘EEC’ โตแรง 204% ชลบุรีครองแชมป์ลงทุน ดึงเม็ดเงินทะลุ 1.65 หมื่นล้านบาท รัฐบาลปลดล็อกลงทุนดันโรงงานใหม่-ขยายกิจการ หนุนจ้างงานกว่า 4.3 หมื่นอัตรา
KEY
POINTS
- ไตรมาสแรกปี 2569 การลงทุนในพื้นที่ EEC เติบโตขึ้น 204% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มีมูลค่าการลงทุนรวม 2.51 หมื่นล้านบาท
- จังหวัดชลบุรีเป็นพื้นที่ที่มีการลงทุนสูงสุดใน EEC ด้วยมูลค่ากว่า 1.65 หมื่นล้านบาท จากโรงงาน 47 แห่ง
- อุตสาหกรรมผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์มีมูลค่าการลงทุนสูงสุดใน EEC ที่ 1 หมื่นล้านบาท ตามด้วยอุตสาหกรรมยานยนต์และพลาสติก
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า รัฐบาลได้มีมาตรการส่งเสริมการลงทุนในมิติต่างๆ เพื่อดึงดูดการลงทุนทั้งจากต่างประเทศและในประเทศ โดยในส่วนกระทรวงอุตสาหกรรมมีการขับเคลื่อนการลงทุนภาคอุตสาหกรรม คือ การปลดล็อกอุปสรรคของโครงการลงทุนขนาดใหญ่ให้สามารถเดินหน้าลงทุนได้อย่างรวดเร็ว และจะนำไปสู่กระบวนการแก้ไขกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคอย่างถาวร
นายธีรทัศน์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) กล่าวว่า ในช่วงไตรมาสแรกปี 2569 (ม.ค.-มี.ค. 2569 )มีโรงงานขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการ (ร.ง.4) และขยายกิจการรวมกว่า 253 โรงงาน คิดเป็นมูลค่าการลงทุนสูงถึง 1.93 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 207% จากช่วงเดียวกันปี2568 ที่มีการลงทุนอยู่ที่ 6.3 หมื่นล้านบาท และเกิดการจ้างงานใหม่กว่า 4.37 หมื่นอัตรา สะท้อนความเชื่อมั่นนักลงทุนอย่างแข็งแกร่ง
โดยในในไตรมาสแรกปี2569 มีการขออนุญาตตั้งโรงงานใหม่ 149 โรงงาน มีมูลค่าการลงทุนกว่า 3.12 หมื่นล้านบาท เกิดการจ้างงานใหม่กว่า 5.2 พันอัตรา
สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการขออนุญาตประกอบกิจการที่มีมูลค่าการลงทุน 5 อันดับแรก ประกอบด้วย
- อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์โลหะมีมูลค่าการลงทุน 2.58 พันล้านบาท
- อุตสาหกรรมผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติกมีมูลค่าการลงทุน 1.95 พันล้านบาท
- อุตสาหกรรมผลิตเครื่องจักรและเครื่องกล มีมูลค่าการลงทุน 1.6 พันล้านบาท
- อุตสาหกรรมอาหาร มีมูลค่าการลงทุน 1.4 พันล้านบาท
- อุตสาหกรรมผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ มีมูลค่าการลงทุน 1.2 พันล้านบาท
ขณะที่การขยายโรงงานไตรมาสแรกปี 69 มีการขออนุญาตขยายโรงงาน 104 โรงงาน โดยมีมูลค่าการขยายการลงทุน1.62 แสนล้านบาท เกิดการจ้างงานใหม่กว่า 3.8 หมื่นอัตรา
ซึ่งกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการขออนุญาตขยายโรงงานมีมูลค่าการลงทุน 5 อันดับแรก ประกอบด้วย
- อุตสาหกรรมผลิตเครื่องจักรและเครื่องกล มีมูลค่าขยายการลงทุน 5.19 หมื่นล้านบาท
- อุตสาหกรรมผลิตยานพานะและอุปกรณ์รวมทั้งการซ่อมยานพาหนะและอุปกรณ์ มีมูลค่าขยายการลงทุน 2.21 หมื่นล้านบาท
- อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อโลหะมีมูลค่าขยายการลงทุน 1.47 หมื่นล้านบาท
- อุตสาหกรรมผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ มีมูลค่าขยายการลงทุน 9.5 พันล้านบาท
- อุตสาหกรรมยางและผลิตภัณฑ์ยาง มีมูลค่าขยายการลงทุน 6.39 พันล้านบาท
ส่วนในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี (EEC) ในไตรมาสแรกของปี 2569 มีโรงงานขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการ (ร.ง.4) และขยายกิจการรวมกว่า 70 โรงงาน คิดเป็นมูลค่าการลงทุน 2.51 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 204% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปี 2568 ที่มีการลงทุนอยู่ที่ 8.27 พันล้านบาท เกิดการจ้างงานใหม่กว่า 1.99 หมื่นอัตรา
โดยพบว่าจังหวัดชลบุรีมีการการขอใบอนุญาตประกอบกิจการ รง.4 และขยายกิจการมากที่สุด จำนวน 47 โรงงาน มูลค่าการลงทุน 1.65 หมื่นล้านบาท มีการจ้างงาน 1.62 หมื่นอัตรา ถัดมา จ.ระยอง จำนวน 12 โรงงาน มูลค่าการลงทุน 2.91 พันล้านบาท มีการจ้างงาน 891 อัตรา และ จ.ฉะเชิงเทรา จำนวน 11 โรงงาน มูลค่าการลงทุน 5.69 พันล้านบาท มีการจ้างงาน 2.79 พันอัตรา
ด้านกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการขออนุญาตประกอบและขยายโรงงานมีมูลค่าการลงทุน 3 อันดับแรก ประกอบด้วย
- อุตสาหกรรมผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ มีมูลค่าลงทุน 1 หมื่นล้านบาท
- อุตสาหกรรมผลิตยานพานะและอุปกรณ์รวมทั้งการซ่อมยานพาหนะและอุปกรณ์ มีมูลค่าการลงทุน 3.56 พันล้านบาท
- อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์พลาสติก มีมูลค่าการลงทุน 2 พันล้านบาท







