thansettakij
thansettakij
MK รายได้ Q1/69 โต 14.3% โบนัสสุกี้-เอ็มเคบุฟเฟต์ ดันยอดขาย

MK รายได้ Q1/69 โต 14.3% โบนัสสุกี้-เอ็มเคบุฟเฟต์ ดันยอดขาย

14 พ.ค. 69 | 02:56 น.
อัปเดตล่าสุด :14 พ.ค. 69 | 03:54 น.

บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กางงบไตรมาส 1/69 รายได้โต 14.3% รับแรงหนุน “เอ็มเคบุฟเฟต์-โบนัสสุกี้” เร่งเกมร้านคุ้มค่า–พรีเมียม ดันยอดขายโตสวนกำลังซื้อเปราะ แต่ต้นทุนพลังงาน–วัตถุดิบกดกำไรหด 30%

KEY

POINTS

  • บริษัทเอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป มีรายได้รวมในไตรมาส 1/69 ที่ 4,047 ล้านบาท เติบโตขึ้น 14.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
  • การเติบโตของรายได้มีปัจจัยหลักมาจากความสำเร็จของโปรโมชั่นบุฟเฟต์ของแบรนด์เอ็มเค และการขยายตัวอย่างรวดเร็วของแบรนด์ใหม่ "โบนัสสุกี้"
  • แม้รายได้จะเติบโต แต่กำไรสุทธิกลับลดลง 30.1% เหลือ 163 ล้านบาท เนื่องจากแรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบ พลังงาน และค่าใช้จ่ายในการขยายสาขาที่สูงขึ้น

บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ M รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 มีรายได้จากการขายและบริการรวม 4,047 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.3% จากช่วงเดียวกันปีก่อน จากแรงหนุนของโมเดลบุฟเฟต์และการขยายแบรนด์ใหม่ โดยเฉพาะ “โบนัสสุกี้” ที่กลายเป็นเรือธงสร้างการเติบโตใหม่ของกลุ่ม ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 163 ล้านบาท ลดลง 30.1% จากระดับ 234 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2568 จากแรงกดดันต้นทุนวัตถุดิบ พลังงาน และค่าใช้จ่ายขยายสาขา

 

บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)  กางงบไตรมาส 1/69 รายได้โต 14.3%

บุฟเฟต์ดันรายได้ “เอ็มเค–โบนัสสุกี้” โตแรง

บริษัทระบุว่า ปัจจัยหลักที่ผลักดันรายได้มาจากความสำเร็จของโปรโมชั่นบุฟเฟต์ “คุ้มเกินคุ้ม” ราคา 299 บาท ของแบรนด์เอ็มเค เรสโตรองต์ รวมถึงการเติบโตของ “โบนัสสุกี้” ร้านสุกี้บุฟเฟต์ที่เปิดตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 และได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค

ในไตรมาสแรก ยอดขายจากสาขาเดิม (SSSG) ของกลุ่มเติบโต 3.5% โดยเฉพาะแบรนด์เอ็มเคที่เติบโตถึง 6.1% ขณะที่จำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้น 8.3% สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่ยังมองหาร้านอาหารในกลุ่ม “คุ้มค่า” ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ยังเปราะบาง

ปัจจุบัน “โบนัสสุกี้” มีสัดส่วนรายได้ในพอร์ตโฟลิโอแล้ว 11% โดยมีสาขารวม 31 แห่ง และเตรียมขยายเพิ่มอีกกว่า 30 สาขาทั่วประเทศ หลังบริษัทปรับเพิ่มงบลงทุนอีก 700 ล้านบาทในช่วงปลายปีที่ผ่านมาขณะที่โครงสร้างรายได้ของบริษัท แบ่งเป็น เอ็มเค 64% ยาโยอิ 16% โบนัสสุกี้ 11% แหลมเจริญ ซีฟู้ด 5% และธุรกิจอื่นอีก 4%

 

ต้นทุนพุ่ง กดมาร์จิ้นลด

แม้รายได้เติบโตต่อเนื่อง แต่บริษัทเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ลดลงเหลือ 62% จาก 66.5% ในปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากการรุกตลาดบุฟเฟต์ที่มีต้นทุนวัตถุดิบสูงกว่าโมเดลร้านอาหารทั่วไป รวมถึงค่าใช้จ่ายพนักงานและต้นทุนจากการขยายสาขาใหม่ โดยเฉพาะแบรนด์โบนัสสุกี้ที่อยู่ในช่วงเร่งขยายตลาด

นอกจากนี้ ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ยังส่งผลให้ราคาน้ำมันและค่าขนส่งปรับตัวสูงขึ้น กระทบต่อต้นทุนวัตถุดิบและวัสดุสิ้นเปลืองของธุรกิจร้านอาหารอย่างต่อเนื่อง

ด้านค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) เพิ่มขึ้น 10% มาอยู่ที่ 2,362 ล้านบาท จากการเพิ่มจำนวนพนักงานและค่าใช้จ่ายรองรับการเปิดสาขาใหม่ อย่างไรก็ตาม บริษัทคาดว่าค่าใช้จ่ายบางส่วนจะทยอยลดลงในไตรมาส 2 จากการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

เปิดเกม “พรีเมียม” เจาะกำลังซื้อสูง

นอกจากโมเดลบุฟเฟต์ บริษัทเริ่มขยายพอร์ตสู่ตลาดพรีเมียมมากขึ้น ผ่านการเปิดตัว “MK Paradise” สาขาแรกที่สยามพารากอน ชูจุดขายสุกี้พรีเมียมด้วยเทคนิค “ผัดซุป” สดใหม่ และน้ำซุปเคี่ยวสูตรพิเศษ 5 รสชาติ เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูง

ขณะเดียวกัน แบรนด์ใหม่อย่าง “ฮิคินิคุ โตะ โคเมะ” มีจำนวน 4 สาขา และยังเติบโตต่อเนื่องตามการเปิดสาขาใหม่ โดยบริษัทมีแผนขยายทั้งในและต่างประเทศเพิ่มอย่างน้อย 2 สาขาภายในสิ้นปีนี้ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 19,236 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.1% จากสิ้นปี 2568 หลัก ๆ มาจากการลงทุนในที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ และสินทรัพย์สิทธิการใช้

ขณะที่หนี้สินรวมอยู่ที่ 5,802 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.1% จากหนี้สินตามสัญญาเช่า ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 13,075 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.3% จากกำไรสะสมระหว่างงวด ทั้งนี้ ภาพรวมสะท้อนให้เห็นว่า M กำลังอยู่ในช่วงปรับโมเดลธุรกิจครั้งสำคัญ โดยใช้กลยุทธ์ “Value for Money” ควบคู่การขยายแบรนด์พรีเมียม เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตของรายได้และการรักษาฐานลูกค้า ท่ามกลางแรงกดดันต้นทุนและกำลังซื้อที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่.