
ไฮเออร์ ทุ่ม 5 พันล้าน ผุดโรงงานแอร์เชิงพาณิชย์ ปักหมุดระยอง ดันส่งออก 70%
“ไฮเออร์” ทุ่ม 5 พันล้าน ปักหมุดระยอง โรงงานแอร์เชิงพาณิชย์ใหญ่สุดอาเซียนในไทย เร่งสร้าง Smart Factory รับดีมานด์ Data Center–AI Economy ดันไทยขึ้นฮับ HVAC โลก
KEY
POINTS
- ไฮเออร์ลงทุน 5,000 ล้านบาท สร้างโรงงานผลิตเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์อัจฉริยะแห่งใหม่ที่จังหวัดระยอง
- ตั้งเป้าเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออก 70% ไปยังตลาดทั่วโลก และจำหน่ายในประเทศ 30%
- มุ่งยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางการผลิตแอร์เชิงพาณิชย์ของโลก เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลและดาต้าเซ็นเตอร์
ไฮเออร์ สมาร์ทโฮม (Haier Smart Home) เดินหน้ารุกลงทุนประเทศไทยต่อเนื่อง ประกาศปักหมุด “ฐานการผลิตเครื่องปรับอากาศอัจฉริยะ” หรือ AI Intelligent Manufacturing Base แห่งใหม่ในจังหวัดระยอง มูลค่าโครงการ 5,000 ล้านบาท
ยกระดับไทยสู่ศูนย์กลางการผลิตเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์แห่งสำคัญของโลก รองรับเมกะเทรนด์เศรษฐกิจดิจิทัล ดาต้าเซ็นเตอร์ และ AI Economy ที่กำลังเร่งตัวทั่วโลก พร้อมตั้งเป้าเป็นฐานผลิตเครื่องปรับอากาศส่วนกลางที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โรงงานแห่งใหม่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 5 (WHA ESIE 5) จังหวัดระยอง บนพื้นที่ประมาณ 76 ไร่ ใกล้ท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ด้านโลจิสติกส์และการส่งออกสำคัญของประเทศ โดยโครงการดังกล่าวนับเป็นโรงงาน AI Intelligent Factory สำหรับผลิตเครื่องปรับอากาศส่วนกลางแห่งแรกของโลกของไฮเออร์ และเป็นโรงงานแห่งที่ 3 ของบริษัทในประเทศไทย
โรงงานระยองมีกำลังการผลิตออกแบบสูงสุดเกือบ 800,000 ยูนิตต่อ
มร.ต่ง เจี้ยน ผิง ประธานกรรมการบริหารบริษัท ไฮเออร์ อีเลคทริคอล แอพพลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า โรงงานระยองมีกำลังการผลิตออกแบบสูงสุดเกือบ 800,000 ยูนิตต่อปี คิดเป็นมูลค่าผลผลิตกว่า 10,000 ล้านบาท
พร้อมสร้างงานในประเทศมากกว่า 1,000 ตำแหน่ง โดยในระยะแรกหลังเปิดดำเนินการในเดือนมิถุนายน 2570 คาดว่าจะมีกำลังการผลิตประมาณ 300,000 ยูนิตต่อปี เน้นผลิตเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์เพื่อรองรับตลาดในประเทศ 30% และส่งออกอีก 70% ไปยังตลาดอาเซียน ตะวันออกกลาง อเมริกา และภูมิภาคอื่นทั่วโลก
สำหรับผลิตภัณฑ์หลักของโรงงาน ครอบคลุมตั้งแต่เครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์ขนาดเล็ก ระบบ Multi-Split ระบบปรับอากาศส่วนกลาง ชุดควบคุมปลายทาง ไปจนถึงอุปกรณ์สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการระบบทำความเย็นในยุคเศรษฐกิจ AI และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว
โรงงานแห่งใหม่นี้ยังถูกออกแบบให้เป็น Smart Factory เต็มรูปแบบ
มร.ต่ง เจี้ยน ผิง ระบุว่า ความต้องการโซลูชัน HVAC เชิงพาณิชย์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง จากการขยายตัวของเมือง อสังหาริมทรัพย์ โรงแรม นิคมอุตสาหกรรม รวมถึงโครงการดาต้าเซ็นเตอร์และโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ โดยคาดว่าความต้องการในภูมิภาคจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 220,000 ยูนิตต่อปี ภายในปี 2573
โรงงานแห่งใหม่นี้ยังถูกออกแบบให้เป็น Smart Factory เต็มรูปแบบ ด้วยการนำ AI และระบบอัตโนมัติเข้ามาใช้ในสายการผลิต โดยมีอัตราการใช้ระบบอัตโนมัติมากกว่า 65% ควบคู่กับการผลิตชิ้นส่วนหลักภายในโรงงานแบบ 100% รวมถึงระบบโลจิสติกส์อัจฉริยะ 5 ระดับ และระบบควบคุมคุณภาพด้วย AI ตลอดทั้งกระบวนการผลิต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก
นอกจากนี้ ภายในโครงการยังจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D Center) เพื่อพัฒนาโซลูชัน HVAC ให้เหมาะสมกับภูมิอากาศเขตร้อนของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครอบคลุมทั้ง Water Chiller, Commercial Heat Pump, Light Commercial Air Conditioner และระบบเครื่องปรับอากาศส่วนกลาง รองรับการใช้งานในอาคารพาณิชย์ โรงแรม นิคมอุตสาหกรรม และดาต้าเซ็นเตอร์
ทางด้าน มร. หม่า หงซาน ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ไฮเออร์ อีเล็คทริค อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด ปัจจุบัน ไฮเออร์ครองตำแหน่งแบรนด์เครื่องปรับอากาศสำหรับที่อยู่อาศัยอันดับ 1 ของไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ในแง่จำนวนยอดขาย ขณะที่โซลูชัน Magnetic Levitation Chiller ของบริษัทถูกนำไปติดตั้งในโครงการขนาดใหญ่ของประเทศ อาทิ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ด้านภาพรวมธุรกิจ HVAC ระดับโลก ไฮเออร์มีฐานการผลิตในหลายประเทศ ทั้งจีน อินเดีย ปากีสถาน และอียิปต์ พร้อมเครือข่ายนิคมอุตสาหกรรม 35 แห่ง และศูนย์การผลิต 173 แห่งทั่วโลก โดยธุรกิจเครื่องปรับอากาศส่วนกลางระบบ Magnetic Levitation ของบริษัทครองอันดับ 1 ของโลกต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 ขณะที่ธุรกิจ HVAC ในยุโรปยังเติบโตมากกว่า 20% ต่อปี
ในระยะต่อไป ไฮเออร์มีแผนเร่งพัฒนาโรงงานระยองให้เป็นศูนย์กลางการผลิตโซลูชันทำความเย็นและทำความร้อนอัจฉริยะที่ประหยัดพลังงาน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และรองรับมาตรฐานสากล เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นฮับอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศและเทคโนโลยีทำความเย็นระดับโลกในอนาคต.






