
ส่องตลาดอาหาร 6.6 แสนล้าน กับ 3 เทรนด์ สูตรธุรกิจปรับตัวไวปี 2026
เตรียมส่องตลาดอาหาร 6.6 แสนล้าน ในงาน Food & Hospitality Thailand (FHT) 2026 ชี้ช่องปรับตัวไวด้วย 3 เทรนด์ใหญ่ Multi-Sensory, สุขภาพ และความยั่งยืน
KEY
POINTS
- ตลาดร้านอาหารไทยมีมูลค่ารวม 6.6 แสนล้านบาท โดยมีธุรกิจฟู้ดเดลิเวอรี่เป็นส่วนสำคัญที่เติบโตต่อเนื่อง
- ทิศทางธุรกิจอาหารปี 2026 มุ่งเน้น 3 เทรนด์หลัก ได้แก่ การสร้างประสบการณ์หลากหลายประสาทสัมผัส (Multi-Sensory), อาหารเพื่อสุขภาพและความยั่งยืน (Health & Sustainability) และการต่อยอดสู่ธุรกิจค้าปลีก (Retail Expansion)
- ปัจจัยความสำเร็จนอกเหนือจากรสชาติ คือการสร้างเรื่องราวและประสบการณ์ให้ลูกค้า การบริหารจัดการร้านอย่างมีประสิทธิภาพ และการใช้เทคโนโลยีและสื่อออนไลน์เพื่อสร้างการรับรู้
นางสาวสุภาภรณ์ อังศรีสุรพร ผู้จัดการฝ่ายบริหารโครงการอาวุโส อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย ผู้จัดงาน Food & Hospitality Thailand (FHT) 2026 กล่าวว่า ข้อมูลจาก LINE MAN Wongnai ชี้ว่าตลาดร้านอาหารไทยมีมูลค่ารวม 6.6 แสนล้านบาท ฟู้ดเดลิเวอรี่โต 22% รวมมูลค่ากว่า 1.65 แสนล้านบาท ข้อมูลนี้ชี้ให้เห็นว่าธุรกิจร้านอาหารที่ปรับตัวสามารถเติบโตและขยายสาขาได้ แต่บางร้านกลับไม่เหมือนเดิมและไปต่อไม่ไหว
ประเด็นนี้มีข้อมูลเชิงลึกจากงาน FHT 2026 ที่มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-22 สิงหาคม 2569 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระบุว่า หัสความสำเร็จคือเรื่องของรสชาติและคุณภาพ ที่ยังคงมีความสำคัญ แต่ไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่ส่งผลต่อความสำเร็จ เพราะยังมีอีกหลายองค์ประกอบ ทั้งการสร้างประสบการณ์และความประทับใจให้ลูกค้า บริการที่ให้ความรู้สึกพิเศษและความคุ้มค่า (Value for Money) ที่เสิร์ฟแบบพอดี อิ่มแบบ 80% เปิดโอกาสให้สั่งเมนูอื่นเพิ่มได้ ส่วนการสื่อสารและการสร้างความสัมพันธ์ถือเป็นอีกเครื่องมือสำคัญด้วยเช่นกัน
ร้านหรือแบรนด์ต้องมีเรื่องเล่า เพื่อแสดงตัวตน ความพิเศษ และความน่าสนใจ อาทิ รสชาติ การตกแต่ง บริการ หรือ สิ่งที่ร้านอื่นไม่มี ต้องรู้จักใช้เครื่องมือสื่อสารออนไลน์อย่าง Facebook, TikTok, Instagram,Google Map หรือ ช่องทางอื่นๆ ที่ทำได้เอง และยังดึงดูดความสนใจกับ Youtuber, Influencer, Vlogger ให้มาถ่ายทอดเรื่องราวของร้านได้
ขณะที่การบริหารจัดการหลังบ้านก็เป็นสิ่งที่ละเลยไม่ได้ ต้องใช้หลายเครื่องมือร่วมกัน อาทิ การบริหารร้านแบบ Lean ที่ช่วยยกระดับการจัดการให้มีประสิทธิภาพ ลดการศูนย์เสียทรัพยากร พลังงาน เวลา และแรงงาน ร่วมกับแนวคิดแบบ Kaizen ที่ทุกคนมีส่วนร่วมในการพัฒนาปรับปรุงเรื่องต่างๆ ทีละเล็กละน้อยทุกวัน ทั้งในด้านการลงทุนและปรับปรุงร้าน รวมถึงอุปกรณ์ ก็ต้องไม่คิดแค่ถูกหรือแพง แต่ต้องคุ้มค่า
ปัจจุบันอุปกรณ์และโซลูชันมีเทคโนโลยีมาช่วยพัฒนาในราคาที่เข้าถึงได้ แม้เป็นผู้ประกอบการรายเล็กก็เลือกใช้ได้อย่างเหมาะสม สำหรับฟู้ดเดลิเวอรี่ บรรจุภัณฑ์ คือ ภาพลักษณ์และต้นทุน ต้องปกป้องอาหารได้ดี ขนาดไม่ Over-packaging และสื่อสารสร้างการจดจำได้ รวมถึงต้องรู้จักการใช้เทคโนโลยี AI มาช่วยนำทางในการวิเคราะห์ข้อมูล พฤติกรรมผู้บริโภค สร้างจุดขายใหม่ หรือ ทำ Feasibility Study ประเมินความคุ้มค่าก่อนลงทุน
สำหรับทิศทางของธุรกิจอาหารเครื่องดื่มนั้น มุ่งเน้นไปที่ 3 แนวโน้มที่ต้องจับตา ได้แก่
- การกินต้องครบทั้ง รูป รส กลิ่น เสียง (Multi-Sensory Experience) สร้างเรื่องราวเชื่อมโยงกับจุดเด่นที่ต้องการนำเสนอของร้านได้
- กินดี อยู่ดี อายุยืนยาวด้วยสุขภาพที่ดี (Health, Wellness & Longevity) สายสุขภาพยังโตต่อเนื่องกว่า 20% ลูกค้ามองหาอาหารจากพืชแบบดั้งเดิมแท้จริง และปรุงแต่งน้อยที่สุด (Authentic Plant-Based)
- แสดงให้เห็นถึงความยั่งยืน และ การต่อยอดผ่านช่องทางค้าปลีก (Sustainability & Retail Expansion) รับผิดชอบและบอกกับลูกค้าถึงเป้าหมายด้านความยั่งยืน พร้อมทั้งมองถึงการต่อยอดอาหารหรือผลิตภัณฑ์อื่นของร้านให้ไปขายต่อในช่องทางอื่นได้
ดังนั้น การเรียนรู้เคล็ดลับและทิศทางใหม่ๆ ของผู้ประกอบการต้องไม่หยุดนิ่ง การเป็นปลาเล็กที่อยู่รอด ต้องรวดเร็วและปรับตัวไว ดังนั้นการจัดงาน FHT 2026 จึงจัดขึ้นภายใต้แนวคิด "All Sectors, One Destination" ที่พร้อมเป็นศูนย์รวมและจุดเชื่อมโยงทุกภาคส่วนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โรงแรม อาหาร เครื่องดื่ม ร้านอาหาร ค้าปลีก สปา และการบริการอย่างแท้จริง โดยได้รับความร่วมมือในการจัดงานฯ จากสมาคมโรงแรมไทย สมาคมผู้ค้าปลีกไทย สมาคมภัตตาคารไทย สมาคมเชฟประเทศไทย และพันธมิตรที่เกี่ยวข้อง
ภายในงานมีโซนจัดงานครอบคลุม 8 ภาคส่วนธุรกิจ ได้แก่ Food & Drinks, Café & Bakery, Shop & Retail, Sips & Spirits, Foodservice Equipment, Hospitality, Cleaning & Hygiene และ Coffee & Tea Village โดยมีผู้ร่วมจัดแสดงงานที่น่าสนใจ อาทิ CTI Food Supply, Earth Factory, GLT Italia, Italasia Trading (Thailand), Jaspal & Sons, Jassway (Thailand), Longbeach, Lucamari, Newton Food Equipment, VJ International Group ฯลฯ
พร้อมมีเวทีแห่งการพัฒนาศักยภาพที่อัดแน่นไปด้วยกิจกรรมไฮไลต์ การประชุม สัมมนา เวิร์กช็อปและมาสเตอร์คลาส (Workshop & Masterclass) การสาธิตทำอาหาร (Cooking Demo) การแข่งขัน Thailand's International Culinary Cup (TICC) การแข่งขัน Thailand Hotel Bartender’s Championship 2026 การแข่งขัน International Fashion Drinks Competition - Thailand Division และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย







