thansettakij
thansettakij
ไฮเออร์ สปีดธุรกิจ ทุ่มลงทุน 1.2 พันล้าน ปั้นไทยฮับผลิต–ส่งออก ป้อนตลาดโลก

ไฮเออร์ สปีดธุรกิจ ทุ่มลงทุน 1.2 พันล้าน ปั้นไทยฮับผลิต–ส่งออก ป้อนตลาดโลก

ไฮเออร์ ประเทศไทย พร้อมทะยานสู่โกลบอลแบรนด์ ทุ่มงบปี 69 กว่า 1,200 ล้านบาท ขยายเครือข่าย จุดจำหน่าย ดีลเลอร์ โมเดิร์นเทรด และออนไลน์ ทั่วประเทศ พร้อมเปิดตัวไลน์อัปผลิตภัณฑ์กว่า 50 รายการ

KEY

POINTS

  • ไฮเออร์ประกาศทุ่มงบลงทุนกว่า 1,200 ล้านบาทในปี 2569 เพื่อเร่งขยายธุรกิจและเครือข่ายจัดจำหน่าย
  • วางยุทธศาสตร์ผลักดันประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกที่สำคัญในภูมิภาคอาเซียนสำหรับป้อนตลาดโลก
  • มุ่งเน้นการพัฒนาสินค้ากลุ่มพรีเมียมและเทคโนโลยี AI Smart Home พร้อมเปิดตัวสินค้าใหม่กว่า 50 รายการ
  • ตั้งเป้ารายได้รวมในปี 2569 ไว้ที่ 14,000 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้น 25% โดยขยายสู่ตลาดเชิงพาณิชย์มากขึ้น

ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าไทยในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา แม้ต้องเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ แต่ในอีกด้านหนึ่งกลับเป็นจังหวะ “เปลี่ยนผ่าน” สำคัญของอุตสาหกรรม เมื่อผู้บริโภคเริ่มมองหาสินค้าที่มากกว่าแค่ฟังก์ชันพื้นฐาน ไปสู่ความอัจฉริยะ ประหยัดพลังงาน และเชื่อมต่อกันได้ทั้งบ้าน

ภาพดังกล่าวสะท้อนชัดในทิศทางของ ไฮเออร์ (ประเทศไทย) ที่ประกาศเดินหน้าลงทุนกว่า 1,200 ล้านบาทในปี 2569 เพื่อเร่งขยายธุรกิจและยกระดับสู่แบรนด์ระดับโลก ผ่านการรุกทั้งช่องทางจำหน่าย เทคโนโลยี และพอร์ตสินค้า

ตลาดหด แต่ “ดีมานด์ใหม่” โต

มร. ต่ง เจี้ยนผิง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไฮเออร์ อีเลคทริคอล แอพพลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด มองว่า ปี 2568 เป็นปีที่ท้าทาย แต่ก็เปิดให้เห็นพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนชัดเจน โดยเฉพาะความต้องการสินค้า AI และฟังก์ชันด้านสุขอนามัย

ปัจจัยนี้กลายเป็นแรงหนุนสำคัญให้บริษัทเติบโตสวนตลาด ด้วยรายได้รวม 11,230 ล้านบาท และส่วนแบ่งตลาด 14% ขณะที่ “เครื่องปรับอากาศ” ยังเป็นธุรกิจหลัก สร้างรายได้ 4,600 ล้านบาท และครองอันดับ 1 ในเชิงปริมาณ ขณะที่สินค้ากลุ่มอื่นเติบโตโดดเด่น เช่น ตู้เย็น 2,200 ล้านบาท โต 39% เครื่องซักผ้า 1,540 ล้านบาท โต 23% ตู้แช่ 1,100 ล้านบาท โต 23% ทีวี 760 ล้านบาท โต 51% เครื่องทำน้ำอุ่น โตสูงถึง 52% สะท้อนว่าตลาดไม่ได้ชะลอในทุกเซ็กเมนต์ แต่กำลัง “ย้ายฐาน” ไปสู่สินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น

 

มร. ต่ง เจี้ยนผิง

 

สำหรับปี 2569 บริษัทตั้งเป้ารายได้ 14,000 ล้านบาท หรือเติบโต 25% โดยหนึ่งในยุทธศาสตร์หลักคือการขยายเครือข่ายจำหน่ายให้ครอบคลุมมากขึ้น เม็ดเงินลงทุนกว่า 1,200 ล้านบาท จะถูกใช้ไปกับการเพิ่มจุดขายทั้งดีลเลอร์ โมเดิร์นเทรด และออนไลน์ ควบคู่กับการพัฒนาแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ เพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปสู่ดิจิทัล

อีกแกนสำคัญคือการเร่งสัดส่วนสินค้าพรีเมียม และการเปิดตัวสินค้าใหม่กว่า 50 รายการ ภายใต้แนวคิด “AI Smart Living”ไฮเออร์วางตำแหน่งตัวเองชัดขึ้นในฐานะผู้พัฒนา Smart Home Ecosystem ที่เชื่อมต่อเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดเข้าด้วยกัน ตั้งแต่แอร์ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ไปจนถึงทีวี

พร้อมกันนี้ ยังนำ AI เข้ามาใช้ในทุกมิติขององค์กร ตั้งแต่การพัฒนาสินค้า การตลาดแบบใช้ข้อมูล (data-driven) ไปจนถึงซัพพลายเชนและบริการหลังการขาย เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ

เจาะทั้งบ้าน–ธุรกิจ รับดีมานด์ใหม่

ในเชิงสินค้า บริษัทไม่ได้โฟกัสแค่ตลาดครัวเรือน แต่ขยายไปยังกลุ่มเชิงพาณิชย์มากขึ้น โดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศสำหรับธุรกิจที่ตั้งเป้าโต 40% สอดรับการฟื้นตัวของภาคบริการและอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่สินค้าครัวเรือนยังเน้นฟังก์ชันตอบโจทย์ชีวิตเมือง เช่น ประหยัดพลังงาน กรองอากาศ และดีไซน์ที่เข้ากับบ้านยุคใหม่ ซึ่งเป็นเทรนด์ที่กำลังเติบโตต่อเนื่อง

ภาพรวมอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าไทยกำลังเข้าสู่การแข่งขันรูปแบบใหม่ จากเดิมที่เน้นราคาและฟังก์ชัน ไปสู่การแข่งขันด้าน “ระบบนิเวศสินค้า” (ecosystem) และประสบการณ์ใช้งาน

ผู้เล่นที่สามารถเชื่อมต่อสินค้าได้ทั้งบ้าน และสร้างการใช้งานแบบต่อเนื่อง จะมีโอกาสสร้างรายได้ระยะยาวมากกว่า ผ่านบริการและการอัปเกรดในอนาคต มร. ต่ง เจี้ยนผิง ระบุว่า ประเทศไทยยังเป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์สำคัญของไฮเออร์ในอาเซียน และมีบทบาทต่อการเติบโตในระดับโลก

 

ไฮเออร์ สปีดธุรกิจ ทุ่มลงทุน 1.2 พันล้าน ปั้นไทยฮับผลิต–ส่งออก ป้อนตลาดโลก

 

ทิศทางจากนี้จึงไม่ใช่แค่การเพิ่มยอดขาย แต่เป็นการวางฐานให้ไทยเป็นศูนย์กลางการเติบโต ผ่านการลงทุนต่อเนื่อง การขยายตลาด และการพัฒนาโซลูชัน AI Smart Home อย่างครบวงจร ในภาพใหญ่ การขยับตัวของไฮเออร์สะท้อนว่า แม้กำลังซื้อยังเปราะบาง แต่ “ดีมานด์ใหม่” กำลังเปิดเกมการแข่งขันรอบใหม่ ซึ่งไม่ได้วัดกันแค่ยอดขายระยะสั้น หากแต่เป็นการช่วงชิงตำแหน่งในบ้านของผู้บริโภคในระยะยาว