
OSP กำไร Q1/69 โต 19% เครื่องดื่มในประเทศหนุน ลุยนวัตกรรมสุขภาพ-ลงทุนดิจิทัล
OSP เปิดงบไตรมาส 1/69 กำไรจากการดำเนินงานปกติแตะ 1,157 ล้านบาท โต 19.2% รับแรงหนุนตลาดเครื่องดื่มในประเทศฟื้นตัว ควบคู่การบริหารต้นทุนและลดค่าใช้จ่ายเชิงรุก
KEY
POINTS
- โอสถสภา (OSP) ประกาศผลประกอบการไตรมาส 1/2569 มีกำไรจากการดำเนินงาน 1,157 ล้านบาท เติบโต 19.2% จากปีก่อนหน้า
- การเติบโตมีปัจจัยหนุนหลักจากธุรกิจเครื่องดื่มในประเทศที่ขยายตัวแข็งแกร่ง โดยเฉพาะตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลังที่เติบโตถึง 14.7%
- บริษัทเดินหน้าขยายพอร์ตสินค้าเพื่อสุขภาพและ Functional Drink พร้อมเตรียมงบลงทุน 400-500 ล้านบาท เพื่อพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล
บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP เปิดผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 ทำกำไรจากการดำเนินงานปกติ 1,157 ล้านบาท เติบโต 19.2% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 40.7% จากไตรมาสก่อนหน้า แม้เศรษฐกิจและกำลังซื้อยังเผชิญแรงกดดัน โดยได้แรงหนุนจากธุรกิจเครื่องดื่มในประเทศที่เติบโตแข็งแกร่ง การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และการทำตลาดแบบเน้นผลตอบแทนการลงทุน (ROI-driven) ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นขยับแตะ 42.5%
ขณะเดียวกัน OSP เดินหน้ากลยุทธ์ “ONE OSP” รุกพอร์ตสินค้าเพื่อสุขภาพ-Functional Drink ต่อเนื่อง พร้อมเตรียมงบลงทุน 400-500 ล้านบาท พัฒนานวัตกรรม ดิจิทัล และระบบกระจายสินค้า รองรับเป้าหมายการเติบโตปี 2569 ที่ระดับ Mid-Single Digit สูงกว่าการขยายตัวของ GDP
เครื่องดื่มในประเทศโตแกร่ง ดันกำไรพุ่ง
OSP รายงานว่า ไตรมาส 1/2569 บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 6,345 ล้านบาท และหากปรับฐานข้อมูลเพื่อให้เทียบเคียงกันบน Adjusted Basis พบว่ารายได้เติบโต 3.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) และเพิ่มขึ้น 7.9% จากไตรมาสก่อน (QoQ) ปัจจัยสำคัญมาจากการเติบโตของกลุ่มเครื่องดื่มในประเทศ
ซึ่งขยายตัว 11.4% YoY โดยเฉพาะตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลังที่เติบโตถึง 14.7% YoY จากกลยุทธ์บริหาร Brand Portfolio และการขยายสู่สินค้าพรีเมียม บริษัทเดินหน้าผลักดันสินค้าหลักอย่าง “เอ็ม-150 ฝาทอง สูตรใหม่” รวมถึง “ลิโพวิตัน-ดี” สูตรน้ำตาล 0% และบรรจุภัณฑ์ขนาดใหม่ 150 มิลลิลิตร เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพมากขึ้น
Functional Drink โตต่อ “ซี-วิท” ครองใจ GEN Z
ในกลุ่ม Functional Drinks บริษัทระบุว่า “ซี-วิท” (C-vitt) ยังคงรักษาความเป็นผู้นำตลาด โดยได้รับรางวัล GEN Z TOP BRAND ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ขณะที่ “เปปทีน” (Peptein) เดินหน้าขยายฐานลูกค้าจากกลุ่มนักเรียนสู่กลุ่มวัยทำงาน นอกจากนี้ OSP ยังเร่งออกสินค้าใหม่ต่อเนื่อง อาทิ ซี-วิท รสชองุ่นเคียวโฮ และคาลพิส กลิ่นแตงโมไลม์ เพื่อสร้างสีสันและกระตุ้นการบริโภคในตลาดเครื่องดื่มฟังก์ชันนัลที่ยังเติบโตต่อเนื่อง
“เบบี้มายด์” โต รับตลาดผู้ใหญ่-จีนหนุน
ด้านกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล มีรายได้เติบโต 7.4% YoY โดยได้แรงหนุนจากการขยายฐานลูกค้ากลุ่ม Adult Segment ของแบรนด์ “เบบี้มายด์” รวมถึงความสำเร็จของคอลเล็กชันพิเศษร่วมกับ GMMTV ขณะเดียวกัน บริษัทเดินหน้ารุกตลาดจีนผ่านคอลเล็กชัน “Babi Mild x Butterbear” เพื่อเพิ่มการรับรู้แบรนด์และขยายฐานลูกค้าต่างประเทศมากขึ้น
ต่างประเทศยังผันผวน แต่เริ่มฟื้น QoQ
สำหรับตลาดต่างประเทศ รายได้ยังปรับลดลง 10.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน หลังเผชิญปัจจัยลบจากปัญหาขาดแคลนเรือขนส่งสินค้า และข้อจำกัดด้านใบอนุญาตนำเข้าในเมียนมา อย่างไรก็ตาม บริษัทเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวชัดเจน โดยรายได้ต่างประเทศเติบโต 56.5% จากไตรมาสก่อนหน้า จากความแข็งแกร่งของแบรนด์ในตลาดเมียนมาและลาว รวมถึงการขยายฐานสู่ตลาดแอฟริกา
OSP ระบุว่า การรวมศูนย์การผลิตและบริหารห่วงโซ่อุปทานที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ช่วยผลักดันอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 42.5% เพิ่มขึ้น 2.2% YoY และ 3% QoQ ขณะเดียวกัน ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ลดลงถึง 17.9% YoY จากการทำตลาดที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพและวัดผลได้ ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานเติบโตโดดเด่น แม้เศรษฐกิจยังอยู่ในภาวะเปราะบาง
ลุยลงทุนดิจิทัล-ESG รับโตระยะยาว
สำหรับทิศทางปี 2569 บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโตระดับ Mid-Single Digit โดยขับเคลื่อนผ่านกลยุทธ์ “Executing Excellence, Empowering the Future” ภายใต้แนวคิด “ONE OSP” บริษัทเตรียมงบลงทุน (CAPEX) ราว 400-500 ล้านบาท เพื่อพัฒนานวัตกรรม เทคโนโลยีดิจิทัล และระบบกระจายสินค้า เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในระยะยาว
ด้านความยั่งยืน OSP เดินหน้าเข้าสู่แผน ESG ระยะที่ 2 ช่วงปี 2569-2573 มุ่งสู่เป้าหมาย Carbon Neutrality และ Net Zero โดยล่าสุดได้รับการจัดอันดับจาก S&P Global CSA ให้อยู่ในอันดับ 3 ของโลกในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 บริษัทมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง โดยมีอัตราส่วนสภาพคล่องสูง 1.9 เท่า และสามารถลดวงจรเงินสดเหลือ 54 วัน สะท้อนประสิทธิภาพการบริหารสินค้าคงคลังและเงินทุนหมุนเวียน
พร้อมกันนี้ OSP ยังมีระดับหนี้สินต่ำ ทำให้บริษัทมีความพร้อมรองรับโอกาสลงทุนและขยายธุรกิจใหม่ในอนาคต ท่ามกลางการแข่งขันในตลาดเครื่องดื่มและสินค้าอุปโภคบริโภคที่ยังเข้มข้นต่อเนื่อง






